:::     :::

เรื่องน่าจดจำของเคดิร่า

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2564 คอลัมน์ เล่าเก่าก้าวใหม่ โดย Latino
614
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ซามี เคดิร่า ก้าวถึงจุดสูงสุดในฐานะนักฟุตบอลจากการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติเยอรมัน

ซามี เคดิร่า โลดแล่นบนเวทีลูกหนังมานาน 14 ปี ก่อนอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันวัย 34 ปีของ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน จะยุติอาชีพค้าแข้งหลังเกมกับ ฮอฟเฟนไฮม์ ในวันเสาร์นี้ 

เคดิร่า เริ่มต้นหวดลูกหนังในปี 1992 กับ เอิฟฟิงเง้น ก่อนย้ายเข้าอะคาเดมี่ของ สตุ๊ตการ์ท ในปี 1995 จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของทัพม้าขาวในปี 2006 และร่วมคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาในซีซั่น 2006-2007 ซึ่งเป็นการฟาดแชมป์ลีกเมืองเบียร์ครั้งแรกในรอบ 15 ปีของสโมสร 


ช่วงซัมเมอร์ปี 2010 เคดิร่า ย้ายมาค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 14 ล้านยูโร ร่วมคว้าแชมป์ ลา ลีกา (1 สมัย), แชมเปี้ยนส์ลีก (1 สมัย), โกปา เดล เรย์ (2 สมัย), ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (1 สมัย), ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ (1 สมัย) และ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า (1 สมัย) ก่อนทีมชุดขาวจะปล่อยนักเตะย้ายซบ ยูเวนตุส ในช่วงหน้าร้อนปี 2015 แบบไม่มีค่าตัว

เคดิร่า ประสบความสำเร็จกับทีมเบียงโคเนรี่จากการคว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ 5 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในตลาดหน้าหนาวช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ เคดิร่า ยังก้าวถึงจุดสูงสุดของนักฟุตบอลด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกร่วมกับทีมชาติเยอรมันในปี 2014 ด้วย

นั่นคือเส้นทางอาชีพตลอด 14 ปีของ ซามี เคดิร่า ที่กำลังจะลงเล่นเกมสุดท้ายฐานะนักเตะอาชีพในเกมเยือน ฮอฟเฟนไฮม์ บนเวทีบุนเดสลีกาวันเสาร์นี้ 


'เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ผมสามารถฉลองการเป็นแชมป์เยอรมันกับ สตุ๊ตการ์ท นั่นเป็นวันที่ยอดเยี่ยม วันนี้เป็นวันที่ยากมากสำหรับผมในฐานะส่วนตัว เพราะในวันเสาร์ เวลาประมาณ 5.15 น. อาชีพของผมจะสิ้นสุดลง' 

'มันเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างยากและมันหนักสำหรับผมที่จะพูดถึงเรื่องนี้ แต่มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง 15 ปีในอาชีพนักฟุตบอลของเรามีผลกระทบและผมต้องประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าอะไรบ้างที่ผมยังทำได้และทำไม่ได้ สิ่งที่โน้มน้าวใจในตอนจบคือความรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้สัมผัส' เคดิร่า กล่าว

จากนี้เป็น 10 โมเมนต์ของ เคดิร่า ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพจนกระทั่งถึงปลายทางในวันเสาร์นี้ 

1.จุดเริ่มต้น

เคดิร่า มีแม่เป็นชาวเยอรมันกับพ่อเป็นชาวตูนีเซีย เติบโตที่ 'เฟลบัค-เอิฟฟิงเง้น' ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆตอนเหนือของ สตุ๊ตการ์ท ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีกับน้องชายสองคน หนึ่งในนั้นคือ รามี ที่ค้าแข้งกับ เอาก์สบวร์ก ในปัจจุบัน พวกเขาไม่ใช่ครอบครัวที่มีฐานะดีนัก 

เขาย้ายเข้าอะคาเดมี่ของ สตุ๊ตการ์ท ในปี 1995 ตอนอายุ 8 ขวบ แม้จะก้าวหน้าไปได้ดี แต่เขายังฝึกงานด้านการจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมหลังออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ปี ซึ่ง เคดิร่า จบหลักสูตรการฝึกอบรมนั้นอย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียง 18 เดือน 

ขณะเดียวกัน สตุ๊ตการ์ท โปรโมตเขาจากชุดยู-19 ปีขึ้นทีมสำรองม้าขาว มันทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้าอาชีพค้าแข้งของตนเองต่อไป ซึ่งมันได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาหลังจากนั้น 

2.ความก้าวหน้า

เคดิร่า เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับสโมสรท้องถิ่นอย่าง เอิฟฟิงเง้น ก่อนจะโยกเข้าอะคาเดมี่ของ สตุ๊ตการ์ท ในปี 1995 จนกระทั่ง อาร์มิน เฟห์ เทรนเนอร์ทีมม้าขาวในขณะนั้นจะผลักดันขึ้นทีมชุดใหญ่ในซีซั่น 2006-2007 เขาลงประเดิมสนามเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมในเกมเสมอ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 2-2 หลังถูกส่งลงสนามแทน อันโตนิโอ ดา ซิลวา อีก 4 สัปดาห์ต่อมา เคดิร่า ทำประตูแรกในอาชีพค้าแข้งจากเกมชนะ ชาลเก้ 3-0

ความประทับใจที่เขาทำในช่วง 2-3 เดือนฐานะรุคกี้นั้นดีพอที่จะทำให้ เคดิร่า ได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกด้วยสัญญา 2 ปีครึ่งในช่วงเดือนมกราคมปี 2007 ก่อนจบฤดูกาลแรกอย่างมีสไตล์ด้วยการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรกในรอบ 15 ปีร่วมกับ สตุ๊ตการ์ท หลังเกมชนะ เอเนอร์กี้ ค็อตต์บุส 2-1 หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของเขาคือ โธมัส ฮิตเซิลสแพร์เกอร์ ซีอีโอคนปัจจุบันของทีมม้าขาว

3.สไตล์การเล่น

ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว (1.89 เมตร) และน้ำหนักช่วยให้ เคดิร่า ได้เปรียบในการเล่นบริเวณกลางสนามและความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขายังทำให้นักเตะคู่แข่งรับมือด้วยความยากลำบาก ซึ่งมีส่วนทำให้ เคดิร่า กลายเป็นมิดฟิลด์อันตรายสำหรับคู่แข่ง แม้ว่าเขาจะไม่มีความเร็ว แต่ด้วยวิสัยทัศน์, จังหวะเวลา และ ความเข้าใจเกมของเขาช่วยให้ เคดิร่า สร้างอาชีพในฐานะมิดฟิลด์ตัวกลางที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง

'ใน ซามี, แฮร์ธ่า กำลังได้รับนักเตะที่มีประสบการณ์โชกโชนพร้อมหัวใจและอารมณ์ร่วมมากมาย' โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันพูดถึงลูกน้องเก่า 'เขาพิสูจน์ให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งในและนอกสนาม'

เคดิร่า เล่นได้ทั้งตำแหน่งหมายเลข 6 และหมายเลข 8 ซึ่ง เลิฟ เปรียบเทียบได้กับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสของ แมนฯยูไนเต็ด 'พวกเขาเป็นนักเตะสองคนที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน'

4.ประเดิมทีมชาติ

เขาเปิดตัวในเกมระดับนานาชาติกับทีมชาติเยอรมันชุดยู-21 ปี หลัง ดีเตอร์ ไอลท์ส เรียกตัวติดทีมครั้งแรกเมื่อปี 2007 อีก 2 ปีถัดมา เคดิร่า ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอินทรีเหล็กน้อยที่มีเพื่อนร่วมทีมอย่าง มานูเอล นอยเออร์, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, เยโรม บัวเต็ง และ เมซุต โอซิล ในเกมถล่ม อังกฤษ 4-0 คว้าแชมป์ยุโรปเมื่อปี 2009

นั่นทำให้เขาอยู่ในเรดาร์ของ โยอาคิม เลิฟ ซึ่งเรียก เคดิร่า มาเปิดตัวกับทีมชาติเยอรมันเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2009 ในเกมกระชับมิตรกับ แอฟริกาใต้ และยังถูกเรียกตัวติดโผทีมอินทรีเหล็กชุดทำศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2010 เขาลงเล่นทั้งหมด 7 เกม พร้อมทำประตูแรกกับทีมชาติในเกมชนะ อุรุกวัย นำทีมชาติเยอรมันคว้าอันดับ 3 จากทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว 

5.ย้ายครั้งใหญ่

จากผลงานกับ สตุ๊ตการ์ท และ เยอรมัน มีส่วนทำให้ เรอัล มาดริด ดึง เคดิร่า ไปร่วมทีมด้วยสัญญา 5 ปีหลังศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ แอฟริกาใต้ เขาประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในการค้าแข้งกับทีมชุดขาว ก่อน ซีเนดีน ซีดาน จะมาถึงมาดริด จนกระทั่งมิดฟิลด์ชาวเยอรมันย้ายไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส หลังจบฤดูกาล 2014-2015

หากการคว้าแชมป์กับ เรอัล มาดริด รวมกัน 7 รายการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้นยังไม่น่าประทับใจเพียงพอ สิ่งที่ เคดิร่า ทำในอิตาลีคงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น หลังการคว้าแชมป์ร่วมกับทีมเบียงโคเนรี่ 9 รายการ ซึ่งรวมถึงการคว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ 5 สมัยติดต่อกัน เพียงแต่เขาพลาดโอกาสชูโทรฟี่แชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่สองของตัวเองหลังการปราชัยต่อทีมเก่า เรอัล มาดริด ในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 2017

6.แชมป์ฟุตบอลโลก

เคดิร่า คว้ารางวัลใหญ่สุดในโลกของฟุตบอลจากการเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมชาติเยอรมันที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2014 ที่ประเทศบราซิล เขาออกสตาร์ท 5 เกมจนถึงรอบชิงชนะเลิศและทำหนึ่งประตูในการสร้างความอัปยศครั้งประวัติศาสตร์ของ บราซิล ด้วยการยิงสลุตทีมแซมบ้าพังคารังด้วยสกอร์ 7-1 ในรอบรองชนะเลิศ ทว่าการบาดเจ็บน่องทำให้ เคดิร่า ไม่มีส่วนร่วมในเกมชิงชนะเลิศ แต่ คริสตอฟ คราเมอร์ ที่ได้โอกาสลงเล่นแทนก็อยู่ในสนามเพียง 31 นาทีก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากมีอาการคอนคัสชั่น 

สองปีถัดมา เคดิร่า ยังช่วย เยอรมัน ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศของศึกยูโร 2016 เขาลงสนามทุกเกม ยกเว้นนัดพ่ายต่อเจ้าภาพ ฝรั่งเศส 0-2 สิ้นสุดเส้นทางเพียงรอบรองชนะเลิศ และเขายังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติเยอรมันลงเล่นรอบคัดเลือกของศึกฟุตบอลโลก 2018 แม้ว่าเกมสุดท้ายกับทีมชาติของเขาจะลงเอยด้วยความผิดหวังหลังพลิกล็อกพ่าย เกาหลีใต้ 0-2 ส่งผลให้แชมป์เก่าตกรอบแรกแบบน่าอับอายก็ตาม

7.ส่วนร่วมสังคม 

แม้มันจะจบลงแล้วก็ตาม แต่การเล่นระดับนานาชาติของ เคดิร่า เต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์และความสุขสำหรับเขาและคนอื่นๆ เขาซื้อตั๋ว 1,200 ใบสำหรับเด็กด้อยโอกาสเพื่อชมฟุตบอลโลกปี 2018 รอบคัดเลือกระหว่าง เยอรมัน กับ นอร์เวย์ ที่เล่นกันในเมืองสตุ๊ตการ์ทบ้านเกิดของเขา บรรดาเด็กๆสามารถเห็นฮีโร่แบบตัวเป็นๆของพวกเขา ในวันดังกล่าวยังมีการจัดพื้นที่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วย

'องค์กรการกุศลมาจากเมืองบ้านเกิดของผม เอิฟฟิงเง้น และ เฟลล์บัค และหลายคนอยู่ใน สตุ๊ตการ์ท, ทือบิงเง้น หรือ ลุดวิกส์เบิร์ก' เคดิร่า กล่าว 'สิ่งสำคัญสำหรับผม ไม่เพียงแค่บริจาคเงิน แต่เด็กๆจะได้รับบางสิ่งบางอย่างจากมัน เด็กๆหลายคนมักจะไม่ได้รับโอกาสดูเกมทีมชาติลงเล่นเนื่องจากเหตุผลทางการเงินและโลจิสติกส์ ผมหวังว่าจะทำให้เด็กๆมีรอยยิ้ม'

เคดิร่า ยังก่อตั้งมูลนิธิ 'ซามี เคดิร่า' เมื่อปี 2014 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทางสังคมด้วย

8.แข้งนักบุญ

มันเป็นการผสมผสานระหว่างความสำเร็จทั้งในและนอกสนามของ เคดิร่า ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล 'Order of Merit' จากรัฐ บาเด้น-เวิร์ตเทมเบิร์ก บ้านเกิดของเขาเพื่อเป็นการยกย่องเขาในการมีส่วนร่วมทางกีฦาและการมีส่วนร่วมทางสังคม 

เคดิร่า ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในเดือนกรกฎาคมปี 2016 'คุณมาจากไหนและสีผิวของคุณไม่มีบทบาทในสนาม' วินฟรีด เคร็ตส์ชมันน์ ประมุขรัฐ บาเด้น-เวิร์ตเทมเบิร์ก กล่าวถึง เคดิร่า ซึ่งกลายเป็นชาวเมืองสตุ๊ตการ์ทที่ได้รับการยกย่องต่อจาก เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ 'ทุกอย่างเกี่ยวกับทีมสปิริตและความสามัคคีของทีมและ เคดิร่า เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้' 

9.แฮตทริค

การทำประตูไม่ใช่ความสามารถพิเศษของ เคดิร่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รู้วิธีการทำประตู หลังการทำ 16 ประตูฐานะนักเตะ สตุ๊ตการ์ท, 9 ประตูกับ เรอัล มาดริด และ 7 ประตูกับทีมชาติเยอรมัน เขายังมีความสุขกับการค้าแข้งในอิตาลีหลังการยิงรวมกัน 21 ประตูจากการลงเล่น 145 เกมกับ ยูเวนตุส 

ขณะที่เขาทำได้หลายประตูในช่วงเริ่มต้นอาชีพกับ สตุ๊ตการ์ท แต่ไม่เคยทำแฮตทริค จนกระทั่งเกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียวในช่วงเดือนตุลาคม 2017 ในเกมชนะ อูดิเนเซ่ 6-2 เมื่อวันที่ 22 พร้อมนำลูกฟุตบอลกลับบ้านหนแรก 'มันเป็นแฮตทริคแรกในอาชีพของผม มันเจ๋งมาก แต่ผมมีความสุขกับชัยชนะเหนือสิ่งอื่นใด' เคดิร่า กล่าว

10.ก่อนรีไทร์

หลังการประสบความสำเร็จร่วมกับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส, เคดิร่า หวนคืนลีกเมืองเบียร์เพื่อช่วย แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ดิ้นรนหนีการตกชั้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? จำ อาร์เน่ ฟรีดริช ได้หรือไม่? เขาอายุ 31 ปีตอนทั้งคู่ลงเล่นด้วยกันในทีมชาติเยอรมัน (ปี 2011) ปัจจุบัน ฟรีดริช ทำงานฐานะผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของทีมหญิงชราตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมปี 2021 ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมเสียเวลาโทรหาเพื่อนเก่าอย่าง เคดิร่า เพื่อดึงมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ 

'ผมรู้ถึงคุณภาพความเป็นผู้นำของเขาและดีใจมากที่ตอนนี้เรามีเขาอยู่ภายใต้สัญญาที่ แฮร์ธ่า' ฟรีดริช กล่าว ซึ่ง เคดิร่า ไม่ต้องเสียเวลาคิดมากในการกลับมาช่วยเพื่อนเก่าและเขากำลังจะลงเล่นเกมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งในเกมเยือน ฮอฟเฟนไฮม์ วันเสาร์นี้ 

'หลังการแข่งขันในวันเสาร์นี้มันถึงเวลากล่าวคำอำลา' เคดิร่า โพสต์ลงทวิตเตอร์ 'ภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสสัมผัสช่วงเวลาพิเศษกับคุณ! ขอบคุณแฟนๆ เพื่อนร่วมทีม โค้ช ครอบครัว และ เพื่อนๆทุกคน' 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด