:::     :::

เรียกความมั่นใจ

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2564 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
635
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
คงไม่มีเกมไหนที่ เชลซี จะเรียกความมั่นใจกลับเท่ากับการเจอกับทีมรองบ่อนอย่าง มอร์แคมบ์ ในเกมเอฟเอ คัพ กับช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้

ชัยชนะเกมเดียวจาก 7 เกมหลังและการแพ้ให้กับ อาร์เซน่อล รวมถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สองคู่แข่งสำคัญในลีกยิ่งทำให้สถานะของ แฟร้งค์ แลมพราร์ด อยู่ในความลำบาก

เรียกได้ว่าถึงขนาดที่บ่อนรับพนันถูกกฎหมายยกให้นายใหญ่ "สิงห์บลูส์" ขึ้นเป็นเต็งที่ 1 ที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่งเลย

เพราะฉะนันอย่าแปลกใจที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะใช้ผู้เล่นชุดใหญ่หลายคนในการเจอกับทีมระดับลีก ทู แบบนี้


คูร์ท ซูม่า, เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ตซ์, ทิโม แวร์เนอร์ และ ฮาคิม ซิเย็ค คือตัวจริงที่ลงเล่นในเกมนี้ ส่วนคนที่เหลือประกอบไปด้วย เกปา อาร์รีซาบาลาก้า, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เอแมร์ซอน, บิลลี่ กิลมัวร์ และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย 

ด้วยทีมขนาดใหญ่ทำให้ตัวเลือกมีเยอะ นักเตะที่ลงสนามล้วนเป็นแข้งที่มีชื่อเสียงในระดับพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น

และเกมการแข่งขันก็ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ รูปเกมเป็น เชลซี ที่เดินหน้าขย่มอยู่ข้างเดียวด้วยเปอร์เซ็นต์การการครองบอลที่เหนือกว่าถึง 85 เปอร์เซ็นต์เลย


ในการแข่งขันในเกมนี้ก็ถือว่ามีเรื่องดีสำหรับการเรียกความมั่นใจไม่ใช่แค่กับทีม แต่ยังรวมถึงบรรดาแข้งที่ฝืดมาตลอดช่วงที่ผ่านมา

โดยเฉพาะ ทิโม แวร์เนอร์ ที่เพิ่งทำประตูได้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 เกม หรือจะบอกว่าตลอดเดือนธันวาคมที่่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายของเจ้าตัวที่ทำประตูไม่ได้เลย มีแค่แอสซิสต์ 3 หนเท่านั้นเอง

ถึงขนาดที่การทำประตูในเกมนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องแสดงความยินดียกใหญ่หลังห่างหายจากจากสกอร์บอร์ดไปนานจนมีเสียงวิจารณ์อย่างหนักเลย


ก็เข้าใจแหละว่าการย้ายทีมมาพร้อมกับความคาดหวังอย่างสูง จากที่จะยืนกองหน้าตัวเป้ากลายเป็นโดนขยับไปเล่นเกมรุกทางซ้าย ฟอร์มการเล่นไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนอย่างที่ทำได้กับ ไลป์ซิก

แต่นั่นยังไม่กดดันเท่ายามลงสนาม โอกาสหลายต่อหลายครั้งพลาดไปอย่างน่าเจ็บใจ ความมั่นใจยิ่งหดหายกันไปใหญ่

อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เกมนี้ทั้งทำประตูได้และแอสซิสต์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์เลย

เช่นเดียวกันกับ ทิโม แวร์เนอร์, มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันเป็นอีกคนที่เจอความกดดันเล่นงานอย่างหนักหลังต้องแบกภาระค่าตัวระดับ 70 ล้านปอนด์ ทว่านับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมยังไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับทีมเลย


1 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ใน 15 เกมที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก เทียบไม่ได้เลยกับฟอร์มการเล่นสมัยอยู่กับ เลเวอร์คูเซ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองปีหลังที่กด 38 ลูกในทุกรายการให้ทีม "ห้างขายยา"

แน่นอนว่าในส่วนของ ไค ฮาแวร์ตซ์ นั้นหนักกว่าเพื่อนร่วมชาติซะอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 4 เกมหลังในลีกได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรองเท่านั้น

ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาแข้งวัย 21 ปียังไม่สามารถเค้นศักยภาพออกมาได้เลยไม่ว่าจะถูกส่งลงสนามในฐานะตัวรุกหรือถูกถอยลงมายืนมิดฟิลด์ก็ตาม

แม้ชัยชนะในเกมนี้จะเกิดขึ้นกับการเจอกับระดับต่ำกว่าเยอะอย่าง มอร์แคมบ์ แค่ก็อย่างที่บอก เกมแบบนี้แหละถือเป็นโอกาสอันที่ทีมจะเก็บชัยชนะ รวมถึงนักเตะจะทำประตูหรือแอสซิสต์ได้เพื่อเรียกความมั่นใจ หรือแม้แต่เพิ่มความมั่นใจมากขึ้น


ถึงกระนั้นก็อาจจะมีเสียงเหน็บแนมว่าจะดีใจอะไรนักหนากับการเจอกับระดับ "ลีก ทู" แล้วเก็บชัยชนะมาครองได้เนี่ย

แต่ในมุมมองของฝั่งสีน้ำเงิน ชัยชนะถือเป็นเรื่องดี น่าจะกลับมาทำให้ความมั่นใจเหมือนช่วงก่อนหน้านี้กลับมาอีกครั้ง

นัดต่อไปกับการไปเยือน ฟูแล่ม ที่ถือว่าศักยภาพเป็นรองเยอะ คงจะเป็นตัววัดได้ดีกว่าทีมจะกลับสู่เส้นทางเดิมที่ต้องการได้รึยัง

ของดีมีอยู่ล้นทีมอยู่แล้ว หากผสมผสานเข้าที่เมื่อไรรับรองได้ใครก็ฉุดยาก


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})