:::     :::

(NO) Perfect Man !

วันพุธที่ 13 กันยายน 2560 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
2,760
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มีสุภาษิตไทยว่าไว้ 'ตีงูให้หลังหัก' อันนั้นคงเอามาใช้ได้ดีกับวงการฟุตบอลทั่วโลก

บ่อยครั้งที่เห็นว่าเหนือกว่า นำเขาอยู่ รูปเกมเป็นต่อ ครองบอลดี ทำอะไรก็ลงล็อกไปหมด แต่พอโดนปุ๊ป โมเมนตัมเปลี่ยนฝั่งปั๊ป สุดท้ายน้ำตาตกต้องคอยเอาหัวเข่าตัวเองมาเช็ดก็มีมาเยอะ

แม้ เอฟซี บาเซิ่ล จะไม่ใช่อสรพิษร้ายกาจ แต่ในเวทียุโรป แถมขึ้นชื่อว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังไงห้ามประมาทโดยเด็ดขาด

โชเซ่ มูรินโญ่ อาจจะพอใจกับ 3 คะแนนที่ทีมทำได้ตามเป้า แต่รายละเอียดโดยรวมยังถือว่าต้องปรับปรุงโดยเฉพาะทัศนคตินักเตะที่ยังติดเล่นและประมาทไปอยู่บ้าง

สกอร์ 2-0 อาจจะดูห่าง รูปเกมดีกว่าทีมเยือนเยอะ แต่ถ้าจับพลัดจับผลู เอฟซี บาเซิ่ล ตีไข่แตกไล่มาอาจจะมีงานเข้าสำหรับผองผีแดงก็เป็นไปได้

ดีที่มาได้ประตูที่สามช่วงท้ายเกมจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำให้เกม เซ็ต แอนด์ แมตช์ ทันที

จ่ามูไม่พอใจที่ลูกทีมของตนติดเล่น ติดประมาท และไม่ยอมจัดการฝ่ายตรงข้ามให้อยู่หมัดทั้งที่โอกาสมีเยอะแยะมากมาย เขาใช้คำว่า ' fantasy football, PlayStation football, tricks' ในการให้สัมภาษณ์ถึงลูกทีมหลังจบเกมนัดล่าสุด 

ใช่ นักเตะดูจะผ่อนคลายหลังจากนำห่าง 2-0 โอกาสได้ประตูที่สามมีเยอะแยะแต่จังหวะสุดท้ายดันขาดๆเกินๆ บางจังหวะดูจะไม่เน้นและทำเป็นเล่นสมอ จนบางทีก็หงุดหงิดและเข้าในอารมณ์ของมูรินโญ่ขึ้นมาทันที




"เราเล่นดีมากแต่พอนำ 2-0 ผมคิดว่าเราหยุดเล่น หยุดคิด เราหยุดทำในสิ่งที่ถูกต้องและกดดันฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอด" กุนซือชาวโปรตุกีสระบุหลังจบเกม 

" เราหยุดทำในสิ่งที่ทำมาโดยตลอดทั้งเกม ซึ่งมันอาจจะสร้างปัญหาให้ตนเองได้ แต่โชคดีที่พวกเขา (บาเซิ่ล) ไม่สามารถทำสกอร์ได้"

"เราตัดสินใจพลาด เวลาที่คุณหยุดเล่นแบบจริงจังเช่นนั้น มันทำให้ผมไม่ชอบกับความเสี่ยงที่อาจจะตามมา"

"เราเสียตำแหน่ง เราเสียความเฉียบคมเสียบอลเยอะไปในสถานการณ์ที่ไม่ได้โดนกดดัน นักเตะผ่อนคลายเยอะเกินไป มันเป็นาการเล่นที่โชว์มากไป เหมือนกับกำลังเล่นเพลย์สเตชั่น"

"นักเตะอาจจะคิดว่ากับผลสกอร์ 2-0 พวกเขาครองเกมได้และสามารถควบคุมได้ทั้งหมด แต่ฟุตบอลก็ยังคือฟุตบอลคุณต้องให้เกียรติฝ่ายตรงข้าม"

นั่นคือบทสัมภาษณ์หลังเกมของกุนซือใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่มีต่อลูกทีม

คนอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ทุกคนต้องมุ่นมั่นพัฒนาและแสดงความเป็นมืออาชีพอยู่เสมอยามที่พวกเขาลงไปสู้ในสนาม หรือฝึกซ้อมกับทีม

นี่คือสิ่งสำคัญที่มูรินโญ่พยายามจะให้นักเตะภายใต้การดูแลของเขาตระหนักและเข้าใจ รวมไปถึงซึบซับให้ลึกเข้าไปในดีเอ็นเอของนักฟุตบอล

แฟนผีคงจะเห็นมาโดยตลอดตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ก้าวเข้ามา เขาพยายามปรับเรื่องทัศนคติให้นักเตะมีความมุ่งมั่น ความต้องการ และความกระหายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน




เหตุผลสำคัญก็คือ เขาถูกคาดหวังไว้สูงว่าจะต้องเข้ามากอบกู้ความสำเร็จให้คืนมายังสโมสร ซึ่งสิ่งแรกที่เขาต้องปรับคือแนวคิดเก่าๆของนักเตะต้องถูกลบออกไปและใส่ อีโก้ ความต้องเป็นผู้ชนะ หรือความต้องการความสำเร็จลงไปให้นักเตะ

สิ่งเหล่านี้ประสบผลชัดเจนจากแชมป์ในฤดูกาลแรกที่เขานำมาสู่ทีม แม้จะเป็นรายการเล็กๆ (ลีก คัพ) ที่หลายคนคอยมากัด มาแซะ และแขวะ ว่าไม่ได้สำคัญอะไร แต่สำหรับมูรินโญ่นั่นคือการเริ่มต้นที่ดี

รวมไปถึง แชมป์อย่าง ยูโรปา ลีก ที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมายังเวทีใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มูรินโญ่มองว่าจะเป็นตัวต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในอนาคต

อีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือวิธีการเล่นที่ดีขึ้น ดุดัน เฉียบคม การเข้าทำที่หลากหลายที่เปลี่ยนไปจากฤดูกาลที่ผ่านมา

เกมล่าสุดก็ยังคงเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่หลังจากสกอร์นำ 2-0 นั่นแหละที่ทุกอย่างเริ่มหยุดชะงักและไม่เป็นไปตามที่มูรินโญ่อย่างให้เป็น

สิ่งที่มูรินโญ่กังวลนั้น เขามองไปในระยะยาว เขามองว่าหากลูกทีมยังคงติดนิสัยเหมือนอย่างในครึ่งหลังมันจะส่งผลในการต่อสู้กับทีมใหญ่ๆ ทั้งในลีกและยุโรป ที่เขี้ยวลากดินกว่านี้แน่นอน





มองในแง่ดี ถือว่ามีเวลาปรับจูนและแก้ไข เชื่อว่าการซ้อมครั้งต่อไป มูรินโญ่จะคอยเคี่ยว คอยเน้น และย้ำกับลูกทีมว่า 'หากมีโอกาสต้องฆ่าให้ตาย' 'ต้องตีให้ตายสนิท' อย่าให้ฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสฟื้นคืนมาได้

ยิ่งเป้าหมายในฤดูกาลเพิ่มสูงและใหญ่กว่าซีซั่นก่อน นั่นทำให้นักเตะจะทำเป็นเล่นไม่ได้โดยเด็ดขาด

หากอยากประกาศศักดาในเวทียุโรปพวกเขาต้องเตรียมพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และฟอร์มการเล่น ให้พร้อมเสมอ ซึ่งต้องยอมรับว่าบรรดาทีมอย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ยังเหนือกว่า ยูไนเต็ด ในจุดนี้

เอาน่า ถือว่าเจอปัญหาและจุดที่ต้องแก้ไขได้รวดเร็ว เรื่องแบบนี้ไม่เล็ดลอดสายตามูรินโญ่ หลังจากนี้ก็ต้องไปพูดคุยและปรับทัศนคติให้เข้าใจตรงกัน

กับฤดูกาลที่ความคาดหวังสูง

ทุกสายตาต่างจับจ้องมายัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทั้งส่งแรงใจ

และส่งแรงแช่ง (ให้วอดวาย)

ทุกอย่างอาจะเริ่มต้นไปได้ด้วยดี แต่สำหรับ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างต้องดียิ่งขึ้นและดีกว่าที่เคยเป็นอยู่เสมอ


โกสุ่ย





สถิติหลังเกม (OPTA)


1 - มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงประตูในการลงประเดิมสนาม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยก่อนหน้านี้ เขายิงใน พรีเมียร์ลีก, ยูโรปา ลีก,
อีเอฟแอล คัพ รวมไปถึงทีมชาติอังกฤษ เช่นกัน


4 - แรชฟอร์ด เป็นดาวรุ่งชาวอังกฤษคนที่ 4 ที่ยิงประตูใน ยูซีแอล ให้กับปิศาจแดง โดยก่อนหน้านี้มี เดวิด เบ็คแฮม, เวย์น รูนี่ย์ และ ฟิล โจนส์ ทำได้มาก่อน



100 - ประตูที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โขกใส่ บาเซิ่ล เป็นประตูที่ 100 ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่นักเตะชาวเบลเยียม (ทุกคน รวมไปถึงการทำเข้าประตูตัวเอง) ทำได้ในรายการนี้





ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด