:::     :::

พูดคุยสบายๆสไตล์ "เอ็ดการ์ ดาวิดส์"

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2563 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
1,161
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากเอ่ยถึงกองกลางตัวรับ

เอ็ดการ์ ดาวิดส์ ถือเป็นชื่อที่หลายคนยังไม่เคยลืมเลือน จากสไตล์การเล่นที่แสนดุดัน และกัดไม่ปล่อย เขาคือคนที่ตอบโจทย์ดังกล่าว พร้อมกับผ่านประสบการณ์ และความสำเร็จมาอย่างมากมาย ช่วงนี้ เราไปดูบทสัมภาษณ์เล็กๆน้อยๆของเขากันหน่อย ผ่านหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ และบางเรื่อง ผู้คนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน 



ฟุตบอลข้างถนน 

ผมได้รับฉายาว่านายกเทศมนตรีแห่งท้องถนน ผมไม่ได้เก่งกาจถึงเป็นราชาหรอก ชื่อนั้นได้มา ไม่ได้เพราะการเล่นฟุตบอลแบบฟรีสไตล์เท่านั้น แต่ผมเล่นฟุตบอลข้างถนนจริงๆ การแข่งขันเป็นไปในรูปแบบ 3 ต่อ 3 รวมไปถึงแบบ 5 ต่อ 5 ผมร่วมเล่นร่วมกับพี่ชาย เขาเล่นฟุตบอลเก่งกว่าผม อย่างไรก็ตาม ผมมาแซงเขาตอนที่เข้าระบบอะคาเดมี่ของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพราะว่าผมมีโอกาสเจอกับสุดยอดนักเตะในทุกวัน


ปีกซ้ายสู่กองกลาง

ผมเริ่มต้นด้วยการเล่นเป็นปีกซ้าย รวมถึงการเล่นกองหน้าตัวต่ำ พูดง่ายๆคือผมเล่นตำแหน่งหมายเลข 10 ข้อแตกต่างคือ ระบบของทางอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กองกลางต้องสามารถเล่นเกมรุกผสมกับเกมรับได้ แนวคิดเหล่านี้มาจากหลุยส์ ฟาน กัล (อดีตกุนซือของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม) เขาอยากให้ผมย้ายมาเล่นกองกลาง เพราะว่ามาร์ค โอเวอร์มาร์ส สามารถเล่นปีกซ้ายได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับผม การเล่นปีกซ้ายจะรู้สึกโดดเดี่ยว แต่เมื่อมาเล่นกองกลาง ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเกมมากขึ้น


แชมป์ยุโรป ด้วยวัย 20 ต้นๆ 

เราเอาชนะเอซี มิลาน มาได้ก่อน 2 เกม (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม 1994-95) นั่นแสดงว่า การที่คุณจะเอาชนะคู่แข่ง 2 เกมแบบนั้น คุณต้องทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ย้อนกลับไปเวลานั้น เอซี มิลาน ผ่านการคว้าแชมป์ยุโรปมาแล้วด้วย ดังนั้น พวกเขาจึงถือเป็นทีมที่ดี ผมดีใจที่เรายิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ 1-0 โดยได้ในช่วงท้ายเกม (พาทริค ไคลเวิร์ต ยิงประตูโทนในนาที 85) เมื่อเราสามารถคว้าแชมป์ได้ เหมือนกับปลุกคนฮอลแลนด์ ให้ลุกขึ้นมา เมื่อมองย้อนกลับไป ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ มันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่


ฉายาเดอะ พิตต์ บูลล์

ฟาน กัล เป็นคนตั้งฉายานี้ให้กับผม ตอนที่เล่นให้กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยสไตล์การเล่นของผม ในแง่ของการเล่นเกมรุก และเกมรับ อีกฉายาหนึ่งคือปลาปิรันย่า อารมณ์เหมือนปลาที่คอยไล่กัด และสร้างความเสียหาย ส่วนคนอเมริกาใต้เรียกผมว่าฉลาม แต่สุดท้าย ชื่อโปรดที่สุดของผมคือพิตต์บูลล์ 


สวมแว่นลงสนาม

ผมค่อนข้างเป็นกังวล และคิดว่าตัวเองอาจต้องแขวนสตั๊ด (เป็นต้อหิน) หลังจากนั้น ผมได้ค้นพบกับทางออก นั่นคือการสวมแว่นตากันลม โดยในช่วงแรก ผมรู้สึกแปลกนิดหน่อย และไม่คุ้นชินที่ต้องสวมใส่แว่นลงสนามแข่งขัน แถมบางครั้ง ยังมีไอน้ำมาเกาะบริเวณเลนส์ของแว่นตาอีกด้วย แต่ผมคิดว่า มันไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อฟอร์มการเล่นของตัวเอง โดยในช่วงเวลานั้น มีคนหัวเราะใส่ผมเหมือนกัน กับการที่ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตาลงไปไล่หวดลูกหนัง แต่ผมไม่อยากบอกว่าเป็นใคร 


คู่หูซีเนอดีน ซีดาน 

เป็นเรื่องของความไว้วางใจ รวมถึงเรื่องของพลังงาน หากคุณสามารถเชื่อมต่อกับใครสักคนได้ คุณย่อมจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป มันเกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และความรู้เกี่ยวกับฟุตบอล ในอีกหนึ่งระดับขึ้นไป ซึ่งผม และซีดาน ต่างเข้าใจลูกหนังในระดับเดียวกันนั่นเอง 


กองกลางร่างเล็ก

ผมมองว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของขนาดของร่างกายหรอก มันเกี่ยวกับการยืนตำแหน่งต่างหาก ผมมองว่า เป็นเรื่องยากนะที่ต้องเผชิญหน้ากับนักเตะตัวไม่ใหญ่มากอย่างอันเดรส อิเนียสต้า กับชาบี เอร์นานเดซ เพราะคุณต้องประจำตำแหน่ง และอ่านเกม รวมถึงการทำงานหนัก และแย่งบอลกลับมาครองให้ได้ ฟาน กัล ถือว่าเป็นผู้ที่สอนให้ผมเล่นแบบมีชั้นเชิง ผู้เล่นที่ยากต่อการต่อกรหรอ ? ผมชอบนักเตะอย่างพอล สโคลส์, รอย คีน และเดนนิส ไวส์ 


ดวลกับโรนัลดินโญ่ ที่บาร์เซโลน่า

การที่คนบอกว่าผมเอาชนะเขา ? มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย มันมากกว่าลูกเล่นที่คุณแสดงออกในสวนสาธารณะ หรือลูกเล่นใหม่ๆที่คิดขึ้นมา สำหรับเรื่องทักษะ และลูกเล่น โรนัลดินโญ่ ถือว่าเก่งสุดเท่าที่ผมเคยเล่นด้วยเลยล่ะ 

source : fft

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด