:::     :::

'มาดริดยังไม่ตาย....'

วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
1,608
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อารมณ์ผิดหวังของโรนัลโด้หลังเกมพลิกพ่ายน้องใหม่ คีโรน่า 1-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจนมีคะแนนตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ถึง 8 แต้ม

    'ไม่มีใครควรพูดว่า เรอัล มาดริด ตายแล้วเพราะเราเคยแสดงให้เห็นว่าเราจะกลับมาได้เสมอ'
    'เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้สวยมันก็ง่ายมากที่จะพูดว่าพวกเราเป็นยอดทีม ตอนนี้เราต้องพิสูจน์ให้เห็นจริงๆว่ามันเป็นแบบนั้น แต่มันเห็นได้ชัดเจนว่าพวกเราไม่สามารถทำผิดพลาดแบบนี้ได้อีก'

    อีสโก้ อาลาร์กอน เพลย์เมกเกอร์ทีมชุดขาวเปิดอกหลังเกมพลิกล็อกพ่ายทีมน้องใหม่ คีโรน่า 1-2 บนสังเวียน'เอสตาดี้ มูนิซีปาล เด มอนติลีบี'เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หยุดสถิติคว้าชัยนอกบ้านบนเวทีลีกาไว้ที่ 13 นัดติดต่อกันเท่านั้น
    ผลจากความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้มาดริดตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ถึง 8 คะแนนหลังทีมอาซูลกราน่าทำสถิติออกสตาร์ตดีสุดของสโมสรจากสถิติชนะ 9 เสมอ 1
    ขณะที่ทีมชุดขาวปล่อยคะแนนหลุดมือถึง 10 แต้มจากการเล่นกับ บาเลนเซีย (2-2), เลบันเต้ (1-1), เรอัล เบติส (0-1) กับ คีโรน่า (1-2)
    มันเป็นงานการออกสตาร์ทย่ำแย่สุดนับตั้งแต่ยุค โชเซ่ มูรินโญ่...   


    ช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2012-13 ซีซั่นสุดท้ายขอมูรินโญ่ เรอัล มาดริด อยู่อันดับ 2 ก็จริงแต่มีคะแนนตามหลัง บาร์เซโลน่า ของ ตีโต้ บีลาโนบา ถึง 15 แต้ม ก่อนที่ทีมชุดขาวจะออกตัวแย่อีกครั้งในยุคซีดานอีก 5 ปีต่อมา
    จากประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ระบุว่า เรอัล มาดริด ไม่เคยประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ลีกาแม้แต่ครั้งเดียวหากตามหลังผู้นำ 8 แต้มหรือมากกว่านั้น
    ย้อนกลับไปในยุคของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ เคยออกสตาร์ทด้วยการเก็บ 20 แต้มจากการลงเล่น 10 เกมแรกของฤดูกาล 2006-07 เท่าผลงานของซีดานในซีซั่นนี้และตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า 3 แต้ม แต่คาเปลโล่นำทีมชุดขาวเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกาในท้ายที่สุด
    การทำผลงานช่วงออกสตาร์ทย่ำแย่สร้างความกังวลใจให้สาวกมาดริดิสต้าไม่น้อยเพราะพวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลังทีมอาซูลกราน่าที่ยังแรงไม่มีตกถึง 8 แต้ม แต่เส้นทางยังเหลืออีกยาวไกล ซีเนดีน ซีดาน ยังเชื่อมั่นว่าทัพ'โลส บลังโกส'จะกลับมาได้ในไม่ช้า
    'เราเสีย 3 คะแนนและตามหลัง 8 แต้ม แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรอัล สามารถกลับมาได้เสมอ เราจะมีวันที่ดีกว่าวันนี้และวันที่คู่แข่งปล่อยคะแนนหลุดมือ'เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสกล่าวด้วยความหวัง
    'ฟุตบอลมันเป็นเรื่องของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ครึ่งแรกเราเล่นกันได้ดี แต่ประตูแรกที่เสียมาจากลูกทุ่มที่เราขาดสมาธิในช่วงนั้น ผมไม่คิดว่าเราจะเล่นแย่นะ เราไม่ได้ขาดความมุ่งมั่นหรือความพยายาม เราแค่เสียสมาธิในจังหวะสำคัญเท่านั้น'


    ซีดาน นำทีมออกสตาร์ต 10 เกมแรกด้วยสถิติชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 2 ทีมของเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสปราชัยครั้งแรกของฤดูกาลต่อ เรอัล เบติส 0-1 คาสังเวียน'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'จากการโขกประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ อันโตนิโอ ซานาเบรีย
    การพ่ายแพ้ดังกล่าวอาจอ้างได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้บนเวทีลูกหนัง ทว่าสำหรับการปราชัยบนสังเวียน'เอสตาดี้ มูนิซีปาล เด มอนติลีบี'เป็นอีกเรื่องทั้งที่มาดริดเป็นฝ่ายขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกมจาก อีสโก้ แต่กลับเสียสองประตูรวดในเวลาห่างกันเพียง 4 นาทีช่วงต้นครึ่งหลังจนแพ้ครั้งที่สองของฤดูกาล
    มันอาจเกิดขึ้นเพราะการขาดสมาธิในจังหวะสำคัญ การเสียความมุ่งมั่น ไร้แรงจูงใจ การขาดความพยายามหรืออะไรก็ตามแต่ ทว่าการพ่ายแพ้ต่อทีมน้องใหม่อย่าง คีโรน่า ซึ่งลงเล่นลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรกลายเป็นความอัปยศสำหรับสาวกมาดริดิสต้าหลายคน
    แม้เส้นทางยังเหลืออีกยาวไกลเพราะเพิ่งผ่านไปเพียง 10 นัดเท่านั้น ทว่าแม้กระทั่ง'มาร์ก้า'สื่อเมืองกระทิงที่อิงหลังทีมชุดขาวยังใช้คำว่า'ปาฏิหาริย์'ถ้าพลพรรค'โลส บลังโกส'จะฮึดกลับมาคว้าแชมป์ลีกาซีซั่นนี้
    อีสโก้ อาลาร์กอน เป็นนักเตะมาดริดที่เล่นดีสุดในสนามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาวิ่งพล่านทำทุกอย่างทั่วผืนสนามและยังใช้ความสามารถเฉพาะตัวสร้างสรรเกมอย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคะแนนความสามารถจากสื่อถึง 7.5
    มันต่างจากเพื่อนร่วมค่ายอย่าง คาริม เบนเซม่า ซึ่งได้คะแนนเพียง 4 ต่ำสุดของนักเตะทีมชุดขาวทุกรายเนื่องจากกองหน้าชาวฝรั่งเศสแทบจะไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย


    ปัญหาของมาดริดเกิดขึ้นจากอะไร? มีการวิเคราะห์แยกแยะของสื่อเมืองกระทิงได้ถึง 11 ข้อดังนี้
    1.เรอัล มาดริด มีปัญหากับการเล่นในบ้านซีซั่นนี้ ทีมของซีดานแก้ปัญหาด้วยการทำผลงานนอกบ้านได้อย่างน่าประทับใจ พวกเขาเดินหน้าเก็บชัยชนะจากการเล่นนอกรัง 4 นัดติดก่อนทิ้งสถิติชนะนอกบ้าน 13 เกมติดกันนับจากซีซั่นก่อนไว้ที่เมืองคีโรน่า
    2.การเล่นเกมรุกด้อยทั้งความเร็วและประสิทธิภาพ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพิ่งยิงประตูบนเวทีลีกาเพียงลูกเดียวเหมือนเบนเซม่า กองหน้าชาวโปรตุกีสเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะที่ดาวยิงฝรั่งเศสอยู่ไกลจากพื้นที่อันตรายมากเกินไป กองหลังของคีโรน่าจึงรับมือง่าย
    3.อีสโก้ เป็นผู้เล่นคนเดียวที่จุดประกายความหวังของทัพ'โลส บลังโกส' แต่อีสโก้ก็ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มประสิทธิภาพจากเพื่อนร่วมทีมด้วยเช่นกัน ซึ่งมันไม่เกิดขึ้นที่มอนติลีบี ความพยายามของเขาจึงไร้ผล
    4.การเติมเกมรุกริมเส้นทั้งสองฟากฝั่งสนามเคยเป็นจุดแข็งของมาดริดยุคซีดาน แต่มันลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับฤดูกาลที่ผ่านมา แต่การขาด ดาเนียล การ์บาฆาล ส่งผลกระทบโดยตรงเพราะซีดานไม่สามารถพึ่งพาเด็กอย่าง อาชราฟ ได้อย่างที่คาดหวัง ขณะที่มาร์เซโล่ก็ทำผลงานดร็อบลงไปจากปีก่อนด้วย


    5.การบาดเจ็บของแข้งตัวหลักหลายรายพร้อมกันทั้ง เกย์ลอร์ นาวาส, แกเร็ธ เบล, ดาเนียล การ์บาฆาล กับ มาเตโอ โควาชิช รวมถึง ราฟาแอล วาราน ซึ่งถูกถอดออกช่วงพักครึ่งในเกมเมื่อวันอาทิตย์มีผลต่อประสิทธิภาพการเล่นของมาดริดโดยตรงและแสดงให้เห็นว่าขุมกำลังของซีดานยังมีขนาดเล็กไม่มีผู้เล่นที่สามารถทดแทนได้เพียงพอ
    6.ต่อเนื่องจากข้อที่ผ่านมามันอาจเป็นผลมาจากการปล่อยนักเตะชั้นดีอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า กับ ฮาเมส โรดริเกซ ออกจากสโมสรในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและไม่มีการดึงนักเตะที่มีความสามารถทัดเทียมกันเข้ามาทดแทน ซีดานจึงไม่มีทางเลือกบนม้านั่งสำรองที่สามารถส่งลงไปพลิกสถานการณ์ในช่วงเวลาคับขันเหมือนช่วงฤดูกาลก่อน
    7.ซีดาน พยายามแก้เกมด้วยการส่งสองตัวสำรองอย่าง มาร์โก อาเซนซีโอ กับ ลูกัส บาซเกซ ลงสนามเพื่อหวังพลิกสถานการณ์ แต่มันไม่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าเกมอย่างที่เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสคาดหวังเหมือนที่พวกเขาเคยทำได้หลายๆครั้งก่อนหน้านี้
    8.เรอัล มาดริด เสีย 2 ประตูจากโอกาส 2 ครั้งของ คีโรน่า ขณะที่ทัพ'โลส บลังโกส'ยิงได้เพียงประตูเดียวจากการสร้างโอกาส 15 ครั้ง การพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถโยนความผิดให้ ฟรานซิสโก้ กาซีย่า ซึ่งลงทำหน้าที่แทนนาวาสเท่านั้น แต่มันเป็นปัญหาของประสิทธิภาพการเล่นเกมรุกที่ซีดานต้องรีบแก้ไขทันทีมากกว่า
    9.ทีมชุดขาวเสียคะแนนกับทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาถึง 5 แต้ม เริ่มจาก เลบันเต้ ที่บุกไปแบ่งแต้มถึงสังเวียน'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'ก่อนเกมพลิกพ่าย คีโรน่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้ทีมชุดขาวจะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร แต่มันเป็นสัญญาณเตือนว่าไม่มีใครเกรงกลัวพวกเขาอีกแล้ว


    10.เรอัล มาดริด จำเป็นจะต้องคว้าชัยชนะเพื่อลดช่องว่างจากบาร์เซโลน่า แต่การพลาดท่าปราชัยที่มอนติลีบีทำให้ทีมชุดขาวเสียเปรียบทีมคู่ปรับอย่างอาซูลกราน่ามากยิ่งขึ้น มันคงต้องพึ่งปาฏิหาริย์เท่านั้นหากทัพ'โลส บลังโกส'จะกลับมาคว้าแชมป์ลีกเมืองกระทิงซีซั่นนี้
    11.ทีมชุดขาวเคยคว้าชัยชนะเหนือคู่แข่งด้วยการทำประตูช่วงท้ายเกมหลายครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่มันแทบไม่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้ มันอาจหมายถึงความเชื่อมั่นที่ขาดหายไปส่วนหนึ่ง ซึ่งซีดานจะต้องพยายามรื้อฟื้นความมั่นใจกลับมาให้ลูกทีมโดยเร็ว
    เรอัล มาดริด ยังไม่ตายเหมือนคำยืนยันจากปากอีสโก้ก็จริง แต่มันขึ้นอยู่กับซีดานและลูกทีมจะสามารถกลับมาเล่นได้ดีทำผลงานได้ตามที่คาดหวังได้รวดเร็วเพียงใดด้วยเช่นกัน


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด