:::     :::

10 บทสรุปพรีเมียร์วีก 7

วันจันทร์ที่ 02 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ สนามเด็กเล่น โดย เสือเตี้ย
12,855
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
พรีเมียร์ลีกนัดที่ 7 ผ่านพ้นไป และนี่คือ 10 บทสรุปสำคัญประจำสัปดาห์ล่าสุด

1 ) เรื่องเดิมของ 'คล็อปป์'

เป็นอีกครั้งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกมาบ่นอย่างหัวเสียกับการใช้โอกาสสุดเปลืองของลูกทีมหลังจบเกมได้เพียงเสมอนิวคาสเซิ่ล 1-1 ทั้งที่มีโอกาสยิงบานเบอะ 17 ครั้ง

ก่อนลงสนามเกมนี้ ลิเวอร์พูล ลงเล่นในเดือนกันยายน 6 นัด สร้างโอกาสยิงรวม 126 ครั้ง เข้ากรอบ 34 ครั้ง แต่ชนะแค่ 1 

เกมทุบจิ้งจอกคือนัดเดียวที่ลูกทีมของ คล็อปป์ เก็บชัยชนะได้จาก 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ แต่นั่นไม่น่าห่วงเท่ากับเกมรับที่ผิดพลาดง่ายดาย เหมือนเป็นโรคเรื้อรังไม่มีทางรักษา

ในขณะที่สองทีมแมนเชสเตอร์เสียไปทีมละ 2 ประตู แต่ลิเวอร์พูลกลับโดนเจาะตาข่ายถึง 12 ลูก มากกว่า 3 ทีมในโซนตกชั้นอย่าง คริสตัล พาเลซ, บอร์นมัธ และ สวอนซี 

แถมคนที่ทำให้หงส์แดงยังคงวนเวียนในเขาวงกตก็คือ ราฟา เบนิเตซ ผู้เคยนำหงส์แดงผงาดแชมป์ยุโรปในปี 2005 แต่นับจากหันหลังให้ทีม และคุมทีมใหม่กลับมาเจอทีมเก่า 5 นัด ปรากฏว่า "ไม่แพ้" แม้แต่นัดเดียว

 

ราฟา เบนิเตซ ทำแสบทีมเก่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์

2 ) คูมันคอพาดเขียง

เก้าอี้กุนซือเอฟเวอร์ตันของ โรนัลด์ คูมัน ร้อนฉ่าอย่างที่สุดหลังพาทีมพ่ายคารังต่อเบิร์นลี่ย์ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 

ก่อนนัดที่ 7 เต็งหนึ่งกุนซือที่จะโดนปลดคนต่อไปคือ สลาเวน บิลิช แต่สถานการณ์ของกุนซือโครแอตทุเลาลงเล็กน้อยเมื่อขุนค้อนเก็บชัยชนะหวุดหวิด ต่างจาก คูมัน ที่พาทอฟฟี่พุ่งชนความปราชัยนัดที่ 4 จาก 5 นัดหลังสุดในลีก แถมเกมยุโรปกลางสัปดาห์ยังปล่อยให้คู่แข่งที่เหลือ 10 คนไล่ตีเสมออีกต่างหาก

เต็งหนึ่งคอพาดเขียงจึงกลายเป็น กุนซือชาวดัตช์ ที่มีโอกาสตามเพื่อนร่วมชาติ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ออกจากตำแหน่งอีกราย 

เรื่องนี้เป็นข้อพิสูจน์อีกครั้งว่า "เงิน" ไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้เสมอไป (แม้ส่วนใหญ่จะได้ก็เถอะ!!!) 


โรนัลด์ คูมัน กลายเป็นเต็งจ๋าที่จะโดนเชือดคนต่อไป 

3 ) เบิร์นลี่ย์เปลี่ยนไป

เชื่อมโยงจากข้อก่อนหน้า ผลการแข่งขันที่กูดิสัน ปาร์ค อาจโทษความห่วยแตกของเจ้าถิ่นเป็นเหตุผลสำคัญ แต่อีกปัจจัยที่มีส่วนไม่น้อยคือ ผลงานของเบิร์นลี่ย์ที่เล่นนอกบ้านได้ดีเหลือเชื่อในฤดูกาลนี้

ฤดูกาลก่อน ลูกทีมของ ฌอน ไดซ์ เก็บได้เพียง 7 คะแนน และชนะนัดเดียวเหนือทีมไร้สภาพอย่างคริสตัล พาเลซ แต่ฤดูกาลแตกต่างออกไปราวกับไม่ใช่ทีมเดิม

ชัยชนะที่โรงงานทอฟฟี่ทำให้ เบิร์นลี่ย์ เก็บคะแนนนอกบ้านจาก 4 นัดแรกได้ถึง 8 คะแนนเข้าให้แล้วซึ่งนี่ "มากกว่า" ฤดูกาลก่อนทั้งฤดูกาล และ 4 นัดที่ว่าไม่ใช่ไปเยือนทีมกระจอกงอกง่อยหากแต่เป็นทีมชั้นนำที่จบพื้นที่ยุโรปในฤดูกาลทั้งหมด

ผลงานมาสเตอร์พีซเริ่มจากบุกชนะแชมเก่าเชลซี 3-2 ต่อด้วยไล่ตีเสมอสเปอร์ส 1-1 ที่เวมบลีย์ จากนั้นแบ่งแต้มลิเวอร์พูล 1-1 ที่แอนฟิลด์ และล่าสุด 3 คะแนนหล่อๆ ที่กูดิสัน ปาร์ค

อยากรู้เหลือเกินว่า ไดซ์ เอาอะไรให้ลูกทีมกินช่วงซัมเมอร์ถึงได้กลายสภาพจากแมวเหมียวเป็นเสือร้ายในพริบตา!  


เบิร์นลี่ย์ เล่นนอกบ้านดีเหลือเชื่อในฤดูกาลนี้

4 ) สิงห์ระส่ำ 

"แน่นอนว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับผลการแข่งขัน แต่ผมคิดว่าการที่สองทีมแกร่งเจอกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมพอใจกับความมุ่งมั่นของลูกทีม เราได้ทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไปแล้ว และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด"

นี่คือประโยคหลังเกมบิ๊กแมตช์ที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ปกป้องลูกทีมจากความพ่ายแพ้คาสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นคือพวกเขา คอนเต้ ไม่ได้สั่งลูกทีมเดินเกมรุกตามธรรมชาติของทีมที่เล่นในบ้าน และแมนฯ ซิตี้ก็สมควรเป็นผู้ชนะมากกว่ากับความมุ่งมั่นที่แสดงให้เห็น

ในทันทีที่ อัลบาโร่ โมราต้า มีอาการบาดเจ็บช่วงปลายครึ่งแรก กุนซืออิตาเลียนกลับไม่ส่งหน้าเป้าอย่าง มิชี่ บาตชูอายี่ ลงสนาม หากแต่ใช้มิดฟิลด์ตัวรุกอย่าง วิลเลี่ยน แทนที่ เอแด็น อาซาร์ ที่ถูกดันไปทำหน้าที่แดนหน้าเลยกลายเป็นโดดเดี่ยวยิ่งกว่าเดิม

ฤดูกาลก่อนที่เชลซีได้แชมป์ เหตุผลสำคัญคือเกมในบ้านสุดแข็งแกร่ง ชนะ 17 จาก 19 นัด และยิงประตูได้ตลอดไม่ว่าจะเป็นเกมลีกหรือฟุตบอลถ้วย ทว่าฤดูกาลนี้ผ่านมา 4 นัดต่อหน้ากองเชียร์ สิงห์บลูส์ เก็บชัยได้นัดเดียว และยิงไม่ได้ถึง 2 นัด

เป็นไปได้หรือไม่ที่การกลับสู่เวทียุโรป จะทำให้สมาธิในลีกของเชลซี "แกว่ง" เหมือนเคยเกิดขึ้นในฤดูกาล 2015/16 ที่ไม่เหลือคราบแชมป์เก่าจนกระทั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ โดนเชือดในที่สุด 

 

อันโตนิโอ คอนเต้ พาเชลซีชนะเกมลีกในบ้านแค่นัดเดียวเท่านั้น



5 ) เรือติดลมบน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้เห็นอีกครั้งว่าทำไมพวกเขาถึงเป็น "เต็งหนึ่ง" ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ผลงานล่าสุดที่บุกชนะเชลซีถึงเดอะ บริดจ์ ตอกย้ำได้เป็นอย่างดี

ลูกน้องของ เป๊ป กวารดิโอล่า เดินหน้าบุกใส่เจ้าถิ่นราวกับเล่นในบ้านตัวเอง สถิติครองบอล 62 เปอร์เซ็นต์ โอกาสยิง 17 ครั้ง (เชลซี 4 ครั้ง) เป็นตัวเลขที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเกมในบ้านของเชลซียุค อันโตนิโอ คอนเต้ ก่อนได้ประตูชัยอย่างคู่ควรจาก เควิน เดอ บรอย์ 

แมนฯ ซิตี้ ชนะรวดเป็นนัดที่ 8 ติอต่อกันจากทุกรายการ และนับเฉพาะเกมลีกก็ไร้พ่าย 15 นัดหลังต่อเนื่องจากท้ายฤดูกาลก่อน โดยเป็นการชนะถึง 12 นัด

ที่ต้องไม่ลืมคือ พวกเขาบุกชนะเชลซีได้อย่างไร้ข้อกังขาโดยที่ไม่มี เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บจากอุบัติเหตุด้วยซ้ำ


แมนฯ ซิตี้ ร้อนแรงจริงๆ 

6 ) ผี 4.0

พูดถึงแมนฯ ซิตี้ แล้ว จะไม่อ้างถึงแมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ได้เพราะผลงานของทัพอสูรยังคงร้อนแรง และเป็นรองทีมร่วมเมืองสีฟ้าเพียงแค่ประตูได้-เสียจากผลงาน 19 คะแนนเท่ากันใน 7 นัดแรก

เปิดฤดูกาลมา 10 นัดในทุกรายการ ทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ สะดุดเสมอสโต๊ค ซิตี้ 2-2 เพียงนัดเดียว และเก็บชัยชนะถึง 9 นัด แถมยิงคู่แข่ง 4 ประตูถึง 6 นัด ไม่ 4-0 ก็ 4-1 เรียกได้ว่าเกมรุกท็อปฟอร์มอย่างยิ่งนำโดย โรเมลู ลูกากู กองหน้าตัวใหม่ที่เข้ามาทดแทน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้อย่างไร้รอยต่อทอเต็มผืนกับตัวเลข 7 ประตูใน 7 เกมลีก

เกมรับยอดเยี่ยมไม่แพ้เกมรุกเมื่อเก็บคลีนชีตได้ 6 จาก 7 นัด เป็นสถิติดีสุดเทียบเท่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในฤดูกาล 1997/98 เลยทีเดียว


สกอร์ยอดฮิตของผีแดงในฤดูกาลนี้

7 ) KDB Killer

"นักเตะที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก" นี่คือนิยามสั้นๆ ที่หลายคนยกย่อง เควิน เดอ บรอยน์ หลังจบเกมระหว่างเชลซีกับแมนฯ ซิตี้ 

การเคลื่อนที่ การพาบอลบุกตะลุย การสวิทช์เปลี่ยนทิศทางบอล การเปิดบอลแบบได้-เสีย จังหวะจบสกอร์ และพละกำลังวิ่งได้ทั้งเกม ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบไปหมดสำหรับดาวเตะที่ถูกมองว่า "ถ่อมตัว" อย่างถึงที่สุด สวนทางกับฝีเท้าในสนามอันโดดเด่น

นี่คือเหตุผลว่าทำไมแมนฯ ซิตี้ ถึงย่อมทุ่มเงินเป็นสถิติเกาะอังกฤษ (ณ ตอนนั้น) เพื่อดึงนักเตะที่เคยเป็นส่วนเกินของเชลซีมาจากโวล์ฟสบวร์กเมื่อปี 2015

เกือบ 4 ปีก่อน เชลซี ปล่อย เควิน เดอ บรอยน์ ออกไปไม่เห็นค่า แต่วันนี้พวกเขาได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดว่าการโดน "อดีต" ย้อนกลับมาทิ่มแทงเป็นอย่างไร


เควิน เดอ บรอยน์ นักเตะที่ดีที่สุดในพรเีมียร์ลีกชั่วโมงนี้

8 ) ของขวัญ 21 ปีเวนเกอร์

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา คือวันครบรอบ 21 ปีในตำแหน่งผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลของ อาร์แซน เวนเกอร์ และของขวัญที่ดีที่สุดที่เจ้าตัวต้องการคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชัยชนะของลูกทีม

ปืนใหญ่ ปิดจ๊อบก่อนเบรกทีมชาติได้สวยงามด้วยการชนะไบรท์ตัน 2-0 ทำสถิติลงเล่น 7 นัด ชนะ 6 เสมอ 1 นัด นับตั้งแต่เสียผู้เสียคนอย่างหนักในเกมโดนลิเวอร์พูลไล่ถลุงยับ 4-0 เมื่อเดือนปลายเดือนสิงหาคม 

กุนชือชาวฝรั่งเศสยอมรับว่าตลอดระยะเวลา 21 ปีในตำแหน่ง ก็มีทั้งช่วงดี-แย่ปะปนไป เป็นไปไม่ได้ที่จะเจอแต่เรื่องหอมหวาน ซึ่งหากเลือกได้เขาก็อยากทิ้งทวนกับทีมในช่วง 2 ปีสุดท้ายด้วยความทรงจำที่ดีมากกว่า แต่ฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ 


อาร์แซน เวนเกอร์ คุมทีมอาร์เซน่อลครบ 21 ปีแล้ว

9. ค้อนรอดตาย

ไมใช่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยม สวยงามน่าดูชม แต่ชัยชนะของเวสต์แฮมในเกมล่าสุดเหนือสวอนซี 1-0 โดยที่ประตูชัยรอจนถึงนาทีสุดท้าย ก็นับเป็น 3 คะแนนที่สำคัญสุดๆ ต่อทั้งทีม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สลาเวน บิลิช

ขุนค้อนหนีจากโซนสีแดงได้สำเร็จด้วยการเก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน ขณะที่ บิลิช หายโจโล่งขึ้นมาเล็กน้อยหลังกดดันอย่างหนักและก่อนหน้านัดนี้ก็เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่ง 

นัดนี้รอดพร้อมได้ช่วงเบรกทีมชาติมาคั่น บรรยากาศในทีมคงลดความร้อนแรงลงไป แต่ทุกคนรู้ดี ทุกอย่างพร้อมระอุขึ้นมาหากผลการแข่งขันในสนามไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง 


เวสต์แฮมหายโจโล่งขึ้นเล็กน้อยจากชัยชนะนัดล่าสุด

10. ช่วงพีกสุดในชีวิตของ 'เคน' 

มีการพูดกันว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่นักเตะอย่าง แฮร์รี่ เคน ควรออกไปพิสูจน์ตัวเองกับยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า เพราะดูเหมือนกว่าสเปอร์สอาจจะเล็กเกินไปแล้วสำหรับฝีเท้าระดับนี้

เคน ปิดเดือนกันยายนอันสมบูรณ์แบบด้วยการยิงไป 13 ประตูทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เป็นรอบเดือนที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้ง และเป็นช่วง "พีก" ที่สุดนับตั้งแต่เล่นฟุตบอลมาก็ว่าได้

นับตั้งแต่ขึ้นศักราชในปี 2017 เป็นต้นมา เคน มีสถิติยิงประตูเฉลี่ยต่อนัดดีกว่าดาวดังทั่วยุโรปทั้ง ลิโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ เอดินสัน คาวานี่ ด้วยซ้ำจากผลงาน 1 ประตูในทุกๆ 1.16 นัด

นอกจากนี้ หอกไก่ยังกดประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 84 ประตูเทียบเท่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่ใช้เวลาในสนามน้อยกว่าถึง 73 นัด 

ไม่แปลกที่ตอนนี้หลายคนเรียกสเปอร์สว่าเป็น "แฮร์รี่ เคน ทีม" ไปแล้ว


แฮร์รี่ เคน เข้าฝักสุดๆ ในเดือนกันยายน


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด