:::     :::

'เลวานดอฟสกี้'แข้งประวัติศาสตร์ลีกเมืองเบียร์

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564 คอลัมน์ เล่าเก่าก้าวใหม่ โดย Latino
1,006
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกทีมชาติโปแลนด์ยังกอบโกยความสำเร็จทั้งส่วนตัวและส่วนรวมกับ บาเยิร์น มิวนิค อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือการคว้ารางวัล ยูโรเปี้ยน โกลเด้น ชู หรือ รางวัลดาวซัลโวสโมสรยุโรปจากผลงาน 41 ประตูในซีซั่นที่ผ่านมา

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค คว้ารางวัล 'ยูโรเปี้ยน โกลเด้น ชู' หรือ รองเท้าทองคำ ครั้งแรกของเขา กลายเป็นนักเตะจากเวทีบุนเดสลีกาที่คว้ารางวัลดังกล่าว นับตั้งแต่ แกร์ด มุลเลอร์ ตำนานทีมเสือใต้เคยทำได้ 2 ครั้งในซีซั่น 1971-1972 กับ 1969-1970 

เลวานดอฟสกี้ ปิดฉากฤดูกาลที่ 11 ของเขาในลีกเมืองเบียร์ด้วยการกระทุ้ง 41 ประตู กลายเป็นสถิติใหม่ทำลายผลงานเดิมของ มุลเลอร์ ที่อยู่คงกระพันมานาน 49 ปี หลังเคยยิงในซีซั่นเดียว 40 ประตูช่วงฤดูกาล 1971-1972 

ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ ของ บาร์เซโลน่า กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของ ยูเวนตุส ยิงตามมาห่างๆที่ 30 กับ 29 ประตูตามลำดับ ส่วน ชิโร่ อิมโมบิเล่ เจ้าของรางวัลนี้เมื่อปีก่อนยิงเพียง 20 ประตู 

41 ประตู ของ 'เลวี่' มาจากการยิงเกมเดียว 5 ประตูหนึ่งครั้ง, 4 ประตูหนึ่งเกม และ ทำแฮตทริคอีก 4 ครั้ง กองหน้าชาวโปลคลำเป้าไม่เจอเพียง 4 เกมจาก 29 นัดที่เขาลงเล่นในฤดูกาลที่ผ่านมา


หาก เลวานดอฟสกี้ ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงเล่นเพื่อช่วย บาเยิร์น มิวนิค ไล่ล่าถาดแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 10 ติดต่อกัน กองหน้าวัย 33 ปี มีโอกาสทำแตะหลัก 50 ประตู หากพิจารณาจากค่าเฉลี่ยก่อนหน้านี้ 

นอกจากการก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูมากกว่า 40 ประตูในฤดูกาลเดียวบนเวทีบุนเดสลีกาแล้ว เลวานดอฟสกี้ ยังเป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้ารางวัลดาวซัลโวลีกเมืองเบียร์ 4 ปีติดต่อกัน จากทั้งหมด 6 ครั้งที่เขาคว้ารางวัลดังกล่าว 

สำหรับผู้ท้าชิงที่ทำผลงานใกล้เคียงสุดในซีซั่นที่แล้วคือ อันเดร ซิลวา หลังกองหน้าทีมชาติโปรตุเกสยิง 28 ประตูกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มากกว่า เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หนึ่งประตู 

ทว่า อันเดร ซิลวา ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ค่อนข้างฝืด หลังยิงเพียงประตูเดียวนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในช่วงซัมเมอร์ที่่ผ่านมา ขณะที่ ฮาแลนด์ ยังคงเป็นผู้ท้าชิงที่น่ากลัวสำหรับ เลวานดอฟสกี้ หลังกองหน้าวัย 21 ปียังคงความร้อนแรงต่อเนื่องกดไปแล้ว 7 ประตูในซีซั่นนี้เท่ากับผลงานของหัวหอกทีมเสือใต้ 


'นี่เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้' แฮร์เบิร์ต ไฮเนอร์ ประธานสโมสร บาเยิร์น มิวนิค กล่าวถึงการคว้ารางวัล 'ยูโรเปี้ยน โกลเด้น ชู' ของหัวหอกชาวโปล 

'ไม่ใช่แค่สำหรับการทำประตูจำนวนมากของเขาเท่านั้น แต่สำหรับความเป็นมืออาชีพที่เป็นแบบอย่างที่เขาทุ่มสุดตัวเพื่อความสำเร็จในแต่ละวัน เขาสมควรที่จะเป็นนักเตะคนที่สองของ เอฟซี บาเยิร์น หลังจากความสำเร็จที่ยากจะลืมเลือนของ แกร์ด มุลเลอร์ จากการคว้ารางวัล โกลเด้น ชู'

เลวานดอฟสกี้ กำลังสนุกกับการส่งบอลซุกก้นตาข่ายคู่แข่ง นับจนถึงตอนนี้หัวหอกวัย 33 ปี หลังการทำประตูกับทีมเสือใต้จากการลงเล่นทุกรายการ 18 เกมติดต่อกัน เขายังเป็นนักเตะคนแรกของบุนเดสลีกาที่ยิงประตูจากการเล่นในบ้าน 13 เกมติดต่อกัน และเขาจะทำผลงานเทียบเท่าประวัติศาสตร์ของ 'แดร์ บอมเบอร์' ที่เคยยิง 16 ประตูติดต่อกัน หลังกองหน้าทีมชาติโปแลนด์กระทุ้งประตู กรอยเธอร์ เฟือร์ธ ในวันศุกร์นี้ 


กับผลงาน 7 ประตูจากการลงเล่น 5 นัดแรกของซีซั่นนี้ เลวานดอฟสกี้ มีค่าเฉลี่ยยิง 1.59 ประตูต่อเกม มันจึงมีความเป็นไปได้ที่กองหน้าทีมชาติโปแลนด์มีโอกาสทาบอีกหนึ่งสถิติของ มุลเลอร์ ที่เคยยิง 7 ประตูในเกมเดียว รวมถึงการไล่ล่ารางวัล 'ยูโรเปี้ยน โกลเด้น ชู' สมัยสอง 

เลวานดอฟสกี้ ยิง 284 ประตูจากการลงเล่น 355 เกม กลายเป็นนักเตะที่ไม่ใช่ชาวเยอรมันที่ทำประตูมากสุดในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกา ส่วน มุลเลอร์ ยังเป็นเจ้าของสถิติยิงมากสุดของลีกเมืองเบียร์รวมกัน 365 ประตู 

ย้อนกลับไปช่วงปีแรกที่เขาย้ายจาก เลช พอซนัน มาค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2010 เขาทำเพียง 8 ประตูในการเล่นซีซั่นแรกในลีกเมืองเบียร์ หลังจากนั้น เลวานดอฟสกี้ ยิงแตะสองหลักต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ไล่จาก 22, 24, 20, 17, 30, 30, 29, 22, 34 และ 41 ประตู 


'ทุกรางวัลเป็นใบรับประกันว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนในโลกฟุตบอล' ฮาซาน ซาลิฮามิดชิช ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ บาเยิร์น มิวนิค กล่าวยกย่องกองหน้าวัย 33 ปี

'ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผมดูแลฝ่ายกีฬาที่ เอฟซี บาเยิร์น ผมได้รู้จักเขาในฐานะคนที่้ต้องการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและนำความคิดของเขามาอย่างเปิดเผยและวิธีการเรียกร้องของเขา'

'โรเบิร์ต เป็นคนกำหนดมาตรฐานสูงสุดเสมอ ทั้งสำหรับตัวเขาเองและสำหรับคนอื่นๆด้วยเช่นกัน นั่นช่วยเราได้ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมมีความสุขมากที่ โรเบิร์ต คว้ารางวัล โกลเด้น ชู ที่เขาสมควรได้รับ'

นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 เลวานดอฟสกี้ คว้ารางวัลดาวซัลโวลีกเมืองเบียร์ 5 สมัยและร่วมคว้าแชมป์บุนเดสลีกากับทีมดังแคว้นบาวาเรียตลอด 8 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยยิงรวมกัน 210 ประตูจากการลงเล่นลีกเมืองเบียร์ 224 เกม 


การทำผลงานชั้นอ๋องของ เลวานดอฟสกี้ มาจากการดูแลร่างกายเป็นอย่างดีและการมีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมของกองหน้าวัย 33 ปี นั่นมีส่วนทำให้เขาลงเล่นแต่ละฤดูกาลอย่างน้อย 29 เกม ตลอดช่วง 12 ปี 

แม้วัยจะล่วงเลยมาแตะหลัก 33 ปีแล้วก็ตาม แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของ เลวานดอฟสกี้ สามารถกล่าวได้ว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขสำหรับเขา ไม่ต่างจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยังคงโลดแล่นในระดับสูงในวัย 36 ปีกับ แมนฯยูไนเต็ด 

'33 ปีเป็นเพียงตัวเลขสำหรับผม มันไม่ได้แสดงว่าจริงๆแล้วผมอายุเท่าไหร่' เลวานดอฟสกี้ เผย 

'ผมมีร่างกายที่แข็งแกร่งและมีจิตใจที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน ตอนนี้ผมอายุ 33 ปี แต่สถิติของผมดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น ไม่ใช่แค่ในแง่ของความฟิตเท่านั้น ทุกเมตริกในสนามดีกว่าที่เคยเป็นมาในอาชีพค้าแข้งของผม บางทีผมอาจจะยกเวทเพิ่มขึ้นอีกหน่อยก็ได้' 


เมื่อพูดถึงอนาคตค้าแข้งของ เลวานดอฟสกี้ ที่ยังมีสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค จนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2023 โดยมีรายงานจากสื่อหลายสำนักอ้างว่ากองหน้าทีมชาติโปแลนด์ต้องการย้ายไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่ง 'เลวี่' ยอมรับว่าเขาเคยพบปะกับ ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ประธานทีมชุดขาว 1-2 ครั้ง

'มันเป็นเรื่องจริงที่ผมได้พบกับประธานของมาดริด เปเรซ หนึ่งหรือสองครั้งหลังการแข่งขันที่มาดริด แต่ผมไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้' เลวานดอฟสกี้ เผย

'กับ บาเยิร์น ผมเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกทุกฤดูกาลกับสโมสรจากประเทศอื่นๆ และผมสามารถแสดงให้เห็นว่าผมเก่งแค่ไหน' 

'ผมโฟกัสกับปัจจุบันและสโมสรของผมเพื่อพยายามคว้าชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า ผมไม่ได้คิดถึงการคาดเดาเกี่ยวกับอนาคตของผมที่คนอื่นสร้างขึ้นมา' 

เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกเหมือนเป็นคู่แข่งของ ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือไม่? 


'ผมแข่งขันกับตัวเองเสมอ ผมไม่ได้เปรียบเทียบสถิติกับประตูของผมกับของ เลโอ และ คริสเตียโน่' 

'พวกเขาเป็นยอดนักเตะ พวกเขายังคงทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมต่อไป และผมเคารพพวกเขาอย่างมาก'

'แต่ผมขอย้ำอีกครั้งว่า ผมต้องการจะแสดงให้เห็นต่อไปว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้าง ไม่ว่าจะยากแค่ไหน แต่ผมต้องการที่จะดำเนินต่อไปบนเส้นทางแห่งความสำเร็จ' เลวานดอฟสกี้ กล่าว 

ทำเนียบรางวัล 'ยูโรเปี้ยน โกลเด้น ชู' 20 ปีหลังสุด

2001-2002 มารีโอ ชาร์เดล สปอร์ติ้ง ลิสบอน 42 ประตู

2002-2003 รอย มาคาย เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า 29 ประตู

2003-2004 เธียร์รี่ อองรี่ อาร์เซน่อล 30 ประตู

2004-2005 เธียร์รี่ อองรี อาร์เซน่อล 25 ประตู

ดีเอโก้ ฟอร์ลัน บียาร์เรอัล 25 ประตู

2005-2006 ลูก้า โทนี่ ฟิออเรนติน่า 31 ประตู

2006-2007 ฟรานเชสโก้ ต็อตติ โรม่า 26 ประตู

2007-2008 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แมนฯยูไนเต็ด 31 ประตู

2008-2009 ดีเอโก้ ฟอร์ลัน แอตเลติโก มาดริด 32 ประตู

2009-2010 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า 34 ประตู

2010-2011 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด 40 ประตู


2011-2012 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า 50 ประตู

2012-2013 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า 46 ประตู

2013-2014 หลุยส์ ซัวเรซ ลิเวอร์พูล 31 ประตู

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด 31 ประตู

2014-2015 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด 48 ประตู

2015-2016 หลุยส์ ซัวเรซ บาร์เซโลน่า 40 ประตู

2016-2017 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า 37 ประตู

2017-2018 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า 34 ประตู

2018-2019 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า 36 ประตู

2019-2020 ชิโร่ อิมโมบิเล่ ลาซิโอ 36 ประตู

2020-2021 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ บาเยิร์น มิวนิค 41 ประตู


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด