:::     :::

เลี่ยนแต่แซ่บ

วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ สนามเด็กเล่น โดย เสือเตี้ย
493
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ไม่เกินเลยนักที่จะบอกว่า มิลาน ดาร์บี้แมตช์ หนที่ 219 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา "สนุก" ที่สุดที่ในรอบหลายปี

5 ประตู 1 จุดโทษ 8 ใบเหลืองจากการฟาวล์นับไม่ถ้วน ชนเสา/คานอีกเพียบ และแฮตทริกของ เมาโร อีการ์ดี้ คือบทสรุปย่อๆ ของดาร์บี้แมตช์ที่สมศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง

หลายปีที่ผานมา ฟุตบอลอิตาลีขาดแรงดึงดูดจนแทบไม่เหลือความน่าสนใจ ภาพความน่าเบื่อติดตัวราวกับเป็นโลโก้ แถมการผูกขาดของ ยูเวนตุส ใน 6 ปีหลังสุดยิ่งทำให้หลายคนเบือนหน้าหนี ตามเชียร์ไปทำไม สุดท้ายม้าลายก็แชมป์ 

ยังไม่รวมเรื่องการล้มบอลที่เหมือนเนื้อร้าย สลัดยังไงก็หนีไม่พ้น ยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส ต้องลงไปล้างเนื้อล้างตัวกันใหม่ในลีกรองเมื่อราวสิบปีก่อน 

สภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยของอิตาลีมีส่วนฉุดให้วงการลูกหนังขาดสีสันไปกันใหญ่ หลายทีมต้องเจียมเนื้อเจียมตัวเพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน ขณะที่ฮูลิแกนลูกหนังก็ขยันก่อเรื่องไม่หยุด ไล่ตั้งแต่เหยียดผิวไปจนถึงก่อเหตุทะเลาะวิวาท

มีการเปรียบเอาไว้ว่า กัลโช่ เซเรีย อา ก็เหมือนหนังชีวิตสักเรื่อง มีสาระแต่ไม่บันเทิงเริงใจ ต่างจากหนังแอ็กชั่นยิงกันเลือดสาดแบบพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ทว่า มิลาน ดาร์บี้แมตช์หนล่าสุดน่าจะพอกอบกู้ชื่อเสียงคืนมาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย 


กองเชียร์อินเตอร์  มิลาน มากันเต็มอัฒจันทร์

เอซี มิลาน ฤดูกาลนี้ถูกจับตามองตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ทุ่มเงินกว้านซื้อผู้เล่นใหม่แทบยกทีมหลังได้เจ้าของใหม่จากจีนหนุนหลัง ความคาดหวังจากแฟนบอลจึงเกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว

แต่มีกำลังทรัพย์ มีนักเตะใหม่ ไม่ได้หมายความฟอร์มในสนามจะติดปีกปลุกยักษ์หลับให้ขึ้นมาอาละวาดในทันที เงินทำให้อะไรหลายอย่างง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเดินหน้าแบบไร้รอยสะดุด

วินเชนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือหนุ่มวัย 43 ปี กดดันตั้งแต่ก่อนเกมดาร์บี้แมตช์เพราะผลงาน 3 วันดี 4 วันไข้ และความพ่ายแพ้ล่าสุดยิ่งทำให้เก้าอี้ตำแหน่งเทรนเนอร์มิลานที่นั่งมาตั้งแต่ปี 2016 ร้อนฉ่าหนักกว่าเดิม

อดีตหัวหอกทีมชาติอิตาลีหย่อน 6 ผู้เล่นใหม่จากมากกว่าสิบรายช่วงซัมเมอร์ ลง 11 คนแรก ไล่ตั้งแต่ อันเดร ซิลวา, ฟาบิโอ บอรินี่, แฟร้งค์ เกสซีเย่, ลูคัส บีย่า, ริคาร์โด้ โรดริเกซ, มาเตโอ มูซัคคิโอ และ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ 

แฟน "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ อาจต้องร้องว้าว!! เมื่อได้เห็นหนึ่งในนักเตะชุดตกชั้นพรีเมียร์ลีก ประจำการทางวิงแบ็กขวาในดาร์บี้แมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกคู่ของวงการลูกหนัง

ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน มาเงียบๆ แต่น่าจับตาเพราะความที่มี ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือฝีมือดีคุมทัพ 


เมาโร อีการ์ดี้ กางมือร่อนหลังกดประตูแรกของเกม

"งูใหญ่" ไม่ได้ซื้อเยอะเหมือนคู่ปรับร่วมเมือง ทว่าแต่ละตัวที่ดึงเข้ามาล้วนเสริมเขี้ยวเล็บให้ทีมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และส่งสัญญาณความดุดันตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น

ได้เห็นฟอร์ม มิลาน สคริเนียร์ กองหลังทีมชาติสโลวาเกียแบบเต็มๆ ในเกมนี้เข้าใจได้ทันทีทำไมอินเตอร์ถึงยอมจ่าย 23 ล้านยูโรดึงตัวมาจากซามพ์โดเรียทั้งที่เล่นในเวทีเซเรีย อา ได้เพียงฤดูกาลเดียว

เซนเตอร์วัยหนุ่มไม่ได้สูงมากนัก (187 ซม.) แต่รูปร่างสมส่วน กำยำ แววดีมาก เข้าบอลหนักและแน่น ไม่โฉ่งฉ่างหรือฟาวล์พร่ำเพรื่อ และด้วยอายุเพียง 22 ปี ถือว่า อินเตอร์ ได้ของดีอนาคตไกลไว้ในครอบครอง 

ขณะที่ บอร์ฆ่า บาเลโร่ และ มาตีอัส เวซิโน่ 2 แพ็กคู่ในแดนกลางจากฟิออเรนติน่า ก็สอดประสานกันอย่างลงตัวเพราะเคยเล่นด้วยกันอยู่แล้ว 

เกือบครึ่งชั่วโมงแรก สองทีมดังของเมืองแฟนชั่นเปิดหน้าสูกันสนุก บุกเข้าใส่ในทุกจังหวะ แต่ความผิดพลาดเสียบอลริมเส้นเกือบกลางสนามของมิลานก็โดนลงโทษทันที 

อันโตนิโอ คันเดรว่า เปิดโค้งจากกราบขวาเข้าไปจุดนัดพบ เมาโร อีการ์ดี้ สอดเข้ามาตรงกลางระหว่าง โบนุชชี่ และ มูซัคคิโอ ก่อนตวัดบอลเฉือนๆ แต่ดีพอที่จะเปลี่ยนทางเข้าเสาไกล

จากนั้นรูปเกมของอินเตอร์คึกคักทันตาเห็น ครองบอลเกมรุกเข้าใส่และจบครึ่งแรกด้วยการชนะทั้งสกอร์และฟอร์มการเล่น

สถานการณ์ 45 นาทีแรก และฟอร์มในฤดูกาลนี้ที่ผ่านมา ไม่ชวนให้เชื่อว่า เอซี มิลาน จะกลับมาได้ ทว่าพลันที่เสียงนกหวีดยาวเริ่มครึ่งหลัง ลูกน้องของ มอนเตลล่า กลับขึงเกมรุกเข้าใส่ทีมเจ้านายเก่าสมัยร่วมงานกันที่โรม่า

มิลานเหมือนได้ยาดีในช่วงพักครึ่ง หมากตัวแรกเป็น พาทริค คูโตรเน่ หอกดาวรุ่งถูกส่งลงมาแทนกองกลางอย่าง เกสซีเย่ ที่ครึ่งแรกแทบไม่มีบทบาท 


เมาโร อีการ์ดี้ เฮกับสาวกงูใหญ่หลังกระหน่ำแฮตทริก

เกมรีสตาร์ตได้ 10 นาที มิลานหาโอกาสยิงจะแจ้ง 4 ครั้งจาก อันเดร ซิลวา ซัดชนเสา มูซัคคิโอ ตามซ้ำแต่ล้ำหน้า, ซูโซ่ กดเต็มข้อหน้าเขตโทษ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ต้องออกแรงปัดข้ามคาน และ คูโตรเน่ สอดมาตวัดลูกเปิดของ โรดริเกซ ที่เสาแรกแต่หลุดกรอบไม่ถึงคืบ

เกมรับอินเตอร์ที่เหนียวแน่นสุดในลีกจากการโดนเจาะเพียง 3 ประตูใน 7 นัดก่อนหน้านี้ ระส่ำอย่างเห็นได้ชัด และจังหวะนั่นเองพวกเขาเปิดช่องท้าทายความตาย ซูโซ่ แตะเข้าซ้ายข้างถนัดและปั้นเน้นๆ ส่งบอลกระแทกพื้นเสียบเสาไกลสุดสวยเปลี่ยนสกอร์เป็น 1-1 

มิลานกลับมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าในช่วงที่กำลังโหมเพื่อแซงคืนกลับพลาดเสียบอลกลางสนามอีกครั้ง อีการ์ดี้ ฉกได้จาก ลูคัส บีย่า ก่อนลากทำทางและป้ายออกซ้ายให้คู่หู อีวาน เปริซิช ที่โยกจนได้เหลี่ยมเปิดลอยเข้าในเขตโทษคืนมาที่ อีการ์ดี้ ได้ลอยตัวเตะเฉือนๆ ส่งบอลตุงตาข่ายงามหยด

ลูกนี้ยิงไม่ได้เพราะบอลพุ่งมาประชิดตัว แต่กัปตันทีมงูใหญ่วางเท้าได้พอดีเป๊ะ ไม่เน้นแรงแต่ทิศทางเต็มสิบ 

เจอเข้าไปชอตนี้ มิลาน ชะงักไปเลยเพราะเริ่มครึ่งหลังดีกว่าและตีเสมอได้สำเร็จ ทว่าเสียบอลให้อินเตอร์ได้โต้จังหวะเดียวก็โดนหมัดน็อกทันที 

มอนเตลล่า กระตุ้นให้ลูกทีมลุยต่อ และเรียกเสียงเฮได้สำเร็จกับประตูตีเสมอ 2-2 จากการเปิดบอลของวิงแบ็กจำเป็นอย่าง บอรินี่ ที่เลยไปเสาไกล จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งมาล้มตัวชาร์จติดเซฟ ฮันดาโนวิช ทีแรก แต่จังหวะตะครุบที่เสา หัวเข่าของนายทวารอินเตอร์ดันไปชนบอลเด้งข้ามเส้นเข้าประตูจนได้

เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ 2-2 เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน แต่แล้วนาทีสุดท้าย มิลาน ก็พลาดง่ายๆ อีกครั้ง ริคาร์โด้ โรดริเกซ ไปเหนี่ยว ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าทันที และเป็น อีการ์ดี้ รับหน้าที่สังหารกลายเป็นแฮตทริกที่มาถูกที่ถูกเวลา 

ตลอดทั้งเกมแทบไม่มีส่วนร่วมแต่เมื่อถึงจังหวะปิดบัญชีก็เฉียบขาดเลือดเย็น และเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่ ดีเอโก้ มิลิโต้ เพื่อนร่วมชาติรุ่นพี่ที่กระหน่ำแฮตทริกในเกมดาร์บี้แมตช์เมื่อปี 2012 


ตากเสื้อฉลองกันหน่อย!!

มิลานจบเกมแบบช็อกไม่น้อย อุตส่าห์รวมใจตีเสมอได้ 2 ครั้ง 2 ครา แต่ความผิดพลาดส่วนบุคคลก็ทำให้พวกเขาแพ้เป็นนัดที่ 4 จาก 8 นัดในลีกฤดูกาลนี้ ประตูได้-เสีย และคะแนนแทบจะเท่ากันที่ 12-13-12 อันดับหล่นวูบไปอยู่ที่ 10 ตามหลังนาโปลีถึง 12 คะแนน 

ณ วินาทีที่ปั้นต้นฉบับชิ้นนี้ ยังไม่มีข่าวร้ายของ มอนเตลล่า โผล่ออกมา แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ความกดดันถาโถมเข้าใส่อย่างหนักหน่วง 

เปรียบให้เห็นภาพ "ดาร์บี้ เดลลา มาดอนนิน่า" หนล่าสุด เหมือนอินเตอร์ใช้มือข้างถนัดจับค้อนอย่างกระชับตอกตะปู ไม่ต้องออกแรงบ่อย แต่หนักและแน่น 

ขณะที่ มิลาน จับด้ามค้อนด้วยความอ่อนแรงเพราะใช้มือข้างไม่ถนัด ต้องออกแรงตอก (ยิง) มากครั้งกว่า แต่เมื่อใกล้จะเสร็จงานดันทำค้อนหล่นให้หัวแม้เท้าตัวเอง...ซะงั้น

เป็นเกมที่ออกมาครบรส อาจไม่ได้เห็นใบแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของความดุดัน เข้มข้นแบบฉบับดาร์บี้แมจช์ แต่ผู้ชนะมาจากการยิงนำถึง 3 ครั้ง และแฮตทริกของคนที่ตลอดทั้งเกมสัมผัสบอลเพียง 24 ครั้ง ก็นับว่าไม่เสียแรงสำหรับแฟนบอลที่ถ่างตารอ

สนุก เร้าใจ กว่า "แดงชาเย็น" ขบวนล่าสุดเยอะ!!!


เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ไม่สามารถช่วยมิลานรอดพ้นความปราชัยได้


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด