:::     :::

ชัยชนะในวันที่ยากลำบาก

วันศุกร์ที่ 05 ตุลาคม 2561 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
3,768
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในเกมฟุตบอลยังไงก็ต้องมีวันที่ทีมทำผลงานไม่ได้อย่างที่หวัง ไม่ว่านักเตะที่ส่งลงเล่นจะเป็นใคร แต่อยู่ที่ว่าสุดท้ายผลการแข่งขันจะจบลงยังไงเท่านั้น
         ผลจากการที่ต้องกรำศึกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ปรับทัพมากกว่าเกมแรกที่เอาชนะ พีเอโอเค ซึ่งจะบอกว่าปรับแทบทั้งทีมก็ได้ แม้ว่าจะมี เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ยืนเฝ้าเสา รวมถึง มาเตโอ โควาซิช และ วิลเลี่ยน ที่ลงเล่นมาต่อเนื่อง แต่ที่เหลือทั้ง ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, แกรี่ เคฮิลล์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, เอแมร์ซอน, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เชส ฟาเบรกาส และ อัลบาโร่ โมราต้า คือตัวสำรองที่ได้โอกาส
         รวมถึงเกมนี่ทีมได้  เปโดร โรดริเกซ หายเจ็บกลับมาเรียกความฟิตและจังหวะของตัวเองหลังจากที่ทำผลงานได้ดีต่อเนื่องในซีซั่นนี้ก่อนรับบาดเจ็บไป
         แต่แม้ว่าทีมจะใช้สำรองยกแผงแต่ก็คงต้องบอกว่าเหนือกว่าคู่แข่งแบบคนละชั้น
        
         เอแมร์ซอน ได้โชว์ลีลาลากเลื้อยอย่างยอดเยี่ยม ทั้งแหวกและโยกหลอกแนวรับ โมล วีดี เข้าเขตโทษแต่จังหวะยิงถือว่าน่าผิดหวังเพราะกลับซัดข้ามคานไปอย่างไม่น่าเชื่อ
         จากนั้นตามด้วยโอกาสติดๆของ วิลเลี่ยน ที่รับลูกจ่ายของ เปโดร โรดริเกซ ก่อนดึงหลอกแล้วยิงด้วยซ้าย แต่บอลแฉลบนิดนึงบอลหลุดกรอบไป แต่ยังไงก็ควรจะทำได้ดีกว่านี้ ซึ่งก็ยังเป็นจุดอ่อนที่ยังแก้ไม่ตกยามที่ต้องสับไกด้วยซ้ายของสตาร์บราซิลรายนี้
         และก็อีกครั้งกับโอกาสเน้นๆจากการประสานอันแสนจะยอดเยี่ยมของสามสตาร์ชาวสเปน เชส ฟาเบรกาส ไหลให้ เปโดร โรดริเกซ จ่ายทะลุช่องให้ อัลบาโร่ โมราต้า ได้หลุดเดี่ยวไปชิบบอลข้าม โทมัส ตุยเวล แต่แทนที่บอลจะไปอยู่ก้นตาข่ายแต่กลับออกไปซะอย่างนั้น
        
         มันยิ่งตอกย้ำเสียงของแฟนบอลที่สนับสนุนให้ทีมรีบๆขายดาวยิงกระทิงดุรายนี้ออกจากทีมไปซะในเดือนมกราคมนี้เลย
         สามโอกาสเน้นๆที่ต้องบอกว่าได้หนึ่งประตูยังน้อยไป แต่กลายเป็นว่ายังไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้
         แถมไม่ใช่แค่นั้น เล่นไปเล่นมากลายเป็นทีมเยือนที่เกือบทำช็อคได้ประตูขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรกสองครั้งซ้อน หนแรก อันเดรียส คริสเตนเซ่น พยายามบังบอลให้ เกปา แต่โดน โลอิก เนโก้ ใช้สปีดตามมาแหย่ด้วยขวายังดีที่บอลไม่เข้ากรอบ กับอีกหนที่ เนโก้ เจ้าเก่าลุยเข้าเขตโทษก่อนล็อคด้วยซ้ายแล้วสับไกยังดีที่บอลเบาและยังตรง เกปา
         ถือเป็นสกอร์ 0-0 ที่น่าผิดหวังสำหรับเจ้าถิ่นที่ยังไงก็ควรจะมีประตูมาฝากแฟนๆบ้าง
         แถมเริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึงนาทียังเกือบจะทำให้แฟนในสนามหัวใจวายที่ทีมเยือนได้เปิดบอลจากทางฝั่งซ้ายในขณะที่ทีมเทไปอยู่ทางขวากันหมด โลอิก เนโก้ โหม่งให้เพื่อนทีมก็สกัดมาเข้าทาง เนโก้ กดด้วยซ้ายเน้นๆ แต่ เกปา ปัดออกไว้ได้หวุดหวิด
        
         สุดท้ายเดือดร้อนถึง เอแด็น อาซาร์ ที่ต้องลงสนามมาตั้งแต่เกมยังไม่ครบหนึ่งชั่วโมงดีเมื่่อดูแล้วเกมรุกอยู่ๆก็ตันไปซะอย่างนั้น
         จนกระทั่งในที่สุดก็มาพังประตูจนได้ เชส ฟาเบรกาส ตักบอลเข้าเขตโทษ วิลี่ยน โหม่งเช็ด อัลบาโร่ โมราต้า ปราดเข้ามายิงบอลแสกหน้าผู้รักษาประตูคู่แข่งเข้าไปเป็น 1-0 ปลดล็อคให้กับทีม รวมถึงปลอดล็อคให้ตัวเองด้วย
         ซึ่งหลังจากยิงประตูนี้เจ้าตัวถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตันหลังจากที่โดนกระแสกดดันอย่างหนักมาตลอดตั้งแต่ซีซั่นที่แล้วลุกลามมาจนฤดูกาลนี้
         เชลซี น่าได้ประตูเพิ่มจากจังหวะโหม่งชนคานของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ อีกหนึ่งตัวสำรองที่ลงมา ยังดีที่ไม่มีดราม่าช่วงท้ายเกม เจ้าถิ่นยังเก็บสามคะแนนไว้ได้ตามเป้าหมาย
        
         ประตูที่ทำได้อาจจะน้อยไปหน่อย แต่เมื่อดูจากสภาพทีมโดยรวมแม้จะไม่ได้เล่นดีอะไรนัก ซึ่งแม้จะได้จังหวะสับไกไม่น้อย แต่ในภาพรวมทีมเสียการครองบอลง่ายเกินไปไม่เหมือนกับที่ผ่านมา แต่การชนะในเกมที่ทีมไม่ได้ทำผลงานได้ดีย่อมมีความหมายเหมือนกัน
         ในแนวรับวันนี้ต้องบอกว่าน่าผิดหวังโดยเฉพาะวิงแบ็คทั้งสองฝั่ง เอแมร์ซอน ตั้งแต่มีจังหวะลากเลื้อยสวยๆก็แทบไม่มีอะไรหวือหวา ยิ่งทาง ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ยิ่งไปกันใหญ่ เปิดบอลแทบไม่เข้าเป้า, เกมรุกแทบไม่ได้ช่วยทีมเท่าที่ควร จังหวะทีเด็ดทีขาดไม่มีอะไรเลย เหมือนใจลอยและหลุดตำแหน่งอีกด้วย
         ยังดีที่ แกรี่ เคฮิลล์ ยังมีความเก๋าและบัญชาเกมรับได้ดีอยู่ ในขณะที่ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ที่มีแค่ลูกเกือบโดนยิงตัดหน้าที่พลาด ส่วนที่เหลืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
        
         คนที่น่าจะได้รับคำชมก็คมก็คือ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่ดูมุ่งมั่นเหลือเกินหลังได้ออกสตาร์เป็นตัวจริงครั้งแรกในซีซั่นนี้ แม้ว่าจะโดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 66 แต่ช่วงเวลาที่อยู่ในสนามในครึ่งแรกทำได้ดีเลยทั้งการครองบอลและจ่ายบอล เพียงแต่ครึ่งหลังดูเงียบไปโดยเฉพาะเมื่อ อาซาร์ ลงมาก็เลยโดนเปลี่ยนตัวออก
         ซึ่งความจริง เมาริซิโอ ซาร์รี่ น่าจะให้โอกาสเจ้าหนูรายนี้เล่นเต็ม 90 นาที เพราะปกติก็ไม่ได้ลงเล่นมากมาย เพียงแต่สกอร์ที่ตรึงอยู่ที่ 0-0 ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
         เชส ฟาเบร กาส เป็นอีกคนที่ทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะในการกำหนดจังหวะรุกของทีม การจ่ายบอลยังเป็นประโยชน์กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งทาง ซาร์รี่ ก็ออกปากชมว่านี่แหละคือตัวอันตรายในการแย่งตำแหน่งตัวจริงของ จอร์จินโญ่
         ด้าน อัลบาโร่ โมราต้า ที่มีประตูมาฝากกัน แม้ว่าควรที่จะยิงได้มากกว่านี้ แต่เราก็เห็นความพยายามและความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่จากกองหน้ารายนี้อยู่เสมอยามลงสนาม ซึ่งเจ้าตัวหวังพิสูจน์ตัวเองกับคำสบประมาททั้งหลายที่ถามโถมเข้ามา และการพังตาข่ายได้น่าจะเรียกความมั่นใจมาได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่ง ซาร์รี่ เองก็หวังอย่างนั้นเช่นกัน
        
         ส่วนปีกทั้งสองฝั่งไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก ถือว่าโดยรวมทำผลงานได้แย่ด้วยซ้ำเมื่อเทียบการเจอคู่แข่งที่อ่อนชั้นกว่าหลายขุม 
         ว่าแล้วก็ให้นึกถึงตัวรุกดาวรุ่งในทีมที่น่าจะได้รับโอกาสบ้างอย่าง คัลลั่ม ฮั๊ดสัน-โอดอย หรือจะพวก บิลลี่ กิลมัวร์ ที่เพิ่งกดแฮตทริคในเกมยู-19 ของทีมที่ไล่ถล่ม โมลด์ 10-1 รวมถึง แดเนี่ยล แม็คคลู ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมความสดได้ แม้ว่าศักยภาพจะยังต้องใช้เวลาขัดเกลาอยู่ไม่น้อย
         จากภาพรวมอาจจะดูเป็นเกมที่น่าเบื่อไปบ้าง แต่กับการที่ทีมต้องลงเล่นติดๆและยังเก็บชัยชนะได้ การจัดทีมก็ต้องถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ในเมื่อพรีเมียร์ลีกมีความสำคัญกว่ายังไงก็ต้องเน้นในลีกก่อน
         สุดสัปดาห์นี้ทีมจะบุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน จะบอกว่ายากไม่ยาก จะบอกว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่ทีมก็ต้องการสามคะแนนเท่านั้นหลังจากที่เสมอมาสองเกมติดในลีก
         เพราะทีมไม่ควรจะทำแต้มหล่นในเกมแบบนี้อีกหากหวังไลล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด