:::     :::

การต่อสู้ในแบบฉบับ "ซน เฮือง มิน"

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
1,002
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากจะเอ่ยถึงชื่อของดาวเตะเอเชียที่เก่งที่สุดในยุคสมัยนี้

หลายคนย่อมชี้นิ้วไปที่ "ซน เฮือง มิน" ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ของสเปอร์ส และทีมชาติเกาหลีใต้ นอกจากผลงานที่ยอดเยี่ยม และผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาอย่างต่อเนื่องแล้ว หนึ่งในเหตุผลที่หลายคนออกมายกย่องเขา นั่นคือทักษะ และสไตล์การเล่นที่เด่นชัด จนสามารถต่อกรกับนักเตะยุโรปได้อย่างไม่อายใคร

อย่างไรก็ตาม การที่ก้าวมาเล่นในลีกมหาโหดอย่างพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาอย่างมากมาย ท่ามกลางหยดเหงื่อ และแรงกายมากกว่าคนอื่น ช่วงนี้ เราไปดูเบื้องหลังความสำเร็จของเขากัน รวมไปถึงบุคคลที่ช่วยผลักดันให้เขามายืนอยู่ตรงนี้

"ซน เฮือง มิน" เกิดในจังหวัดกังวอน ประเทศเกาหลีใต้ ย้อนกลับไปวัยเด็ก เขาเป็นคนที่ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเป็นอย่างมาก ทั้งหมดผ่านการปลูกฝังจากผู้เป็นพ่ออย่าง "ซน วุง จุน" คุณพ่อมีแนวทางที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่เคยฝากลูกชายคนนี้เข้าไปเรียนวิชาลูกหนังในอะคาเดมี่ เหมือนที่คุณพ่อคนอื่นเลือกทำ แต่ท่านกลับลงมือฝึกสอนลูกชายด้วยตัวเอง และเป็นแบบนี้จนลูกชายอายุครบ 16 ปี

"ซน เฮือง มิน" ถูกฝึกหนัก ภายใต้โปรแกรมโหดของคุณพ่อ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เขาเป็นนักเตะที่สามารถเล่นฟุตบอลได้ดีทั้งสองเท้า ทั้งหมดผ่านการฝึกการสัมผัสบอลมานับพันนับหมื่นครั้ง นอกจากการออกกำลังกายที่เข้มงวดแล้ว ในเรื่องของโภชนาการก็สำคัญเช่นเดียวกัน โดยคุณพ่อเน้นให้เขารับประทานอาหารที่เน้นคุณประโยชน์จากข้าว และนมเป็นหลัก

กระนั้น ความสำเร็จย่อมแลกมาด้วยความลำบากเสมอ เขาย้อนความทรงจำว่า พ่อมักจะให้เขาเดาะบอลเพียงอย่างเดียวเป็นเวลา 4 ชั่วโมง โดยที่บอลห้ามตกถึงพื้นเลย กระทั่งวันหนึ่ง เขาเคยเดาะบอลติดกันเป็นเวลานาน เรียกได้ว่าเดาะจนตาแดง และมองไม่เห็นลูกบอล แต่นั่น เป็นบทเรียนที่ล้ำค่าที่ทำให้เขาเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง

เขากล่าวต่อว่า ย้อนกลับไปวัยเด็ก พ่อจะมาซ้อมกับเขาทุกวัน โดยจะซ้อมวันละสองครั้ง ส่วนมากจะกินเวลาวันละ 6 ชั่วโมง โดยพ่อจะคอยสอนเรื่องเทคนิค, การเล่นบอลสองเท้า และอีกมากมาย เขายอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าพ่อไม่ยอมให้โดดซ้อมเลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม พ่อของเขาเป็นคนที่รู้เรื่องฟุตบอลเยอะมาก ดังนั้น การซ้อมเลยเป็นไปได้ด้วยดี

โดยเรื่องราวที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือสมัยยังอายุน้อย "ซน เฮือง มิน" เคยออกเดินทางมายังประเทศอังกฤษ เพื่อทำการทดสอบฝีเท้ากับสโมสรแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และพอร์ทสมัธ แน่นอนว่า เขาต้องพบอุปสรรคครั้งสำคัญ จากการที่พูดภาษาอังกฤษ ไม่ได้เลย, ไม่มีเพื่อน และต้องทำอะไรด้วยตัวคนเดียว ส่งผลให้ไม่ผ่านการทดสอบฝีเท้าจากสองสโมสรดังกล่าว แต่เขายังไม่ยอมแพ้

กระทั่งอายุ 16 เขาได้ย้ายมาเล่นฟุตบอลที่ต่างประเทศแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิต ด้วยการเข้าร่วมทีมเยาวชนของฮัมบูร์ก สโมสรดังจากเยอรมัน ทำให้เขาเจออุปสรรคอีกครั้ง เมื่อเขาไม่สามารถพูดภาษาเยอรมัน ได้เลยแม้แต่คำเดียว แถมเพื่อนก็ยังไม่มีเหมือนเดิม เขาอดทนปรับตัว ผ่านการเรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมทีละเล็กทีละน้อย จนสองปีต่อมา เขาก็เข้าสู่ทีมชุดใหญ่เป็นผลสำเร็จ

เขาบอกว่า การย้ายมาต่างประเทศตอนอายุ 16 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขายังไม่มีเพื่อนฝูง หรือคนที่ไปไหนมาไหนด้วย เขารู้สึกโดดเดี่ยว และต่ำต้อย บางครั้งก็คิดถึงบ้านเกิดที่เกาหลีใต้ ทว่าความปรารถนาอย่างแรงกล้า ในการที่อยากก้าวทะยานมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ คือเป้าหมายสูงสุดที่เขาวางเอาไว้ และต้องทำให้สำเร็จ

หลังจากนั้น เขาย้ายไปร่วมทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวอันเป็นสถิติสโมสร และตามด้วยการย้ายมาเล่นกับสเปอร์ส ในปี 2015 กับราคา 30 ล้านยูโร ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะเอเชียที่มีค่าตัวมากสุดในประวัติศาสตร์ นอกจากสร้างสรรค์เกม และการยิงประตู ฤดูกาลที่ผ่านมา เขายังได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสเปอร์ส อีกด้วย

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ "ซน เฮือง มิน" เป็นนักเตะระดับโลกเหมือนในทุกวันนี้ โดยแอบแฝงเหตุผลเล็กๆที่หลายคนไม่ทันสังเกตเอาไว้ด้วย นั่นคือเขายังไม่แต่งงาน โดยเขามองว่า อยากจะโฟกัสกับการเล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และเรื่องของการมีครอบครัวนั้น ค่อยไปว่ากันหลังจากเลิกเล่นฟุตบอล

โดยกล่าวว่า เขาต้องทำให้มั่นใจว่า ขณะที่ยังเล่นฟุตบอลอยู่ ฟุตบอลต้องเป็นอันดับ 1 ในชีวิต เขาไม่มีทางรู้เลยว่า ตัวเองจะเล่นฟุตบอลระดับสูงได้อีกยาวนานแค่ไหน เมื่อเลิกเล่นไปแล้ว อาจจะเป็นตอนอายุ 33 หรือ 34 เขาสามารถที่จะมีชีวิตที่ยืนยาว กับการสร้างครอบครัวได้

"ซน เฮือง มิน" ออกมาทิ้งท้ายว่า เขาจะพยายามยกระดับของนักเตะเอเชีย ให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยยอมรับว่า นักเตะยุโรป และอเมริกาใต้ รวดเร็วกว่านักเตะเอเชีย อย่างเขาอยู่แล้ว แถมแข็งแกร่งกว่า นี่เป็นระยะห่างขนาดใหญ่ ระหว่างนักฟุตบอลยุโรป และเอเชีย

พร้อมกับเป็นเหตุผลว่า ทำไมเขาต้องทำงานหนักมากกว่าคนอื่น นักเตะเอเชีย สักกี่คนที่ประสบความสำเร็จในศึกพรีเมียร์ลีก ? จะมีก็ผู้เล่นอย่างพาร์ค จี ซอง ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ เพราะเขาทำงานหนัก มันเป็นงานยาก ในการลงเล่นพรีเมียร์ลีก คุณต้องทุ่มเทแบบ 100 เปอร์เซนต์เต็ม ทั้งทางเทคนิค, จิตใจ และร่างกาย

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด