:::     :::

จุดชี้ขาดในดาร์บี้แมตช์

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มีหลายเหตุผลที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ หนึ่งในนั้นคือ ฟอร์มการเล่นของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ ลีรอย ซาเน่

ไม่ว่าเราจะนิยามสไตล์การเล่นว่าเป็น "ปีกยุคใหม่", "กองหน้ากึ่งปีก" หรือ "ตัวรุกด้านข้าง" แต่ทั้ง สเตอร์ลิ่ง และ ซาเน่ ต่างเข้ากับสไตล์ 4-3-3 ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้อย่างลงตัว นำมาซึ่งประตูและแอสซิสต์มากมายโดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญ

ทั้งคู่จะเป็นปัจจัยสำคัญชี้ขาดในชัยชนะของแมนฯ ซิตี้ วันอาทิตย์นี้แน่นอนหากแมนฯ ยูไนเต็ดไม่สามารถหาทางรับมือได้ 

ในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังสุด ตัวรุกด้านข้างของแมนฯ ยูไนเต็ด ต่างมีส่วนสำคัญในชัยชนะของทีม แต่ในดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ที่จะถึงนี้ หน้าที่ของพวกเขาอาจต้องเปลี่ยนไป 

เรือใบสีฟ้า กระหน่ำ 62 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลนี้ เฉลี่ยเกือบ 3 ประตูต่อนัด ขณะที่ สเตอร์ลิ่ง กับ ซาเน่ มีส่วนร่วม (ประตูและแอสซิสต์) สูงถึง 29 ประตู หรือคิดเป็น 47 เปอร์เซนต์

มีเพียง วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมเดียวที่ไม่เสียประตูให้แมนฯ ซิตี้ จาก 23 นัดในทุกถ้วยฤดูกาลนี้ แต่ในวันอาทิตย์นี้จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของทัพเรือใบ

แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่ทีมที่เกมรับเหนียวแน่นที่สุด แต่ โชเซ่ มูรินโญ่ คือกุนซือที่ได้ชื่อว่ามีแท็กติกล้ำเลิศที่สุดในการเล่นเพื่อผลการแข่งขัน 


ราฮีม ขยับเข้าในมากขึ้น (รูปกว่า) ก่อนเรียกจุดโทษและยิงประตูชัยในเกมชนะฮัดเดอร์สฟิลด์

แพท เนวิน กูรูของบีบีซี วิเคราะห์ว่า "โดยเฉพาะกับเกมนี้ที่แมนฯ ซิตี้จะต้องใช้พึ่งพาฟอร์มการเล่นที่กำลังเข้าฝักของผู้เล่นปีก" 

"แมนฯ ยูไนเต็ด จะเน้นเกมรับเป็นพิเศษแน่นอน ดังนั้น สเตอร์ลิ่ง กับ ซาเน่ จำเป็นต้องลองลุยในบทบาทที่ต่างออกไป และปรับวิธีการเล่นด้วยการตัดเข้าใน หรือสลับฝั่งกัน"

สเตอร์ลิ่ง กับ ซาเน่ จะต้องฝ่าด่านแรกคือตำแหน่งวิงแบ็กของผีแดงก่อนลุยถึง 3 ปราการหลังตัวกลาง

พื้นที่ตรงนั้นจะเป็น แอชลี่ย์ ยัง กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามีส่วนร่วมในประตู (4 ประตู) มากกว่า สเตอร์ลิ่ง และ ซาเน่ หากนับเฉพาะเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา 

ที่ผ่านมา แอชลี่ย์ ยัง และ อันโตนิโอ วาเลนเซีย สามารถเติมเกมรุกได้ตลอดเวลา แต่เกมวันอาทิตย์นี้ ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องบุกเข้าพื้นที่สุดท้ายในทุกครั้งที่มีโอกาส


ราฮีม สเตอร์ลิ่ง สัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่งและหาโอกาสยิงมากขึ้น 

"พวกเขาไม่จำเป็นต้องรุกขึ้นไปมากนัก อันที่จริง คงเป็นเรื่องงี่เง่ามากที่จะทำแบบนั้นกับแมนฯ ซิตี้"

"พวกเขาเพียงไปอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเปิดบอลได้ก็พอเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นที่รูปร่างสูงใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โรเมลู ลูกากู, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ มารูยาน เฟลไลนี่ ซึ่งล้วนมีประสิทธิภาพหากจะเน้นลูกกลางอากาศ"

"ดั้งนั้น ยัง และ วาเลนเซีย ไม่จำเป็นต้องเลี้่ยงผ่านคู่แข่งเพื่อบุกเข้าพื้นสุดท้าย"

"หากเติมเกมแบบนั้นจะทำให้ค้างอยู่ข้างบน ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะกลับมาตั้งรับผู้เล่นเกมรุกแมนฯ ซิตี้ซึ่งล้วนแต่มีความเร็วได้ทัน" 

ในช่วง 4-5 นัดหลัง ฟอร์มการเล่นของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง พุ่งกระฉูดอย่างมาก นอกเหนือจากประตูสำคัญในหลายนัดแล้ว สไตล์การเล่นก็เป็นสิ่งที่คู่แข่งรับมือได้ยาก

ย้อนไปในเกมบุกชนะเชลซี 1-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเดือนตุลาคมซึ่ง เควิน เดอ บรอยน์ ถูกยกย่องมากกว่าในฐานะฮีโร่ผู้ยิงประตูชัย และฝังทีมเก่าคาบ้าน แต่ สเตอร์ลิ่ง คืออีกคนที่เล่นได้ตามแผนของการของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 

เกมนั้น สเตอร์ลิ่ง ฉีกออกด้านกว้างมากขึ้นและดันสูงตลอดเพื่อกดไม่ให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ได้เติมเกมมากนัก ทำให้ เดอ บรอยน์ มีพื้นที่และช่องในการเปิดบอลมากขึ้น

แต่ภาพรวมฤดูกาลนี้ สเตอร์ลิ่ง ตัดเข้าในบ่อยกว่าฤดูกาลที่ผ่านๆ มา และทำให้การต่อบอลของซิตี้ไหลลื่น ไม่ขาดตอนเพราะมีตัววิ่งรอในพื้นที่ว่างเสมอ 

สถิติบันทึกไว้ว่า อดีตแข้งลิเวอร์พูล คือผู้เล่นที่สัมผัสบอลในแดนคู่แข่งมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ 

นอกจากนี้ สเตอร์ลิ่ง ยังหาโอกาสสับไกมากขึ้น และเปิดบอลน้อยลง ซึ่งนี่คืออีกเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวกำลังมีฤดูกาลที่ดีสุดเมื่อยิงไปแล้ว 13 ประตูจากทุกถ้วย และเป็น 9 ประตูในพรีเมียร์ลีก

ส่วนอีกเหตุผลคือ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนการเล่นระหว่างเกม เหมือนที่ช่วยให้ทีมบุกเอาชนะฮัดเดอร์สฟิลด์เมื่อเดือนที่แล้ว


ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กับ ลีรอย ซาเน่ มีส่วนร่วมในประตูของทีมถึง 47 เปอร์เซนต์

เกมครึ่งแรก ราฮีม ถ่างออกด้านข้างหวังสอดขึ้นหลังแบ็กคู่แข่ง แต่ทำได้ไม่ดีนักเพราะฮัดเดอร์สฟิลด์ตั้งรับลึก แต่ครึ่งหลัง เขาตัดเข้าในเพื่อเล่นบอลมากขึ้น และให้ ไคล์ วอล์คเกอร์ บุกด้านข้างแทน 

เพียง 2 นาทีของครึ่งแรก สเตอร์ลิ่ง เรียกจุดโทษให้ทีม และท้ายที่สุดเป็นคนยิงประตูชัยเก็บ 3 คะแนนหวุดหวิด 

"การปรับตัว คือสิ่งที่แมนฯ ซิตี้ ต้องทำระหว่างเกม ไม่ใช่ยึดตำแหน่งและระบบเดิมตลอด 90 นาที  มันขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีมพวกเขา เป๊ป ปรับเปลี่ยนตามคู่แข่งที่เจอ เหมือนในวันเจอเชลซี" เนวิน วิเคราะห์ต่อ

"แต่หลายครั้ง ก็เป็น สเตอร์ลิ่ง ที่ตัดสินใจด้วยตัวเอง ผมไม่ได้พูดถึงแค่ช่วงหลัง แต่เห็นหลายครั้งในฤดูกาลนี้ ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจเกมมากขึ้น และกำลังเรียนรู้" 

ฮัดเดอร์สฟิลด์, เซาธ์แฮมป์ตัน และ เวสต์แฮม ทำได้ดีเกินคาดจนเกือบหยุดสถิติชนะติดต่อกันของแมนฯ ซิตี้ ก่อนทำนบแตกในตอนท้าย

ทั้่งสามทีมชูธงแท็กติกเกมรับนำหน้าทุกอย่าง ซึ่งคงไม่แปลกหาก แมนฯ ยูไนเต็ด งัดวิธีนี้มาใช้ แต่ แพท เนวิน มองว่า มูรินโญ่ อาจทำในสิ่งที่ต่างจากหลายคนคาด 

"แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่ดีกว่าเดิมเพราะการมีกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโย่ และพวกเขาก็มีนักเตะที่ดีกว่าเดิมด้วย วิธีการเล่นของพวกเขาจึงน่าสนใจ"

"แมนฯ ซิตี้ จะเป็นฝ่ายครองบอล และหาทางเจาะเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องลุ้นเอาจากลูกตั้งเตะทั้งหลาย รวมถึงลูกเปิดจากด้านข้าง"


แรชฟอร์ด และ มาร์กซิยาล มีส่วนร่วมในประตูครึ่งหนึ่งของทีม

"ผมรอคอยเกมนี้มาตลอดฤดูกาล ไม่เพียงแต่เป็นการเจอกันของสองทีมที่ดีที่สุดในลีก แต่ยังมีสไตล์ของตัวเอง และมีขุมกำลังที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนกัน"

การมี มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นสำหรับการเล่นเกมรุกอันรวดเร็ว และมีส่วนร่วมในประตูของทีมมากกว่าคู่ของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กับ เลรอย ซาเน่ ด้วยซ้ำ

"บทบาทในเกมของทั้งคู่มีแนวทางชัดเจนกว่า หน้าที่ในระบบ 3-4-3 และ 4-2-3-1 ของ มูรินโญ่ ทำให้ต้องขึ้น-ลงทั่วสนาม และช่วยเกมรับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่นเดียวกับการโจมตีคู่แข่ง

"ฤดูกาลก่อน มาร์กซิยาล ออกไปเล่นด้านกว้างเป็นส่วนใหญ่ทั้งที่แฟนบอลส่วนใหญ่มองว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นปีกโดยธรรมชาติ และเหมือน มูรินโญ่ ใช้งานไม่ถูกจุด แต่เมื่อโยกเข้าใน อดีตแข้งโมนาโกก็ดูจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"ผมไม่มองว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด คือหน้าเป้า จริงอยู่ว่าเขาสามารถทำได้ แต่การที่เขามีสปีดความเร็ว และพละล้นเหลือก็สามารถเป็นตัวเลือกในการเล่นด้านข้างได้ ไม่ใช่รอปักหลักตรงกลาง"

"เมื่อผมมองเขา ผมเห็น เธียร์รี่ อองรี และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าเขาสามารถช่วยทีมในแบบนั้นได้" 

"ระบบของแมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ ยังไม่สามารถงัดเอาศักยภาพของ มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด ออกมาได้เต็มที่เหมือน สเตอร์ลิ่ง กับ ซาเน่ กับแมนฯ ซิตี้ 

หน้าที่ของแมนฯ ยูไนเต็ด จึงไม่เพียงต้องหยุด สเตอร์ลิ่ง กับ ซาเน่ ให้ได้ แต่ทำอย่างไรก็ให้ใช้ประโยชน์จาก มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด ซึ่งอายุน้อยและมีพรสวรรค์ไม่ได้ต่างกัน ให้ได้มากที่สุด




ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})