:::     :::

ปิดฉาก 'บริติชคอร์'

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ย้อนไปในเดือนธันวาคม ปี 2012 อาร์เซน่อล ต่อสัญญากับ 5 นักเตะท้องถิ่นพร้อมกันรวดเดียว 5 คน

5 คนนี้ถูกขนามว่า "บริติชคอร์" ด้วยความเป็นอังกฤษ 4 คน ประกอบด้วย แจ็ค วิลเชียร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, คีแรน กิ๊บบ์ส และ คาร์ล เจนกินสัน บวกกับเวลส์อีก 1 คือ อารอน แรมซี่ย์

ขณะเดียวกันก็เร่งเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับ ธีโอ วัลค็อตต์ อีกหนึ่งแข้งผู้ดีให้ฝากอนาคตระยาวกับทีม แต่ต้องรอถึงซัมเมอร์ปี 2015 ที่อดีตดาวรุ่งเซาธ์แฮมป์ตันจรดปากการขยายสัญญาออกไป 

ช่วงเวลานั้น อาร์แซน เวนเกอร์ พยายามปลุกปั้นนักเตะท้องถิ่นกลุ่มนี้ให้กลายเป็นแกนหลักเต็มตัว หวังเพิ่มฐานแฟนบอลกลุ่มอนุรักษ์นิยมให้เพิ่มขึ้น และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่ถูกมองว่ามีแต่นักเตะต่างชาติ 

รอบสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ขึ้นภาพมหึมาเป็นก๊วนบริติชคอร์ยืนหันหลังกอดคอประหนึ่งประกาศว่า "พวกผมพร้อมแล้วที่จะนำสโมสรก้าวไปข้างหน้า"

แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ปี โครงการท้องถิ่นนิยมกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

ซัมเมอร์ 2017 อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถูกปล่อยไปให้ลิเวอร์พูลแบบจำยอมเนื่องจากเหลือสัญญาปีเดียว 

คีแรน กิ๊บบ์ส ก็ถูกขายทอดตลาดให้เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เหตุไร้วี่แววแห่งการพัฒนา 

ธีโอ วัลค็อตต์ ที่อยู่กับทีมมานาน 11 ปีเต็มแต่สลัดภาพ "ดาวรุ่งตลอดกาล" ไม่พ้น ก็ต้องยอมรับชะตาไปเริ่มต้นใหม่กับเอฟเวอร์ตันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

ซัมเมอร์ล่าสุดถึงคิวของ แจ็ค วิลเชียร์ ที่ต้องอำลาทีมแบบไร้ค่าตัวทั้งที่เคยถูกมองว่ามีโอกาสก้าวขึ้นเป็นตำนานสโมสรเพราะถือเป็น "ลูกหม้อ" ตัวจริงเสียงจริง มีความเป็นกูนเนอร์สข้นคลั่ก และอยู่กับทีมมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย


อาร์เซน่อลตั้งความหวังกับกลุ่มนักเตะท้องถิ่นกลุ่มนี้เอาไว้อย่างมาก 

คนล่าสุดที่มีแนวโน้มอำลาเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเร็วๆ นี้คือ อารอน แรมซี่ย์ ที่กำลังหมดสัญญาในซัมเมอร์หน้า และการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ส่วน คาร์ล เจนกิสัน ที่ยังได้ชื่อว่าเป็นนักเตะอาร์เซน่อลในตอนนี้ก็อยู่อย่างไร้ตัวตน ต้องคอยหลบคนของเธอ เพราะเป็นส่วนเกินเต็มตัวในยุค อูไน เอเมรี่

ตัดในรายของ เจนกินสัน ออก ก็เท่ากับว่าก๊วนบริติชคอร์เหลือความหวังเพียง อารอน แรมซี่ย์ คนเดียว

อาร์เซน่อล พยายามต่อสัญญากับ แรมซี่ย์ มานานหลายเดือน ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าตกลงเบื้องต้นกันได้แล้ว 

ทว่าล่าสุด การเจรจาขั้นสุดท้ายมีอันต้องยกเลิก ขณะที่บีบีซี ยืนยันว่าเป็นอาร์เซน่อลที่ดึงข้อเสนอสัญญาใหม่กลับคืน

ไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุแท้จริงที่อาร์เซน่อลล้มโต๊ะเจรจา แต่เมื่อผลลัพท์ออกมาแบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเขาผายมือเปิดทางให้ อารอน แรมซี่ย์ ได้ย้ายทีม

ทางฝั่งตัวแทนของ แรมซี่ย์ เองก็เซอร์ไพรส์ไม่น้อยที่จู่ๆ ปืนใหญ่มีท่าทีเปลี่ยนไปเพราะเขาเองก็หวังเคลียร์สัญญาใหม่ของ แรมซี่ย์ ให้ได้ก่อนสิ้นปี 

ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด อูไน เอเมรี่ เลี่ยงที่จะฟันธงอนาคตของ แรมซี่ย์ บอกเพียงว่าเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม 

ทว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดในผลงานของ แรมซี่ย์ ในการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่กับ เอเมรี่ ไม่ค่อยน่าประทับใจมากนัก


อูไน เอเมรี่ ปรับให้ แรมซี่ย์ เล่นตำแหน่งของ โอซิล แต่ผลงานยังไม่เข้าตา

เอเมรี่ เคยวางตัว แรมซี่ย์ เป็นหนึ่งในแข้งที่สามารถรับหน้าที่กัปตันทีมได้เฉกเช่นเดียวกับ เมซุต โอซิล, กรานิต ชาคา และ ปีเตอร์ เช็ก ในช่วงที่กัปตันตัวจริงอย่าง โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ยังไม่กลับมา

กุนซือชาวสแปนิช พยายามปรับสไตล์การเล่นของ แรมซี่ย์ ให้ยืนสูงกว่าที่เคย เหมือนเล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 ที่คอยปั้นเกมอยู่หลังกองหน้าตัวเป้า

ไม่ได้ยืนมิดฟิลด์คู่กลางเหมือนบทบาทส่วนใหญ่ในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ แต่เล่นในตำแหน่งของ โอซิล ไปเลย ขณะที่ โอซิล เองต้องถูกโยกออกไปเล่นด้านข้าง

กับตำแหน่งใหม่นี้ต้องยอมรับว่า แรมซี่ย์ ยังมีปัญหาในการปรับตัวพอสมควร แทบไม่มีนัดใดที่สร้างผลงานโดดเด่น นัดล่าสุดกับเอฟเวอร์ตันทำไป 2 แอสซิสต์ก็จริง แต่จังหวะอื่นแทบไม่มีส่วนร่วม

การเล่นเหมือนคร่อมจังหวะ หลายครั้งไปก่อนบอลเพราะติดสไตล์ "บ็อกซ์ ทู บ็อกซ์" แบบเดิมที่มักหาพื้นที่สอดเข้าไปลุ้นทำประตู ขณะที่ช่วงอยู่ในแดนตัวเองก็ขึ้นเกมค่อนข้างช้า 

ด้วยผลงานที่ยังไม่เข้าตาแบบนี้ทำให้สื่อในอังกฤษเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้บอร์ดบริหารอาร์เซน่อลล้มแผนต่อสัญญากับ แรมซี่ย์ ออกไป

จุดน่าสนใจก็คือ อาร์เซน่อลเพิ่งเสีย อีวาน กาซิดิช ซีอีโอคนสำคัญที่โยกไปรับงานกับ เอซี มิลาน พร้อมกับขยับให้ ราอูล ซานเยฮี ขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฟุตบอล รวมถึง วิไน เวนกาเตสฮัม ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเพื่อรับหน้าที่ที่ กาซิดิช เคยดูแล

มุมมองของ ซานเยฮี และ เวนกาเตสฮัม อาจเปลี่ยนไปในดีลใหม่ของ แรมซี่ย์ 

ซานเยฮี เคยทำงานกับบาร์เซโลน่าถึง 2 ทศวรรษ เขาคือคนที่ผลักดันผลผลิตจากลา มาเซีย ขึ้นสู่ชุดใหญ่นับไม่ถ้วนไม่วาจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, อันเดรส อีเนียสต้า, ชาบี เอร์นานเดซ, การ์เลส ปูโยล, เปโดร และ บิคตอร์ บัลเดส รวมถึงบอกให้สโมสรดึง เคราร์ด ปิเก้ กลับมาจากแมนฯ ยูไนเต็ด

เขาให้ความสำคัญกับเด็กที่ผ่านอะคาเดมี่สโมสรอย่างมากเพราะนักเตะกลุ่มนี้มีความรักและผูกพันสโมสร

แรมซี่ย์ เหมือนเข้าข่ายที่ว่าเพราะย้ายมาเล่นให้ทีมตอนอายุเพียง 17 ปี แต่ก็เป็นเล่นชุดใหญ่ให้คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ มาแล้ว 

ในมุมนี้ ซานเยฮี น่าจะมองว่า เอมิล สมิธ โรว์ กับ รีสส์ เนลสัน คือเลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงมากกว่า 

ขณะเดียวกัน ในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ ตัวแทนของ แรมซี่ย์ ต้องการค่าเหนื่อยระดับ 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ 

แม้ไม่ใช่ระดับเดียวกับตัวท็อปอย่าง เมซุต โอซิล แต่ก็เป็นเงินก้อนโตที่อาร์เซน่อลต้องคิดแล้วคิดอีก

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา อาร์เซน่อลทุ่มหนักไปกับสัญญาใหม่ของ โอซิล รวมถึงอัดค่าเหนื่อยเพื่อล่อให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ยอมย้ายมาเล่นด้วย 

รวมแล้ว อาร์เซน่อลต้องจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะมากกว่า 200 ล้าปอนด์ต่อปีซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากและต้องไม่ลืมว่าทีมไม่มีรายใดจากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เคยเป็นขุมทรัพย์ก้อนโตอยู่หลายปีก่อนหน้านี้

จำเป็นต้องปล่อยออกไปบ้างเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และคนๆ นั้นก็คือ อารอน แรมซี่ย์ 

คำถามในตอนนี้จึงเหลือเพียง อาร์เซน่อลจะสามารถเรียกค่าตัว แรมซี่ย์ ได้มากน้อยเพียงใดในตลาดรอบใหม่เดือนมกราคมนี้ หรืออาจไม่ได้เลยหากปล่อยให้นักเตะอยู่จนหมดสัญญาในซัมเมอร์หน้า 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด