:::     :::

"สรรพอาวุธปีศาจ" และโอกาสสุดท้ายในคืนแห่งชะตากรรม

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
2,325
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาวุธใหม่ที่หวนกลับสู่อุ้งมือปีศาจแดง กับค่ำคืนแห่งชะตากรรมที่แทบจะวัดกันได้เลยว่า ซีซั่นนี้ของยูไนเต็ดจะยังต่อลมหายใจในการลุ้นTop4ได้หรือไม่

กลับเข้ามาสู่บรรยากาศของการแข่งขันฟุตบอลลีกกันอีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรีเมียร์ลีกที่พักเบรคหนีหนาวไปพักใหญ่ๆ สุดสัปดาห์นี้กำลังจะกลับมาเตะกันอีกครั้ง และคู่ใหญ่ที่น่าจับตามองก็คงจะหนีไม่พ้นบิ๊กแมตช์ของทีมเราเองนั่นก็คือ การเข้าถ้ำสิงห์บลูส์ บุกไปเยือนเชลซี ในเกมมันเดย์ไนท์ ดึกสงัดเวลาตีสามของคืนวันจันทร์ที่17 กุมภาพันธ์ ตามเวลาบ้านเรา หรือ สามนาฬิกาของเช้าวันอังคารที่18 นั่นเอง เรียกได้ว่ายื้อให้แฟนผีต้องนั่งแทะเล็บขบรอกันยืดยาวไปถึงคู่สุดท้ายกันเลยทีเดียว

มาดูสภาพความพร้อมของทีมตอนนี้กันก่อน ตอนนี้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่ได้เวลาพักหายใจหายคอกันเฮือกใหญ่ ตอนนี้นักเตะเก่าที่เจ็บไปก็ทยอยกลับมาบางคนแล้ว และเมื่อรวมกับนักเตะใหม่ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีม ทำให้ทีมเราพอจะมีตัวเลือกหลายอย่างกลับคืนมาเป็นไพ่ในมือของผู้จัดการทีมอีกครั้ง

หากเปรียบเปรยให้เห็นภาพ ปีศาจแดงกำลังค่อยๆได้"สรรพอาวุธ"กลับคืนมาในมือของเขา ทีละอย่างสองอย่าง


อาวุธแรกที่น่าสนใจที่สุดในนัดหน้านี้นั้นนั่นก็คือการกลับมาคืนสังเวียนอีกครั้งของ สก็อต แม็คโทมิเนย์ "Mctominator" ห้องเครื่องจอมทำลายล้างของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่น่าจะได้มายืนตัวจริงให้ทีมอีกครั้งหลังสลัดอาการบาดเจ็บ และมีภาพมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแบบเต็มเซสชั่นอีกครั้ง

นั่นแปลว่าหากน้องแม็คฟิตสมบูรณ์ เขาจะกลับมาทำหน้าที่เป็นห้องเครื่องวิ่งพล่านเป็นตัวทำลายล้างแดนกลางสนามของเชลซีอย่างแน่นอน


นอกจากนี้แล้วนั้นเราจะยังได้ดูนัดที่สองกันแบบเต็มๆของ บรูโน่ แฟร์นันดส์ กองกลางตัวรุกคนใหม่ของทีมที่ได้รับโอกาสลงประเดิมสนามไปแล้วในทันทีและก็สร้างมิติที่แตกต่างให้กับทีมอย่างเห็นได้ชัด กับนักเตะใหม่รายนี้ถือเป็นกำลังสำคัญอีกคนที่บอร์ดบริหารเลือกที่จะทุ่มซื้อมาเพื่อให้เป็นหนึ่งในแกนหลักตัวจริงของทีม 

รับประกันได้เลยว่า ไม่นานเกินรอ บรูโน่จะต้องผลิตอะไรดีๆให้แฟนผีได้เฮกันอย่างแน่นอนผู้เขียนเชื่อเช่นนั้น เพราะด้วยเซนส์บอลที่ยอดเยี่ยม และการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมฟุตบอลได้ง่ายของเจ้าตัว เขาจะต้องเป็นพลังทำลายและเปรียบประหนึ่งหอบังคับการ หัวใจสำคัญของการเล่นเกมรุกยูไนเต็ดเป็นแน่ นั่นคืออย่างที่สอง


และสุดท้าย "หอกแห่งปีศาจ" ผู้มากอบกู้สถานการณ์ให้กับทีมได้ในตำแหน่งกองหน้านั้น วินาทีนี้ โอดิออน อิกาโล่ คือชายคนนั้นที่จะเข้ามาช่วยยืนตรงตำแหน่งปลายหอกให้แก่ปีศาจแดงในการฟาดฟันคู่ต่อสู้ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราสู้โดยไม่มีอาวุธสุดท้ายในการปลิดชีพศัตรูเลยหลังจากที่มาร์คัส แรชฟอร์ดเจ็บยาวไปอย่างน่าเป็นห่วง การเซ็นอิกาโล่เข้ามาในรูปแบบของการยืมตัวไปจนจบฤดูกาล เพื่อแก้สถานการณ์ก่อนนั้นถือเป็นดีลที่ทำได้ดีสำหรับทีมดูแลการซื้อขายเซ็นสัญญานักเตะ

เกมกับเชลซีถือเป็นแมตช์ที่มีลุ้นจะได้เห็นอิกาโล่ในการลงเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแบบเต็มๆ หลังจากที่เฝ้าระวังเรื่องไวรัสโคโรน่า และทำการเรียกความฟิตให้เราได้เห็นกันในคลิปแล้วนั้น น่าจะมีลุ้นอย่างมากที่เขาจะได้ประเดิมนัดนี้เลยทันทีชนิดที่เรียกว่า "น่าจะหวังพึ่งพาได้" จากประสบการณ์และฝีเท้าที่ผ่านมา เหลือเชื่อว่าไม่มีแฟนแมนยูคนไหนสบประมาทดีลนี้เลย และค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเขาจะมาช่วยแก้ไขการเล่นในแดนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบเขตโทษให้กับทีมได้อย่างดี


จะเห็นได้ว่า นักเตะทั้งสามคนนี้ถือเป็นอาวุธที่เราได้รับ "เพิ่มเติมขึ้นมา" จากช่วงก่อนหน้านี้ที่ฟอร์มขึ้นๆลงๆและพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างที่รู้กันนับตั้งแต่แม็คหาย แรชหาย ฟอร์มแมนยูก็รูดมหาราชรัวยิกๆไม่หยุดหย่อนจริงๆด้วยนักเตะที่มีอยู่ในมือเพียงน้อยนิด  คราวนี้เราได้ตัวช่วยมาใหม่แล้วในฐานะ "3 ห." อาวุธของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

-ห้องเครื่อง

-หอบังคับการ

-หัวหอก

ดังนั้นการที่ได้นักเตะใหม่ และตัวเก่าที่หายเจ็บกลับมานั้น ทำให้ปีศาจแดงมีขุมกำลังนักเตะที่ดีขึ้นและกว้างขึ้น อันเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้เราสามารถเลือกใช้งานแผนการเล่นต่างๆได้อย่างมากมาย และรวมถึงเรื่องของฟอร์มการเล่นที่น่าจะดีกว่านักเตะบางคนในทีมที่ฟอร์มตกและไม่ดีพอต่อการใช้งานจริงในสนามด้วย

ทั้งหมดนี้ จึงเป็น "สรรพอาวุธแห่งปีศาจ" ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้รับกลับเข้ามาในมือ เพื่อตะลุยฝ่าศึกสงครามที่ยังไม่จบในฤดูกาล2019/20 นี้


ความสำคัญของเกมมันเดย์ไนท์ที่กำลังจะถึงนี้ กับตัวเลือกต่างๆของยูไนเต็ดดังที่กล่าวมาแล้วนี้นั้น ถามว่ามันสำคัญขนาดไหนกับเกมนัดนี้ ทำไมถึงต้องจั่วหัวบทความมาด้วยคำว่า "คืนแห่งชะตากรรม" เช่นนี้นั้น ต้องบอกว่า มันไม่ได้เกินไปกว่าความเป็นจริงเลยว่า เกมเยือนเชลซีในคืนวันจันทร์นี้ตามเวลาบ้านเรา แทบจะเป็นศึกตัดสิน"โอกาสลุ้นท็อปโฟร์" เพื่อไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าของแมนยูไนเต็ดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยปัจจัยและโอกาสในหลายๆข้อ

1.เปรียบเทียบความหนักหน่วงของโปรแกรมที่เหลือ

โดยเทียบสามทีมที่มีลุ้น นั่นก็คือ เชลซีของแลมพ์ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่มฮอตสเปอร์ของน้ามู โดยที่แกล้งทำเป็นลืมๆเชฟยู กับเอฟเวอร์ตันไปก่อน555 (สองทีมนี้อันดับสูงกว่าแมนยูนะจ๊ะ!!!) ได้ไปลองเช็คตารางแมตช์ที่เหลือในเกมลีกฤดูกาลนี้ของ สิงห์บลูส์ ไก่เดือยทอง และปีศาจแดงมาแล้ว พบว่าทีมที่โปรแกรมหนักที่สุด น่าจะเป็น เชลซี รองลงมาเป็นสเปอร์ และแมนยูไนเต็ดนั้นเจอกับโปรแกรมที่ง่ายกว่าทั้งสองทีมพอสมควร

แต่คิดว่าแมนยูไนเต็ดจะทำได้งั้นหรือ?

คำตอบคือ ไม่ .. เพราะถ้าทำได้ แซงเชลซีไปชาตินึงแล้ว กับโอกาสเปิดกว้างตั้งไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบในฤดูกาลนี้แต่แมนยูไนเต็ดเขวี้ยงทิ้งแบบไม่ใยดีไปเสียทุกครั้ง


ดังนั้น เมื่อดูคร่าวๆแบบยังไม่วิเคราะห์ละเอียดอะไรมาก ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า "สเปอร์" น่าจะเป็นตาอยู่ม้ามืดเข้ามาโฉบโควตาUCLไปกินแบบเนียนๆด้วยความเก๋าของโจเซ่ มูรินโญ่ ที่จะยังคงกัดไม่ปล่อยและยื้อตารางคะแนนเหนียวแน่นจนวันสุดท้าย ในขณะที่แมนยูไนเต็ดที่"ทำไมมันช่างเปราะบางเหลือเกิน" พร้อมที่จะพลาดล้มหัวแตกเองทุกเมื่อ ไม่น่าจะแซงทั้งสองทีมขึ้นไปได้แล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้มันจึงเป็นเกมสำคัญมากของเชลซีที่เขาต้องหมายมั่นปั้นมือจะเก็บสามแต้มให้ได้เพื่อฝ่าโปรแกรมหนักๆนี้ไป ในขณะที่เกมนี้ก็จะเป็นหนึ่งในแมตช์ที่เจอทีมใหญ่ของแมนยูไนเต็ดเรา ที่จำเป็นต้องรีบเก็บแต้มให้ได้มากที่สุดในทุกๆนัด

เกมนี้จึงสำคัญอย่างมากสำหรับสถานการณ์ที่กำลังคั่วพื้นที่UCLกันอยู่ในบรรดา3ทีมหลักนี้ และยังต้องระวังทีมรอสอดแทรกอย่างเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด และเอฟเวอร์ตันโดยฝีมือน้าแจ้อีก

2.จำนวนแมตช์ / ระยะห่าง / และผลไป-กลับ

ข้อนี้สำคัญมาก ขณะนี้เกมดำเนินมาจนถึงนัดที่25 และกำลังจะเป็นแมตช์26ของทั้งคู่ทั้งแมนยูและเชลซี นั่นแปลว่า จบจากนัดนี้จะเหลือเกมให้เล่นอีกแค่ 12เกมสุดท้ายเท่านั้นเอง ซึ่งหากค่ำคืนที่ว่านั้นเป็นชัยชนะของเจ้าบ้านอย่างเชลซี พวกเขาจะนำห่างเราถึง 9 แต้ม / เท่านั้นยังไม่พอ หากสเปอร์ดันไปเก็บวิลล่าได้ ก็จะโดนสเปอร์ทิ้งห่างไปอีก5แต้ม แถมเป็นอันดับที่5ซะด้วยซ้ำ

ย้ำ หากเราแพ้เชลซี และสเปอร์ชนะ  เราจะห่างสเปอร์ที่อันดับ5อยู่ 5คะแนน และพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก 9คะแนนเต็มๆ โดยเหลือแมตช์ให้เล่นอีกแค่12นัด

ซึ่งโอเค.. หากพูดกันในทางทฤษฎี เชิงตัวเลขมันก็ยังไม่ขาดหรอก บอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่หากพิจารณากันตามสภาพความเป็นจริง และใครที่ติดตามดูแมนยูไนเต็ดมาตลอดฤดูกาล คุณจะต้องรู้อยู่แล้วว่า ฟอร์มการเล่นของแมนยูไนเต็ดนั้นไม่มีอะไรที่แน่นอนเลย ทั้งคุณภาพและผลการแข่งขัน ไม่สามารถรับประกันอะไรได้ทั้งนั้น  อาทิตย์นี้อาจจะชนะอย่างสวยงาม แต่นัดหน้า ก็อาจจะไปแพ้คาบ้านต่อหน้าแฟนบอลตัวเองอีกก็เป็นได้ภายในพีเรียดแค่อาทิตย์เดียว

พูดกันในเชิงปฏิบัติ แมนยูไนเต็ดกับคะแนนแค่2-5แต้มที่ได้ไล่บีบเชลซีมาตลอด ยังทำไม่ได้ และทิ้งโอกาสซ้ำๆจนช่องว่างปัจจุบันกลายเป็น6คะแนน 

หากเราดันแพ้อีก ช่องว่างจะไกลกว่าเดิม จาก2ถึง5 กลายเป็น9แต้ม  แถมเวลาจะเหลือเพียงแค่12นัดสุดท้ายเท่านั้น

มีเวลาทั้งฤดูกาล 2ถึง5คะแนนเรายังทำไม่ได้  ดังนั้นอีกแค่12นัด แต่ระยะห่างหนักกว่าเดิมที่9แต้ม จะเหลืออะไร


นั่นคือเทียบให้เห็นWorst Caseแล้วนะที่คืนวันจันทร์นี้เราจะแพ้

แต่ไม่ต้องไปถึงWorst Caseหรอก  ลองจำลองแค่ ณ ปัจจุบันก็พอว่า เราห่างท็อปโฟร์6คะแนน นั่นแปลว่า จะต้องแช่งให้เขาแพ้2นัดรวด ในขณะที่เราชนะ2นัดรวด คะแนนถึงจะเท่ากันนั้น แค่นี้มันก็เป็นscenarioที่โคตรจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

.. เป็นไปไม่ได้ได้ยังไง แค่สองนัดเอง ทำไมดูถูกทีมตัวเองจัง?

ว่ากันทีละเรื่องก่อน

แช่งให้เชลซีแพ้รวดสองนัด อ่ะ อันนี้เป็นไปได้ (ฮา)

อันนี้เราเห็นกันมาตลอดซีซั่นแล้วว่า เชลซีพลาด แมนยูก็พลาดไปด้วย สลับกันพลาดอยู่แบบนี้ ถึงเวลาเชลซีก็ไม่หนีห่างไปสักที แต่แมนยูก็ยังไม่มีปัญญาไล่ตามเหมือนเดิม

ดังนั้น กรณีที่แช่งให้เชลซีแพ้สองนัดติด เป็นไปได้


แต่เงื่อนไขนี้ "ในเวลาเดียวกัน" จะให้แมนยูไนเต็ดชนะสองนัดติดพร้อมกับที่เขาแพ้นั้น "แทบจะเป็นไปไม่ได้" จากผลการแข่งขันและความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาตลอดทั้งฤดูกาล มันเป็นคำตอบที่แฟนบอลโดยเฉพาะเด็กผีนั้น รู้สภาพทีมตัวเองกันเป็นอย่างดี

ส่วนในด้านของปัจจัยอื่นๆที่เหลือนั้น จริงอยู่ที่ว่าเกมถัดไปแมตช์ที่27มันจะเป็นการตัดแต้มกันเองของสเปอร์กับเชลซี แต่ด้านแมนยูไนเต็ดถือว่าหนักหนากว่าเสียอีกที่ต้องเจอเกมหนักสามนัดรวดในลีกอย่างเอฟเวอร์ตัน แมนซิตี้ และ สเปอร์ ติดกันรัวๆ

ก็ถ้าจะถามว่าแมนยูมีโอกาสหมดลุ้นท็อปโฟร์ช่วงไหน

พูดได้เลยว่า เกมลีก5นัดถัดไปจากนี้นี่แหละแทบจะสปอยล์ผลท้ายฤดูกาลให้รู้แล้ว


ดังนั้นสรุปทั้งหมดทั้งมวล เกมกับเชลซีจึงสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากเราพ่ายแพ้ก็จะเป็นการยื่นคะแนนให้คู่แข่งแย่งอันดับเราโดยตรงให้ขึ้นไป3แต้ม ในขณะที่ตัวเองก็จมปลักอยู่ที่เดิมไม่สามารถจี้คะแนนลดช่องว่างได้  "หรือ" รักษาระยะห่างให้เท่าเดิม(6แต้ม)ให้ได้

อาการจะหนักกว่าเดิมแบบดับเบิ้ลสองเท่า ช่องว่างอันดับ4จะถูกฉีกขาถ่างออกไปเป็น9คะแนนทันทีโดยตรงจากเชลซี

เมื่อพิจารณาถึงสภาพแวดล้อม และความเป็นจริงของทีมทั้งคู่ รวมถึงปัจจัยอื่นๆด้านทีมคู่แข่ง และโปรแกรมการแข่งขัน ทุกสิ่งทุกอย่างมันชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้เกมกับเชลซีคืนวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ก็เป็น3แต้มเหมือนกับการเจอทีมอื่นๆเช่นกัน  แต่ความสำคัญของนัดนี้นั้น สำหรับผมแทบจะชี้ขาดได้แล้วว่า หากเราโดนเชลซี "โขยกหนี" ไปเป็น9แต้ม  กับ12นัดที่เหลือ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาตลอดฤดูกาลของแมนยู บวกกับปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่รายล้อมอยู่นั้น

แทบจะฟันธงได้เลยว่า หาก"แพ้"เชลซีนัดนี้ ก็แทบจะปิดประตูความหวังที่จะได้ไปยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้เลยในฤดูกาลหน้า ไม่ต้องลุ้นแล้ว

แต่หากยื้อยันเสมอได้ เราก็จะต่อลมหายใจไปลุ้นปาฏิหาริย์ท้ายซีซั่นกันได้อีกเฮือก

แต่ถ้าทะลึ่งบุกไปชนะเชลซีได้ โอกาสในการล่าท็อปโฟร์จากการท็อปฟอร์มจะกลับมาสู่ท็อปฟิลด์ที่เปิดกว้างอีกครั้งทันที


ผมไม่ได้เขียนแบบคนมองโลกในแง่ร้าย อย่าหาว่าผมถอดใจเร็วไป นี่เพิ่งนัด26เองเหลืออีกตั้ง12นัด .. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมมองสภาพความเป็นจริงอย่างถึงที่สุด และยอมรับความจริงได้ว่าสถานการณ์มันงวดเข้ามา และบีบคั้นมากแค่ไหนแล้ว เกมนัดนี้จึงทวีคูณความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งในความหวังอันริบหรี่ที่ว่านี้นั้น สิ่งที่จะทำให้แฟนบอลอย่างเรายังคงมีความหวัง และไม่ถอดใจก่อนเกมจะเริ่มกันได้  นั่นก็คือ ตัวความหวังใหม่ทั้งสามคนอ้ันได้แก่ อิกาโล่ที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีมที่เขารักและเชียร์มาตั้งแต่เด็ก / บรูโน่ ที่รอคอยจะได้ร่วมทีมกันมาเป็นปีๆ และเขานี่แหละคือความหวังของเกมรุก / การกลับมาของกองกลางไดนาโมตัวขับเคลื่อนพลังงานและความฮึกเหิมให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างแม็คโทมิเนย์

การมาของทั้งสามคนนี้ดังที่กล่าวไปแล้ว พวกเขาจะเป็นเหมือนสรรพอาวุธที่กลับสู่อุ้งมือปีศาจแดงตัวเขื่องตัวเดิมที่เคยอาละวาดล้างโลกมาแล้ว

อาวุธที่ค่อยๆกลับคืนมาทีละชิ้น จะทำให้ปีศาจแดงบินสูงไปสู่จุดหมายที่เฝ้าฝันได้หรือเปล่านั้น

ค่ำคืนแห่งชะตากรรมอีก7วันข้างหน้าจะเป็นคำตอบทั้งหมด

-ศาลาผี-


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด