:::     :::

บาร์เซโลน่า กับ ทริปเปิ้ลแชมป์

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
1,239
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
กับสโมสรอย่าง บาร์เซโลน่า กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับการก้าวไปคว้าแชมป์สักรายการในแต่ละซีซั่นที่ลงฟาดแข้ง ฤดูกาลไหนที่จบด้วยมือเปล่านี่สิเรื่องแปลก

         แน่นอนว่าในรายการลา ลีกา สเปน หรือ โกปา เดล เรย์ กลายเป็นสองถ้วยที่แฟนบอลได้เฮกันจนเป็นความเคยชิน โดยเฉพาะในรายการหลังที่คว้าแชมป์มาแล้ว 4 สมัยติดต่อกัน และอยู่ในเส้นทางที่จะซิวแชมป์อีกปีด้วย

         แต่เป้าหมายของพวกเขาไม่ได้หยุดแค่ความสำเร็จในประเทศ แต่มันคือแชมป์ "ยุโรป" ที่โดนคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เรอัล มาดริด เข้าป้ายคว้าแชมป์มา 3 ปีติดต่อกันแล้ว

         ถึงขนาดที่แฟนบอลรวมถึงขาใหญ่อย่าง เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด บอกว่าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังเหนือกว่าแชมป์ลา ลีกา

         ก็อยู่ที่มุมมองเพราะนั่นเป็นฝั่ง "ราชันชุดขาว" ที่อ้างอิงกันไปเองเพื่อกลบความผิดหวังในลีก ซึ่งจะเป็นการดีกว่าหรือเปล่าที่ "เจ้าบุญทุ่ม" จะตอกหน้าสาวกคู่แข่งด้วยการกวาดแชมป์เรียบทั้งสามรายการทั้งลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก


         การต่อสัญญากับ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ไม่ได้เรียกเสียงปรบมือจากเหล่าสาวกอาซูลกราน่า เพราะก็มีอีกไม่น้อยที่ไม่เชื่อมั่นใจฝีมือของเทรนเนอร์รายนี้อยู่เหมือนกัน

         หนสุดล่าสุดที่ทีมคว้า "3 แชมป์" มาครองได้ย้อนไปเมื่อปี 2014/15 สมัยที่มี หลุย์ เอ็นรีเก้ นั่งเก้าอี้นายใหญ่

         แต่เชื่อเถอะว่าด้วยศักยภาพนักเตะชุดปัจจุบันถือว่าไม่เป็นรอง และมีดีพอที่จะไปถึงตรงนั้นได้เหมือนกัน

         จุดสำคัญไหนบ้างที่จะทำให้ บาร์เซโลน่า ก้าวไปถึงจุดสูงสุดทั้งในลีกและยุโรปได้ ลองดูว่ามีอะไรบ้าง

กระดูกสันหลังของทีม


         คงไม่มีใครปฎิเสธว่า ลิโอเนล เมสซี่ คือคนสำคัญของ บาร์เซโลน่า ที่ยามขาดเกมรุกมักจะด้อยประสิทธิภาพลงอย่างเห็นได้ชัด 

         หลายคนมักจะยกให้กองหน้าคือตำแหน่งที่สำคัญเพราะหน้าที่ยิงประตูเพื่อตัดสินชัยชนะ แต่กองหน้าจะบุกเต็มที่ได้อย่างไรหากไม่มีกองกลางหรือกองหลังที่คอยปกป้อง ไม่ต้องห่วงพะวง

         แต่กระดูกสันหลังของ "เจ้าบุญทุ่ม" คือนักเตะที่ชื่อ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลางที่คอยปัดกวาดอยู่หน้าแผงหลังของทีม

         กว่า 10 ปีที่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่สมัยที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั่งเก้าอี้นายใหญ่ ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในโลกในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา

         "คุณดูเกม, คุณจะไม่เห็น บุสเก็ตส์ - คุณดู บุสเก็ตส์ คุณจะเห็นทั้งเกม" นี่คือคำพูดของ บีเซนเต้ เดล บอสเก้ เทรนเนอร์ชื่อดังที่พูดถึงอดีตนักเตะสมัยคุมทัพกระทิง

         แน่นอนว่านี่คือทัศนะที่ให้การยกย่องมิดฟิลด์รายนี้ ซึ่งหาก บาร์เซโลน่า หวังประสบความสำเร็จไม่ว่ารายการไหน ก็ต้องหวังให้กองกลางวัย 30 ปีรายนี้โชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

ปัญหาเรื่องลูกกลางอากาศ


         ในเกมรับของ บาร์เซโลน่า คงต้องยกให้ เคราร์ด ปีเก้ คือผู้นำหลังยืนระยะกับทีมมายาวนาน และเจ้าตัวก็เริ่มกลับมาทำผลงานได้ดีขึ้นนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2019

         แต่เมื่อมองถึงยามขึ้นมาช่วยเล่นลูกตั้งแต่ อดีตเซนเตอร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไม่ค่อยพังประตูได้มากเท่าไรนัก ต่างจาก เซร์คิโอ รามอส ของ เรอัล มาดริด ที่มีประตูให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

         อย่าง เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ หรือ โธมัส แฟร์มาเล่น ก็ไม่ได้ช่วยทีมจากจังหวะลูกนิ่งเท่าไรนัก ทำให้บ่อยครั้งโดนการตอบโต้จากคู่แข่งที่ตัดบอลได้สวนกลับมาอยู่เสมอ

         แนวรุกแสนอันตรายของทีมทั้ง ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อาจจะเล่นบอลบนพื้นได้เหนือกว่าคนอื่น แต่ลูกกลางอากาศยังเป็นปัญหา

         ยามเจอกับคู่แข่งที่รูปร่างสูงใหญ่กว่า, แข็งแกร่งกว่า มันจะเกิดปัญหาแน่ เพราะโดยปกตินักเตะในทีมก็ไม่ได้สูงใหญ่อะไรอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องปรับปรุงและแก้ปัญหาเพราะมันจะเป็นจุดให้คู่แข่งเล่นงานได้เป็นอย่างดี

นักเตะบางคนต้องการพัก


         เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ มักจะใช้การโรเตชั่นนักเตะเพื่อความสดของนักเตะที่ดีที่สุด เพื่อให้นักเตะไม่กรำศึกหนักมากจนเกินไป แต่บางครั้งมันก็เกิดการผิดพลาดบ้าง

         ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้วที่พวกเขาพลิกพ่าย โรม่า, หลุยส์ ซัวเรซ ออกมาเปิดเผยว่าสภาพร่างกายไม่พร้อมเต็มที่กับการลงสนามซึ่งเขาต้องการที่จะพักก่อนหน้านี้ 

         ซีซั่นนี้ดูจะมีการโรเตชั่นได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไร นักเตะอย่าง เคราร์ด ปีเก้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับต้องลงสนามต่อเนื่อง ซึ่งเป็นนักเตะคนเดียวที่ลงเล่นทุกเกมใน ลา ลีกา ฤดูกาลนี้เลย

        เช่นเดียวกันกับ หลุยส์ ซัวเรซ ที่บอกว่าอยากจะพักบ้างหลังเกมกับ แอธเลติก บิลเบา แต่ปัญหาก็อาจจะมาจากการที่มีนักเตะแนวรุกบาดเจ็บมาตลอดทั้งซีซั่นก็ถือว่าเข้าใจได้ ส่วนกองหน้าตัวเป้าก็ไว้ใจดาวยิงทีมชาติอุรุกวัยได้คนเดียวเท่านั้น

        ซามูแอล อูมตีตี้ กำลังจะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา น่าจะทำให้ ปีเก้ รวมถึง เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ ได้พักบ้างหลังกรำศึกหนักมาตลอดฤดูกาล นอกจากนี้การดึง เควิน-พริ๊นซ์ บัวเต็ง ก็ช่วยแบ่งเบาภาระในแนวรุก รวมถึง มัลคอม ที่ทำผลงานได้ดีขึ้นในช่วงหลังเล่นกองหน้าได้ โดยมี ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อุสมาน เดมเบเล่ เป็นตัวริมเส้น

ความมหัศจรรย์ของดาวดังค่าตัวแพง


         การจากไปของ เนย์มาร์ ทิ้งช่องโหว่ในแนวรุกทางฝั่งซ้ายของทีมเอาไว้ให้กับทีม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครที่จะทดแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

         จาก อุสมาน เดมเบเล่ ที่ดึงมาแต่เจออาการบาดเจ็บเล่นงาน จนมาถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่กระชากมาร่วมทีม กับค่าตัวรวมกับกว่า 280 ล้านปอนด์ แต่ถ้าพูดกันตามตรงทั้งคู่ยังไม่อาจโชว์ฟอร์มถึงขั้นที่แฟนบอลวางใจได้

         คูตินโญ่ ที่ยึดตำแหน่งมาตั้งแต่ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล แต่ฟอร์มยังห่างจากสมัยที่เล่นในพรีเมียร์ลีกอยู่พอสมควร ส่วน เดมเบเล่ ที่ดูดีมีชีวิตชีวาขึ้นมา แต่ไม่มีอะไรวางใจได้เพราะเรื่องพฤติกรรมนอกสนามยังเป็นปัญหาที่ยังต้องดูกันระยะยาว

         แต่นอนว่าไม่คนใดคนหนึ่งจะได้ลงเล่นในแนวรุกของทีมร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งแฟนบอลรวมถึงโค้ชเองก็คงคาดหวังว่านักเตะที่ลงมาจะเข้ากันลงตัวได้

         "ทริปเปิ้ลแชมป์" ที่ บาร์เซโลน่า ตั้งเป้าเอาไว้ โดยเฉพาะ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ที่เพิ่งต่อสัญญาใหม่ออกไป หวังจะสร้างความประทับใจด้วยการพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้

         แน่นอนก็ต้องหวังว่าสองดาวเตะค่าตัวแพงจะโชว์ผลงานยอดเยี่ยมออกมาเพื่อช่วยทีมในช่วงที่เหลืออยู่

ความยอดเยี่ยมของผู้รักษาประตูและกองหน้า


         ให้มองจากผลงานของนักเตะของทีมในฤดูกาลนี้ ต้องยกให้ มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น และ ลิโอเนล เมสซี่ คือสองคนที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล

         หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องง่ายเพราะที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า คือทีมที่เล่นเกมรุกตลอดเวลา ผู้รักษาประตูอาจจะเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยได้รับความสำคัญมากนัก แต่สมัยนี้ต้องบอกว่าคิดผิด เพราะในหลายครั้งที่ทีมโดนบุก มือกาวชาวเยอรมันช่วยเซฟประตูให้ทีมหลายครั้งครา

         ไม่น่าเชื่อว่า แทร์ ชเตเก้น เซฟไปแล้วถึง 79 หนในซีซั่นนี้ อาจจะดูไม่เยอะ แต่หากใครได้ดูต้องบอกว่าไม่ง่าย นี่คือคนสำคัญที่ช่วยทีมในเกมที่สูสีจนเบียดชนะได้

         ส่วน ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ต้องพูดถึง รู้กันอยู่แล้วว่านี่คือคนสำคัญของทีม ปีนี้กับผลงาน 30 ประตู 14 แอสซิสต์ แสดงให้เห็นว่าเขาคือหัวใจในเกมรุกที่ทีมจะขาดไม่ได้

         บาร์เซโลน่า จะประสบความสำเร็จปีนี้ต้องหวังการยิงประตูของ เมสซี่ รวมถึงการเซฟของ แทร์ ชเตเก้น ในเวลาที่เกมรับอ่อนแอ นี่คือสองคนที่จะพาให้ทีมประสบความสำเร็จกับสามแชมป์ครั้งแรกในรอบ 4 ปี



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด