:::     :::

กุนซือยอดแย่แห่งบาร์เซโลน่า

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
961
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ผู้จัดการทีมฟุตบอลถือเป็นอีกหนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในโลก แม้ว่ารายได้จะงดงามมากด้วยก็ตาม

โดยเฉพาะกับทีมอย่าง บาร์เซโลน่า หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวสามารถตกเก้าอี้ได้ทุกเวลา

ด้วยความที่เป็นสโมสรระดับยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีที่ให้สำหรับความล้มเหลว การทำงานเพียงแค่ปีเดียวหรือไม่ถึงปีก็มากเกินพอ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทีมประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมทั้งในลีกและฟุตบอลยุโรป ด้วยสไตล์เกมรุกที่เป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมในโลกที่สร้างแนวทางการเล่นที่ไร้เทียมทาน

ยอดเทรนเนอร์หลายคนเคยผ่านสังเวียนที่นี่ นับตั้งแต่ยุค 2000 เป็นต้นมาจะบอกว่าพวกเขาคือหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จในโลกก็คงไม่เกินไปนัก

แต่ทว่าในเมื่อมีสำเร็จก็ย่อมมีล้มเหลว เป็นของคู่กัน ลองย้อนกลับไปดูว่ามีใครที่สร้างความผิดหวังให้กับสโมสรกันบ้าง

กีเก้ เซเตียน

ระยะเวลาคุมทีม : มกราคม 2019 - สิงหาคม 2019


สดๆร้อนๆเลยสำหรับ กีเก้ เซเตียน ที่โดนปลดออกจากทีมตำแหน่งหลังจากความพ่ายแพ้ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค เละเทะ 2-8 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากฝันที่สวยงามในการคุมหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกลายเป็นฝันร้ายอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งฤดูกาลเท่านั้น

นายใหญ่วัย 61 ปีเข้ามารับงานแทนที่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ แต่ว่ายิ่งนานวันเข้าแฟนบอลก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ถูกต้องมากขึ้นเรื่อยๆ

บ่อยครั้งที่มีข่าวว่านักเตะไม่พอใจแท็คติคของผู้เป็นเทรนเนอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขาใหญ่อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ไม่พอใจ อะไรก็เริ่มแย่ลฃงเรื่อยๆ

แชมป์ลา ลีกา สเปนจากที่นำเป็นจ่าฝูง พอกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งหลังจากเบรกช่วงโควิดกลายเป็นว่าทีมทำแต้มหล่นอยู่เรื่อยจนกลายเป็นโดน เรอัล มาดริด ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครอง สร้างความเจ็บใจเป็นอย่างยิ่ง

ในเวลานั้นทาง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรถึงขนาดไปที่บ้านพักของ เซเตียน เพื่อพูดคุยถึงอนาคต ก่อนที่จะยืนยันว่าเทรนเนอร์จะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปในฤดูกาลว่า

แต่ถึงกระนั้นความพ่ายแพ้แบบรับไม่ได้ต่อ "เสือใต้" ทำให้ เซเตียน ไม่อาจจะรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้ กลายเป็นอดีตกับสโมสรจากการคุมทีมแค่ครึ่งซีซั่นเท่านั้น

สถิติคุมเกม 25 เกม ชนะ 16 เสมอ 4 แพ้ 5 คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ชนะถึง 64 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามากที่สุดตลอดระยะเวลาที่ทำงานผู้จัดการทีม แต่กับที่นี่มันยังดีไม่พอ

ลาดิสลาฟ คูบาล่า

ระยะเวลาคุมทีม : พฤษภาคม 1980 - พฤศจิกายน1980


ตำนานนักเตะชาวฮังการีที่ต้องบอกว่าแฟนบอลยุคปัจจุบันคงมีคนรู้จักน้อยมาก เพราะสมัยที่สร้างชื่อจนโด่งดัง ต้องย้อนกลับไปถึงเมื่อ 70 ปีที่แล้ว

ลาดิสลาฟ คูบาล่า ประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงที่ย้ายมาค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ในปี 1951 และอยู่กับทีมนานถึง 10 ปี ช่วยทีมคว้าแชมป์ลีก 4 สมัย โดยทะลวงตาข่ายให้กับทีมสูงถึง 194 ลูกจาก 281 เกม ขึ้นแท่นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอันดับ 2 ของสโมสรในเวลานั้น เป็นรองแค่ เซซาร์ โรดรีเกซ อัลบาเรซ คนเดียวเท่านั้น

หลังจากที่คุมทีมชาติสเปนนานถึง 11 ปีในช่วงปี 1969-1980 คูบาล่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือของ "เจ้าบุญทุ่ม" ในช่วงเวลาที่ทีมกำลังประสบความล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง

เรียกได้ว่าการมีดีเอ็นเอแห่งความเป็น บาร์เซโลน่า ในตัวเต็มเปี่ยมนั้นนำมาซึ่งความหวังอย่างสูง ทว่าสุดท้ายคุมทีมอยู่ได้แค่ 6 เดือนก็โดนปลดออกจากทีมตำแหน่งจากผลงานชนะ 6 จาก 13 เกมที่คุมทีม

หลังจากที่เจ้าตัวเสียชีวิตในปี 2002 บาร์เซโลน่าสร้างรูปปั้นให้กับ ลาดิสลาฟ คูบาล่า ในฐานะตำนานนักเตะของทีมอยู่ที่บริเวณสนามคัมป์ นูด้วย

ลอเรนโซ่ เซร์ร่า เฟร์เร์

ระยะเวลาคุมทีม : พฤษภาคม 2000 ถึง เมษายน 2001


สร้างชื่อมาจากการคุม เรอัล เบติส อย่างยอดเยี่ยม พาทีมเข้าชิงชนะเลิศโกปา เดล เรย์ ในปี 2000 แต่แพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า นี่เอง

ถึงกระนั้นด้วยประวัติการทำงานที่ดี ลอเรนโซ่ เซร์ร่า เฟร์เร์ ได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่นคัมป์ นูแทนที่ หลุยส์ ฟาน กัล แต่ที่นี่กลับทำงานไม่ได้เต็มฤดูกาลก็โดนไล่ออกจากตำแหน่งไป

ในฤดูกาลอันโด่งดังที่ทีมคว้าสองซูเปอร์สตาร์อย่าง มาร์ค โอเวอร์มาร์ส และ เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ที่กำลังฟอร์มแรงกับ อาร์เซน่อล แต่ผลงานของทีมกลับน่าผิดหวัง

แน่นอนว่าในช่วงเวลานั้นในห้องแต่งตัวของถิ่นคัมป์ นูนั้นบรรยากาศเลวร้ายสุดจากคำบอกเล่าของกองกลางทีมชาติฝรั่งเศส และมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกุนซือรายนี้ด้วย

"ริชาร์ด (ดูทรูเอล) คนที่คอยเป็นล่ามและเขาก็คอยแปลตามปกติ เมื่อเขาหยุดอย่างกระทันหันและ 5 นาทีหลังจากนั้นเขาหันมาหาผมแล้วผมก็มองเห็นว่า 'เมย์เดย์ เมย์เดย์' แล้วทำตากระพริบ"

"เขาบอกผมว่า 'โค้ชอยากรู้ว่าผมเล่นตำแหน่งไหน' เราเพิ่งจบศึกยูโร (2000) ผมมองที่โค้ชแล้วก็มองกลับมาที่ ริชาร์ด แล้วตอบไปว่า 'เขาล้อเล่นรึเปล่า?' ริชาร์ด ตอบมาว่า 'เขาไม่ได้ล้อเล่น'"

"ดังนั้นผมพูดกับเขาไปว่า 'ผมอยากจะรู้ว่าคุณไปอยู่ไหนมาในช่วง 2 ปีนี้, เขาโดนลักพาตัวรึเปล่า? เขาเข้าไปอยู่ในป่าที่ไม่มีทีวีรึเปล่า'

สุดท้าย เฟร์เรร์ โดนไล่ออกในเดือนเมษายนในขณะที่ทีมตามหลังจ่าฝูงไกลถึง 15 คะแนน และปีนั้น บาร์เซโลน่า จบที่อันดับ 4 ของตาราง

หลุยส์ ฟาน กัล

ระยะเวลาคุมทีม : พฤษภาคม 2002 ถึง มกราคม 2003


หวนกลับมาคุมทีมเป็นคำรบสองหลังจากที่รอบแรกในช่วงปี 1997-2000 ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม กับแชมป์ลา ลีกา สเปน 2 สมัย และ โกปา เดล เรย์ กับ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อีกอย่างละ 1 สมัย

หลังจบฤดูกาล 1999/2000 ที่ทีมเสียแชมป์ให้กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า, หลุยส์ ฟาน กัล อำลาทีมไปคุมทีมชาติฮอลแลนด์ ก่อนที่จะกลับมาอยู่กับทีมอีกครั้งในปี 2002

แต่ทว่าในครั้งนี้กลับตรงข้ามกับการคุมทีมครั้งแรกแบบคนละเรื่อง แถมยังปล่อย ริวัลโด้ ออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัวทั้งที่ยังเหลือสัญญาอีกหนึ่งปี แต่กลับแยกทางกันไปพร้อมกับดึง ฮวน โรมัน ริเกลเม่ รวมถึง กาอิซก้า เมนดิเอต้า มาร่วมทีม

ฟาน กัล โดน ปลดออกจากตำแหน่งในเดือนมกราคม ซึ่งในตอนนั้นทีมตามหลังจ่าฝูงอย่าง เรอัล โซเซียดาด ไกลถึง 20 คะแนน และมีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่ 3 แต้มเท่านั้น

สุดท้าย ราโดเมียร์ อันติช เข้ามากอบกู้ทีมขึ้นมาจบอันดับ 6 แต่ก็ตามหลังแชมป์อย่าง เรอัล มาดริด สุดกู่ถึง 22 คะแนน

เคราร์โด้ มาร์ตีโน่

ระยะเวลาคุมทีม : กรกฎาคม 2013 ถึง พฤษภาคม 2014


การอำลาทีมแบบไม่มีใครคาดคิดของ ตีโต้ บียานวยบา อดีตมือขวาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทน จากการที่ป่วยเป็นมะเร็ง 

กับ ตีโต้ ที่แม้จะมีแค่แชมป์ลา ลีกา แถมโดนวิจารณ์อย่างหนักกับความพ่ายแพ้ให้ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสกอร์รวม 0-7 ในรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผลงานโดยรวมเช่นเดียวกับสไตล์การเล่นนั้นยังคงเอกลักษณ์ของทีมไม่เปลี่ยน

ทว่าในมือของ เคราร์โด้ มาร์ตีโน่ แม้ว่าผลงานของทีมจะไม่ได้ขี้เหร่แม้จะมือเปล่ากับการเป็นรองแชมป์ลา ลีกา, รองแชมป์โกปา เดล เรย์, เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ทว่าสไตล์ของทีมเป็นที่ไม่พอใจของแฟนบอลอย่างมาก จนสุดท้ายเจ้าตัวต้องประกาศลงจากตำแหน่งไป

"บาร์ซ่าของผมล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยปกติความล้มเหลวหมายถึงการไม่ได้แชมป์ ในมุมมองของผมแตกต่างกันไป ถ้าบาร์ซ่าเล่นด้วยสไตล์ของตัวเองแต่ไม่ได้แชมป์ มันคงไม่ล้มเหลว แต่เราไม่ได้แชมป์และเราก็เล่นไม่ดีอีกด้วย" มาร์ตีโน่ ยอมรับด้วยตัวเอง

"เราเจอปัญหามากมายซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องกีฬา หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน"

"แชมป์ลีกก็แค่อีกครั้งหนึ่งและมันไม่ได้ช่วยอะไร การตัดสินใจของผมในการอำลาทีมก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน"

"ไม่จำเป็นต้องขยายความอะไรที่มันจบไปแล้ว ผมไม่สนุกกับการเป็นโค้ชบาร์ซ่า แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะสนุกกับมัน (สถานการณ์แบบนี้) ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด