:::   20:46 - ผลฟุตบอลชายโอลิมปิก2020 : กลุ่มเอ ฝรั่งเศส ชนะ แอฟริกาใต้ 4-3, ญี่ปุ่น ชนะ เม็กซิโก 2-1, กลุ่มบี นิวซีแลนด์ แพ้ ฮอนดูรัส 2-3, โรมาเนีย แพ้ เกาหลีใต้ 0-4   :::   20:46 - กลุ่มซี อียิปต์ แพ้ อาร์เจนตินา 0-1, ออสเตรเลีย แพ้ สเปน 0-1, กลุ่มดี บราซิล เสมอ ไอวอรี่โคสต์ 0-0, ซาอุดิอาราเบีย แพ้ เยอรมนี 2-3   :::

ต้นธารสติ๊กเกอร์บอลโลกพานินี่

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ไปเห็นอีเวนต์ของเพจ @PaniniThailandfan'sgroup ว่าเขาจะการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนการ์ดและสติ๊กเกอร์ฟุตบอล'พานินี่' ก็ทำให้หวนนึกครั้งเป็นเด็กเวลาบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ พ่อต้องซื้อเล่มมา แต่สติ๊กเกอร์ไม่เคยเต็ม! พอดีมีเรื่องต้นกำเนิดการ์ดระดับไอค่อนนี้จึงมาเล่าสู่กันฟัง

ครั้งแรกที่ 'พานินี่' เปิดตัวสมุดสะสมสติ๊กเกอร์ เวิลด์ คัพ ปี 1970 ก็ไม่ได้คาดหวังหรอกว่ามันจะกลายมาเป็นปรากฏการณ์

การันตีจากการอยู่ค้ำฟ้ามาเกือบ 5 ทศวรรษ เริ่มจากเด็ก ไปสู่หนุ่มใหญ่ร่วมสมัย ก็ยึดถือจารีตการแลกเปลี่ยนสติ๊กเกอร์ที่ตัวเองยังสะสมไม่ครบกันเองในหมู่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ 

กระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมซึ่งไร้วัยวุฒิ หรือบางคนสามารถสร้างมันเป็นอาชีพ 


สติ๊กเกอร์ พานินี่ ในฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2014

นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ธุรกิจครอบครัวเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีการบันทึกว่าในปีฟีฟ่า เวิลด์ คัพ รายได้ของบริษัทสูงถึง 744 ล้าน ยูโร (ราว 28,272 ล้าน บาท) 

หรือในแวดวงนักสะสมก็เคยซื้อ-ขาย สติ๊กเกอร์หายากซึ่งจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ บอลโลก เม็กซิโก ปี1970  ด้วยราคา 5,776 ยูโร (ราว 219,000 บาท) 

ประเทศอิตาตีคือจุดเริ่มต้นของ สติ๊กเกอร์ พานินี่ โดยสองศรีพี่-น้อง จูเซ็ปเป้ กับ เบนิโต้ แห่งเมือง โมเดน่า ทางภาคเหนือ เมื่อทศวรรษ '60 


ตระกูล พานินี่ โดยลูกพี่ใหญ่ จูเซ็ปเป้ (ที่สองจากขวา) เป็นหัวเรือ

บ้านนี้เดิมทีเริ่มต้นจากประกอบธุรกิจกระจายหนังสือพิมพ์จากหลายสำนักไปสู่ผู้ขายรายย่อยที่มีภาษาเฉพาะเรียกว่า 'สายส่ง' 

กระทั่งครั้งหนึ่งไปพบสติ๊กเกอร์ดอกไม้-พันธุ์พืช ซึ่งผลิตโดยโรงพิมพ์เมืองมิลาน ที่ขายไม่ออก

ไอเดียของนักธุรกิจก็ปิ๊งมาในบัดดล เมื่อครอบครัว พานินี่ ขอซื้อสติ๊กเกอร์ทั้งหมดนั้นด้วยราคาสุดถูก 2 แพ็คในราคา 10 ลีร์ (หน่วยเงิน อิตาลี ณ เวลานั้น) 

น่าเหลือเชื่อด้วยความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ รวมถึงเส้นสายเครือข่ายปลีกย่อย ทำให้ครั้งนั้นจำหน่ายออกไปกว่า 3 ล้าน แพ็ค ฟันกำไรมโหฬาร ทำให้ครอบครัวกล้าที่จะเป็นผู้ผลิตรวมถึงจำหน่ายสติ๊กเกอร์นั้นด้วยตัวเอง 


พานินี่ คือธุรกิจของคนในครอบครัว

เพียงปีแรก 1961 ปล่อยออกไปกว่า 15 ล้าน ซอง และมันเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าศักราชต่อมาที่ 29 ล้าน 

ทำให้ตระกูลนี้เห็นว่าธุรกิจหากินกับของสะสมมีช่องทางต่อยอดได้ จึงมีการเพิ่มสมาชิกจากแค่มารดา ร่วมมือ  จูเซ็ปเป้ กับ เบนิโต้ ก็ไปกะเกณฑ์เอา ฟรังโก้ และ อุมแบร์โต้ อีกสองน้องชายมาล่มหัวจมท้ายด้วยในปี 1963 

ส่วนงานด้านการตลาดรวมถึงบัญชี ปล่อยเป็นภาระพี่สาว-น้องสาว เวโรนิก้า, มาเรีย และ นอร์ม่า เรียกว่าตระกูล พานินี่ ไม่ปล่อยเงินรั่วไหลไปที่อื่นแม้แต่ลีร์เดียว 


ปฐมบทแห่ง สติ๊กเกอร์ฟุตบอลโลกปี 1970 

พานินี่ กรุ๊ป ชิมลางสติ๊กเกอร์ฟุตบอลด้วยนักเตะ กัลโช่ เซเรีย อา ช่วงต้นทศวรรษ '60 ซึ่งก็ได้รับฟีดแบ็กเป็นอย่างดี โดยนักเตะคนแรกซึ่งเลือกมาคือ บรูโน่ โบลคี่ อดีตกัปตัน อินเตอร์ มิลาน 

พวกเขาจึงกล้าวางจำหน่ายสมุดสะสมสติ๊กเกอร์ เวิลด์ คัพ ครั้งแรกในศึกที่ เม็กซิโก ค.ศ.1970 ซึ่งด้วยข้อห้ามทางการค้าข้ามแดนในยุโรปเวลานั้น กว่าคนในสหราชอาณาจักรซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่จะได้สะสมต้องรอถึง ปี 1978 

ทว่ามันก็กลับยิ่งเพิ่มคุณค่าของชุดสะสมซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกกลายเป็นของหายากที่นักเล่นต้องมี จำเนียรกาลผ่านไป 48 ปี 'พานินี' วางจำหน่ายรูปลอกบอลโลกไปแล้วถึง 13 ครั้ง 


ผานไปกว่า 48 ปี สมุดสะสมสติ๊กเกอร์ พานินี่ จำหน่ายกว่า 125 ชาติทั่วโลก

โดยหากเอาแค่ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ หนล่าสุดที่ บราซิล มีการบันทึกว่า พานินี่ สามารถกระจายสินค้าไปถึง 125 ชาติทั่วโลก 

วัฒนธรรมแลกเปลี่ยน - ซื้อขาย สติ๊กเกอร์ เติบโตในหมู่นักสะสม ทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้รวมถึงสันทนาการกันอีกทาง 

ยิ่งเมื่อเทคโนโลยีการพิมพ์วิวัฒนาการขึ้นจากรูปลอกกระดาษแบบขุ่นๆ มาเป็นสติ๊กเกอร์แวววาวสะท้อนแสง คุณค่ามันจึงเพิ่มตาม 


บางทีต้องเอาสติ๊กเกอร์ 3 ใบ แลกของหายากแค่ใบเดียว 

จนเราต้องเอาแบบธรรมดา 2 หรือ 3 แผ่น ไปแลกกับสติ๊กเกอร์พิเศษแค่ใบเดียวก็ต้องยอม   

ทั้งนี้ความไม่ธรรมดาก็จะคูณ 10 เท่าเมื่อสมุดสะสมของเรามีลายเซ็นจากผู้เล่นในเวิลด์ คัพ หนนั้น อย่างชิ้นซึ่งคงสร้างเรคคอร์คไว้คือ อัลบั้มสมบูรณ์ของสมุดสะสมปี 1970 ประกอบด้วยสติ๊กเกอร์ 271 ภาพออริจินั่ล 

แถมยังมีลายเซ็น เปเล่ ตำนานแข้งบราซิเลี่ยนผู้พังตาข่ายเบิกร่องในรอบชิงชนะเลิศ ช่วยทีมถล่ม อิตาลี 4-1 เซ็นกำกับที่หน้าปก และภาพของตัวเอง ประมูลขายได้ถึง 11,952 ยูโร! (ราว 454,176 บาท) ราคาเทียบเท่าอีโค คาร์ หนึ่งคันทีเดียว 


สติ๊กเกอร์ปี 1970 ว่าแพง แต่มันประเมินค่าไม่ได้เมื่อมีลายเซ็น เปเล่


สมุดครบชุดพร้อมลายเซ็น เปเล่ ประมูลขายได้เกือบ 5 แสนบาท

ใครทีสนใจอยากเริ่มลองสะสมของฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 ก็มีขายแล้ว ใครอยู่กรุงเทพฯ ก็สามารถไปซื้อได้ในร้านการ์ดตามห้างหรือสถานีรถไฟใต้ดินใหญ่ๆ, ร้านเอเชียบุ้กส์ทุกสาขา  ส่วนคนบ้านไกลเขามีขายออนไลน์ ลองเข้าไปดูกัน 

ส่วนขาประจำก็เชิญชวนเรามีนัดเจอกันที่ ยูเนี่ยน มอลล์ วันเสาร์-อาทิตย์  31 มีนาคม - 1 เมษายน 2561 ณ ฮิปส์ คลับ ชั้นจี แลกได้หมดการ์ด หรือ สติ๊กเกอร์ ฟุตบอลโลก 2018, ฟีฟ่า 365 2018, Road to World Cup 2018 รวมถึงรุ่นอื่นๆมาได้หมด 


สติ๊กเกอร์ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 มีจำหน่ายแล้วนะ

ไม่แลก ไม่ซื้อ ไม่ว่า แค่เอาการ์ดมาอวด หรือนานทีได้พบปะกันก็ชื่นใจ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด