:::     :::

โฟเด้น & ซานโช่ : ความเหมือนที่แตกต่าง

วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
1,865
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระหว่างความตื่นเต้น และความคาดหวังสำหรับเกมแชมเปี้ยนส์ลีก ที่แสนสนุกระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในแชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ มันก็มีความผิดหวังเกิดขึ้นเช่นกัน

    มันน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้เปรียบเทียบกันระหว่างสองอดีตเพื่อนร่วมทีม เรือใบ อย่าง ฟิล โฟเด้น และ เจดอน ซานโช่

    แต่ ซานโช่ ต้องพลาดโอกาสลงสนามเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้เขาต้องพักราว 1 เดือน

    และนั่นคือเรื่องน่าเสียดาย

    ซิตี้ เป็นฝ่ายเอาชนะ 2-1 ในนัดแรก และตอนนี้ทุกคนก็น่าจะรู้ผลนัดสองแล้วว่าใครที่เป็นฝ่ายเข้ารอบตัดเชือก

    แต่ความคาดหวังที่ โฟเด้น และ ซานโช่ จะเผชิญหน้ากันในการแข่งขันเป็นครั้งแรกนั้นเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจ เนื่องด้วยการเชื่อมโยงในเส้นทางอาชีพของพวกเขา

    นี่คือวิธีของผู้เล่นทั้งสองที่เริ่มต้นจากอะคาเดมี่เดียวกัน แต่ได้เลือกเส้นทางที่แตกต่างกันเพื่อนำพาตัวเองไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพ


    โฟเด้น อยู่ - ซานโช่ ไป

    ในปี 2017 คาลดูน อัล-มูบารัค ประธานสโมสรได้ยกย่องทั้ง โฟเด้น และ ซานโช่ โดยคาดการณ์ว่าทั้งคู่จะก้าวเข้ามาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อย่างแน่นอน

    คำชื่นชมที่เหล่าดาวรุ่งได้รับนั้นเช่นเดียวกับ บราฮิม ดิอาซ ซึ่งถูกมองว่ากลุ่มนักเตะเหล่านี้จะส่องแสงได้ในพรีเมียร์ลีก หลังช่วยให้ ซิตี้ ไปถึงรอบชิงเอฟเอ ยูธ คัพ ในปีนั้น

    "ดูที่ (เจดอน) ซานโช่ สิ แล้วคุณลองมองไปที่ ฟิล โฟเด้น คุณมองไปที่ บราฮิม ดิอาซ นักเตะเหล่านี้มีความสามารถมาก" คาลดูน กล่าว

    "ถ้าคุณถาม เป๊ป ในวันนี้ เขาจะบอกคุณว่าพวกเขาทำได้ และจะเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้"

    ซานโช่ และ โฟเด้น กลายเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปแล้ว และลงเล่นในเกมระดับอาชีพไปมากกว่า 100 นัด

    อย่างไรก็ตาม ซานโช่ กลับไม่เคยลงเล่นให้ เรือใบ เลยแม้แต่เกมเดียว

    เมื่อเดือนที่แล้ว เป๊ป กล่าวว่าเขา 'ไม่เสียใจ' ในเรื่องที่ ซานโช่ ย้ายไป ดอร์ทมุนด์ ในเดือนสิงหาคม ปี 2017

    "เราต้องการให้เขาอยู่ต่อ แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะจากไป" กวาร์ดิโอล่า กล่าว

    มองแล้วมันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น

    ก่อนหน้านี้ กวาร์ดิโอล่า อ้างว่าได้จับมือเพื่อต่อสัญญาใหม่มูลค่า 30,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์กับ ซานโช่ ในเดือนแรกของบปี 2017 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 2 ปี ก่อนที่ โฟเด้น จะได้รับสัญญาที่มีมูลค่าใกล้เคียงกัน

    แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ซานโช่ และที่ปรึกษาของเขาก็เริ่มมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของ เป๊ป ในการนำเด็กๆ ขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่

    นักเตะปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาใหม่ ซึ่งทำให้ กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจไม่เลือกเขาสำหรับการทัวร์สหรัฐฯ ในช่วงซัมเมอร์นั้น ต่อมา ซานโช่ ก็ไม่ได้ซ้อม และ ซิตี้ ก็บอกว่าจะขายเขาออกไป แต่จะไม่ขายให้สโมสรในอังกฤษด้วยกัน

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา โฟเด้น ยังคงอยู่กับ เรือใบ ต่างจาก ซานโช่ ที่เกิดในลอนดอน เขาเป็นเด็กท้องถิ่นของที่นี่ และเป็นแฟนบอลของทีมมาตลอดชีวิต เขาไม่ได้มีความปรารถนาที่จะไปไหนเลย

    มีข้อเสนอยืมตัวมากมายเข้ามา แต่ โฟเด้น ก็ตอบรับความต้องการของ กวาร์ดิโอล่า ที่บอกว่าจะช่วยเปลี่ยนเขาให้เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถ


    ซานโช่ เหมือนตัดสินใจพลาดในช่วงแรก

    การตัดสินใจของ ซานโช่ ดูเหมือนจะผิดในช่วงแรก แต่ก็เป็นระยะเวลาแค่สั้นๆ

    ในตอนแรก โฟเด้น ดูเหมือนจะเลือกถูก และ ซานโช่ นั้นเลือกผิด จากนั้นก็ปรากฎว่าบทบาทของทั้งสองกลับสลับกัน แต่ตอนนี้พวกเขาต่างก็ได้รับผลประโยชน์จากการตัดสินใจที่แตกต่างกันมาก

    เมื่อ ดอร์ทมุนด์ จ่ายเงิน 10 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว ซานโช่ พวกเขามอบเสื้อหมายเลข 7 อันทรงคุณค่าให้กับเขา ซึ่งนั่นบ่งบอกว่าเขาจะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่กับทีมอย่างทันที

    กระนั้น เขาก็ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง เมื่อ ซานโช่ ถูกจำกัดโอกาสลงเล่นเพียงไม่กี่เกมให้กับทีมระดับยู-23 เนื่องจาก เสือเหลือง ต้องรอการอนุญาตการลงทะเบียน

    เขาติดทีมชาติอังกฤษในศึกยู-17 ชิงแชมป์โลกที่อินเดียในปี 2017 และทำได้ 3 ประตู จาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่จากนั้นก็ต้องกลับไปยังเยอรมันตามคำสั่งของต้นสังกัด ซึ่ง อังกฤษ ได้ชูถ้วยแชมป์ และ โฟเด้น ก็เป็นแข้งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

    การประเดิมทีมชุดใหญ่ 6 นาทีในนัดพบ แฟร้งค์เฟิร์ต เมื่อ 21 ตุลาคม และการลงสำรองช่วงท้ายเกมกับ บาเยิร์น มิวนิค ใน 2 สัปดาห์ถัดมาถือเป็นการผลตอบแทนบางส่วน แต่เมื่อฤดูกาลใบไม้ร่วงเปลี่ยนมาถึงหน้าหนาว ซานโช่ ก็ยังคงอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม

    ในขณะเดียวกัน โฟเด้น ซึ่งเป็นแข้งยอดเยี่ยมที่อินเดียก็ได้ประเดิมทีมชุดใหญ่ของ เป๊ป และได้เป็นตัวจริงในเกมกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ในแชมเปี้ยนส์ลีก และต่อด้วย เลสเตอร์ ในอีเอฟแอล คัพ

    สถานะของ ซานโช่ ที่ ดอร์ทมุนด์ เริ่มเปลี่ยนไปในเดือนมกราคม ปี 2018 เมื่อเขาได้ออกสตาร์ทตัวจริง 3 นัดติด ในตอนท้ายซีซั่นถัดมา เขาได้กลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดในยุโรป และทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่

    เหล่าแนวรับในเวทีบุนเดสลีกา ต้องผวาอย่างหนักกับการรับมือ ซานโช่ ซึ่งมีความเร็ว และความมั่นใจในการท้าทายกับคู่ต่อกรคล้ายกับปีกสมัยเก่า โดยทำไป 12 ประตู และ 14 แอสซิสต์ ซึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้เขากลายเป็น 'แอสซิสต์คิง' ในลีกสูงสุดเมืองเบียร์ และมีชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมแห่งปี

    แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษได้รับรู้เรื่องราว และก็เรียก ซานโช่ ติดธงชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2018 จนกระทั่งหายหน้าไปในเดือนที่แล้วเนื่องจากบาดเจ็บ โดยก่อนหน้านั้นเขาเป็นแกนหลักของทัพ สิงโต เรื่อยมาจนสะสวมหมวกไป 18 นัดแล้ว

    กลายเป็น โฟเด้น ที่ต้องรอซะงั้น โดยในเดือนมิถุนายน ปี 2019 เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดลุยยู-21 ชิงแชมป์ยุโรปที่น่าผิดหวัง โดยได้เป็นตัวจริง 2 เกม ทำไป 1 ประตู ขณะที่ทีมชาติตกรอบแบ่งกลุ่ม

    มิดฟิลด์รายนี้ลงเล่นตัวจริงนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ปี 2018-19 โดยก่อนหน้านั้นเขาลงสนามไปรวม 98 นาทีเท่านั้นในลีก จากการเป็นตัวสำรอง 10 นัด ซึ่งมันเหมือนกับว่า โฟเด้น เป็นฝ่ายเลือกผิดซะแล้ว


    เปิดตา โฟเด้น

    คำถามเรื่อง โฟเด้น และการพัฒนาของเขา โดย เป๊ป ไม่ได้รับคำตอบอย่างถูกต้องจนกระทั่งถึงฤดูใบไม้ร่วงปี 2019 เมื่อเขาเริ่มลงเล่นเกมสำคัญ และการถูกเปลี่ยนสำรองก็อยู่ในสนามนานขึ้น

    ก่อนที่จะมีการล็อกดาวน์รอบแรกของเมืองผู้ดี และฟุตบอลอังกฤษหยุดพักไปกว่า 3 เดือนในเดือนมีนาคม ปี 2020 โฟเด้น ลงเล่นเต็ม 90 นาทีในอีเอฟแอล คัพ นัดชิงชนะเลิศ และเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ เมื่อซีซั่นกลับมาแข่งกันต่อในเดือนมิถุนายน เขามีส่วนร่วมถึง 12 จาก 14 เกมสุดท้าย

    เขาเป็นตัวจริงในเกมลีกกับ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนกรกฎาคม และก็อีกครั้งกับ เรอัล มาดริด ในแชมเปี้ยนส์ลีกเดือนสิงหาคม นั่นเป็นหลักฐานที่ว่า กวาร์ดิโอล่า ศรัทธาในตัว โฟเด้น มากขึ้น และรับรู้ถึงความก้าวหน้าที่จับต้องได้ในการพัฒนาของเขา

    การพัฒนานั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกมองมาตลอดว่าเป็นนักเตะตัวสร้างสรรค์ แต่ โฟเด้น ก็เพิ่มระดับของการพังประตูเข้ามาในฤดูกาลนี้

    ที่ แมนฯ ซิตี้ มีเพียง อิลคาย กุนโดกัน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เชซุส ที่ยิงได้มากกว่ามิดฟิลด์รายนี้ ซึ่งซัดไป 13 ลูก

    ระหว่างนั้น ทีมเอาชนะได้ 27 จาก 29 เกม ซึ่งทำให้ ซิตี้ แทบจะชัดเจนกับแชมป์พรีเมียร์ลีก โฟเด้น ลงเล่นตัวจริงไป 18 นัด และเป็นสำรองอีก 7 เกม

    เขาเพิ่งประเดิมนัดแรกให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปในเดือนกันยายน แต่เขาก็กลายเป็นคนสำคัญของทัพ สิงโตคำราม ไปเรียบร้อยแล้ว

    กวาร์ดิโอล่า รู้สึกว่าการพัฒนาหลายๆ ด้านจะช่วยให้ โฟเด้น มีประสิทธิภาพในการเล่นเกมรุกตรงกลางได้เท่ากับตอนที่อยู่ริมเส้น

    และตอนนี้ดูเหมือนว่าการจัดการกับไอ้หนูรายนี้จะถูกจุดแล้ว...

    พาสต้า


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด