:::     :::

กำลังใจในวันที่ต้องจากลา...ลอริส คาริอุส

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปี 2018 ที่ผ่านมา คงไม่มีนักเตะคนไหนต้องทนทุกข์ทรมานมากไปกว่าเขาคนนี้อีกแล้ว มาวันนี้ ลอริส คาริอุส กำลังก้าวสู่เส้นทางใหม่ของตัวเอง

แถลงการณ์ผ่านทวีตเตอร์ของ เบซิคตัส แจ้งว่าบรรลุข้อตกลงยืมตัว ลอริส คาริอุส แล้ว ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่น(ต้อง)ซื้อขาดในราคา 10 ล้านยูโร หากนายด่านเยอรมันได้ลงเล่นเกิน 50% จากจำนวนแมตช์ที่ เบซิคตัส ลงสนาม และคว้าโควต้าลุยบอลยุโรปเมื่อจบฤดูกาล 

เห็นอ๊อปชั่นเช่นนี้ ก็ให้เข้าใจได้ว่ากาลข้างหน้าคงยากแล้วที่เราจะได้เห็น คาริสอุส กลับมาเฝ้าเสาในถิ่นแอนฟิลด์อีกครั้ง หรือถึงแม้จะไม่เกิดการซื้อ-ขายขึ้น สำหรับ ลิเวอร์พูล ที่มี อลิสซอน เบคเกอร์ ผู้เหนียวหนึบผงาดง้ำอยู่ ก็คงไม่มีความสนใจที่จะดึงกลับมาใช้งานเช่นกัน ถ้าไม่ได้ปักหลักกับ เบซิคตัส บอร์ดบริหาร 'หงส์แดง' ก็คงต้องหาทางขายให้กับทีมอื่นอยู่ดี

ว่าแล้วก็อยากจะเขียนถึงการโยกย้ายครั้งนี้ของ คาริอุส เสียหน่อย

...........................

อย่าหาว่าโลกสวยเลยนะครับ แม้ 'นัมเบอร์โฟร์' จะไม่ได้ชมชอบในฝีมือของเขาหรือไม่มีแม้ซักครั้งที่ คาริอุส จะสร้างความประทับใจให้ แต่ส่วนตัวก็ ไม่ได้รู้สึกสมน้ำหน้า หรือ สะใจแต่อย่างใดกับข่าวการย้ายทีมนี้ ที่มีอยู่ทั้งหมดและอยากมอบให้คือ 'ความเห็นใจและกำลังใจ'

เห็นใจว่าในท้ายที่สุด คาริอุส ก็ไม่ได้รับโอกาสอีกต่อไป หากก็เข้าใจได้ว่าความผิดพลาดที่เขาก่อไว้มันทำลายความเชื่อมั่นของทุกๆคน แม้กระทั่งตัวเขาเอง 

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมซื้อ อลิสซง มาด้วยราคามหาโหดถึง 75 ล้าน อันเป็นสถิตินายทวารที่แพงสุดของโลกระยะนึง ก่อนถูก เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ทำลายตอนย้ายจาก แอธ.บิลเบา ไป เชลซี ในราคา 80 ล้านยูโร ตรงนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าต่อให้เห็นใจแค่ไหน แต่ในโลกฟุตบอลมันไม่อาจหยุดเดิน หรือรั้งรอใครคนใดคนนึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่พร้อม 

แม้อายุจะเพิ่ง 25 ปี ยังมีโอกาสพัฒนาได้ แต่ คล็อปป์ ก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าเขารอ คาริอุส ไม่ไหว เนื่องจากเขาและสโมสรมีแผนการที่ยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหน้า ทั้งภารกิจกลับมาคว้าแชมป์ลีกให้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี และการไต่ระดับขึ้นสู่ทีมชั้นนำของเวทียุโรป

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากุนซือเยอรมันพยายามกำจัดจุดอ่อนของทีมที่เกิดขึ้นเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังได้รับบทเรียนอันแสนเจ็บปวดจากเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่กรุงเคียฟ

เหตุการณ์ครั้งนั้น ลิเวอร์พูล ถูกวิจารณ์ว่าขาดขุมกำลังที่ดีเพียงพอและพึ่งพา โม ซาล่าห์ มากจนเกินไป พอหัวหอกอียิปต์เจ็บหัวไหล่จากจังหวะปะทะกับ เซร์คิโอ รามอส จนเล่นต่อไม่ไหว ทีมที่กำลังสู้กับแชมป์เก่าสองสมัยได้สนุกสูสีก็กลับช๊อตไปดื้อๆ

มีการวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่าตัวที่ลงมาเเทนอย่าง อดัม ลัลลาน่า ทำอะไรบ้าง ?

คำตอบส่วนใหญ่ออกแนวประชดประชันว่า "เขาลงไปเพื่อให้อย่างน้อยๆ ลิเวอร์พูล ก็มี 11 คนเท่ากับ เรอัล มาดริด"  

แม้มุขนี้จะไม่ได้ขำขี้แตก แต่มันก็สอนและกระตุ้นเตือนให้คนอย่าง คล็อปป์ ได้ฉุกคิด เพราะคืนนั้นที่กรุงเคียฟ ในเวลาห่างกันแค่ 6 นาที เรอัล มาดริด ก็ต้องสูญเสีย ดาเนี่ยล การ์บาฆาล แบ็กขวาตัวจริงที่เจ็บกล้ามเนื้อจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปเช่นกัน 

คนที่ลงมาแทน การ์บาฆาล วันนั้น คือ นาโช่ เฟร์นานเดซ กองหลังสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งแบ็กซ้าย แบ็กขวา กระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ 

วันนั้น ลัลลาน่า กับ นาโช่ มี 2 อย่างที่เหมือนกัน 

หนึ่ง..ตลอดทั้งฤดูกาล ทั้งคู่ต่างตกเป็นตัวสำรองของทีมเสียเป็นส่วนใหญ่

และสอง..ทั้งคู่ต่างก็ไม่เคยลงเล่นในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกมาก่อน 

แต่พอลงไป กลายเป็นว่า นาโช่ เล่นได้ดีจนแฟนๆแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างแบ็กตัวจริงกับแบ็กตัวสำรอง ขณะที่การเล่นของ ลัลลาน่า ถูกโจมตีและกลายเป็นมุขอำแฟนหงส์ในวงเหล้า 

นั่นทำให้ คล็อปป์ ต้องพยายามเสริมศักยภาพทีมให้แกร่งยิ่งขึ้น เพราะขุมกำลังข้างสนามมันมีความสำคัญมากกว่าที่เขาคิด เหตุนี้จึงเป็นที่มาของนักเตะอย่าง ฟาบินโญ่ และ เชอร์ดาน ชาคีรี่

เมื่อรวมกับ นาบี เกอิต้า ที่ซื้อล่วงหน้ามาจาก ไลป์ซิก และขุมกำลังเดิมอย่าง อ๊อกเลด เชมเบอร์เลน,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ก็ทำให้ คล็อปป์ ไม่ต้องกังวลอีกว่าเมื่อถึงคราจะต้องเปลี่ยนแปลง เขาจะมีอาวุธไม่ครบมือ 

ฉันใดก็ฉันนั้น ขนาดเรื่องของ ลัลลาน่า ยังเอามาพูดถึงกันขนาดนี้ แล้ว คาริอุส ที่พลาดจังๆถึง 2 ครั้ง ทั้งโยนบอลให้ คาริม เบนเซม่า จิ้มเข้าประตู และรับลูกยิงตรงตัวของ แกเร็ธ เบล ปลิ้นเข้าประตูจะไม่ 'โดนถล่ม'

ในฐานะนายใหญ่ คล็อปป์ ต้องมองภาพรวมและตัดสินใจ ซึ่งมันก็ออกมาว่า คาริอุส ไม่น่าไว้ใจให้ทำหน้าที่อีกต่อไป การโดนปล่อยออกจากทีมโดยที่ไม่มีโอกาสกลับมาแก้ตัวในความผิดพลาดที่ก่อ แม้ว่าจะเจ็บปวด แต่ด้วยสถานการณ์แล้ว 'นัมเบอร์โฟร์' ว่ามันดีต่อ คาริอุส เพราะขืนยังอยู่ต่อไป ไม่ว่ายังไงเขาก็จะยังตกเป็นเป้าโจมตีอยู่ดี

ทุกๆคนคงเคยผ่านตาการล้อเลียน คาริอุส มาแล้วในทุกรูปแบบแล้ว (แม้กระทั่งคุณเป็นคนล้อเอง) ทั้ง memes ต่างๆนานๆจากทั่วโลก มุขอำที่เล่นกันอย่างไม่เกรงใจ หรือกระทั่งการเอาชื่อของ คาริอุส ไปล้อนายทวารที่ทำผิดพลาด

ไม่ทราบว่าคุณผู้อ่านจำข่าว มาร์โก อาเซนซิโอ กับ ลูกัส บาสเกซ ที่ร้องเรียก ดาบิด เด เคอา ว่า 'คาริอุส' ได้หรือเปล่า ? 

สองแข้งเรอัล มาดริด เรียกเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนว่า 'คาริอุส' หลังนายด่านปีศาจแดงรับลูกยิงง่ายๆของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปลิ้นเข้าประตูไปในเกม สเปน เสมอ โปรตุเกส 3-3 ซึ่งแน่ล่ะว่ามุขนี้มันมีที่มาจากความผิดพลาดของ คาริอุส 

ห้ามคนนินทาไม่ต่างอะไรจากห้ามฝนห้ามฟ้า เช่นนี้แล้วคงเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากหยุดได้ด้วยตัวเอง นอกจากจะต้องสลัดความผิดหวังทิ้งแล้ว อีกสิ่งที่ คาริอุส ควรทำและได้ทำไปแล้วก็คือการพาตัวเองไปสู่บรรยากาศใหม่ๆ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ 

แม้ที่ตรุกีแฟนบอลอาจจะได้ดูเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกกันทุกคน แต่อย่างน้อยๆ สำหรับ คาริอุส มันก็คือการได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ อีกทั้งฟุตบอลตรุกี ก็ไม่ได้อยู่ท่ามกลางสปอร์ตไลท์เหมือนอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรืออีก 4 ลีกใหญ่ของยุโรป หากตกเป็นข่าวน้อยลง คนก็จะพูดถึงเขาน้อยลง เช่นนี้จึงน่าจะช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของเขาได้ 

ทว่าสำคัญกว่านั้นคือคือตัว คาริอุส เอง ต้องคิดให้ได้ว่าการย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ไม่ใช่การล่มสลายของทุกสิ่งทุกอย่าง และต้องตระหนักถึงคุณค่าในการย้ายสู่ เบซิคตัส ว่า "มันคือโอกาส" หาใช่ "การก้าวถอยหลังไม่"

การซ้ำเติม การล้อเลียน ต่างๆเหล่านี้ไม่มีใอะไรสามารถหยุดยั้งได้  นอกจากสามัญสำนึก 

เช่นเดียวกับการยันกายลุกขึ้นมาจากปัญหา ก็ไม่มีใครยับยั้งคุณได้เช่นกัน ยกเว้นเสียแต่ "ตัวคุณเองเท่านั้น" 

เป็นกำลังใจให้ครับ ลอริส คาริอุส...อยากเห็นคุณกลับมาเป็นหนึ่งในยอดทวารซักวันนึง

                                                            'นัมเบอร์โฟร์'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด