:::     :::

ลินเดเลิฟ 'สิ่งที่ดีที่สุดของฟุตบอล คือการได้ลงสนาม'

วันศุกร์ที่ 01 ธันวาคม 2560 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
5,129
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากเปรียบเส้นทางชีวิตเป็นกราฟ ภาพที่แสดงออกมาของ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ คงแกว่งไปมาชนิดที่หลายคนคงสงสัย

จากเด็กหนุ่มในดินแดนสแกนดิเนเวียน โยกชีวิตตนเองมุ่งหน้าสู่ โปรตุเกส ก่อนจะพลิกผันครั้งใหญ่ด้วยการย้ายมาสวมชุดสีแดงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เส้นทางของเด็กหนุ่มวัย 22 ปี ถือว่าพุ่งถึงขีดสุด

จากเด็กที่ไม่มีใครรู้จักมักจี้ กลับกลายเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมากหลังการย้ายมาเล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด

แฟนบอลต่างคาดหวังกับผลงาน หลายคนต่างไปขุดหาฟอร์มเก่าๆมาชมและฟันธงว่า 'นี่แหละ กองหลังที่ผีแดงหามานาน'

ทว่า ...

ทางของเขากลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ลินเดเลิฟ ต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคที่ขวางหน้า โดยเฉพาะการปรับตัวในช่วงแรกที่ย้ายมายัง 'โรงละครแห่งความฝัน'

"เขายังต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกสักพัก" นี่คือบทสัมภาษณ์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มีให้กับแนวรับทีมชาติสวีเดนในช่วงต้นฤดูกาล

วันเวลาผ่านไป ผลงานในสนามยังไม่กระเตื้อง ความผิดพลาดมีให้เห็น แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้กลับลดทอนกำลังใจหรือความมุ่งมั่นในตัวเด็กหนุ่มวัย 22 ปี

มันกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาทำงานหนัก ให้เขาศึกษาวิธีต่างๆ เพื่อที่จะลบคำสบประมาท

และแล้ว ... ผลงานในช่วงที่ผ่านของ ลินเดเลิฟ ถือว่ามีพัฒนาการที่รุดหน้า 

แฟนบอล, โค้ช, กุนซือ รวมไปถึงนักเตะต่างพอใจกับฟอร์มที่เกิดขึ้น 

"ทุกๆวันผ่านไปพร้อมกับความรู้สึกที่ผ่อนคลายและสบายมากขึ้น" กองหลังทีมชาติสวีเดนระบุ

"ผมกำลังสนุกกับเมืองนี้และกับการได้พบกับผู้คนที่นี่ด้วย ทุกคนที่อยู่รอบสโมสรดีมากๆ เพื่อนร่วมทีมของผมก็ยอดเยี่ยม รู้สึกเหมือนว่าในทุกๆวันที่ผ่านไปตัวเองเริ่มรู้เกี่ยวกับที่นี่ดีขึ้นกว่าเดิม"




ในมุมมของ ลินเดเลิฟ การต่อสู้และการทำงานหนักคือสิ่งที่เขาพยายามทำมาตลอด เคล็ดลับของเขาไม่มีอะไรมากมาย นั่นคือการทำงาน ทำงาน และก็ทำงานให้หนัก เพื่อผลตอบแทนที่ดียามลงสนาม

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คือ 'ความไม่เย่อหยิ่ง' หรือ 'จองหอง' ในฝีเท้าของตนเอง เขาทำตัวให้เหมือน 'น้ำครึ่งแก้ว' เสมอ พร้อมที่จะยอมรับฟังความเห็นของคนอื่นๆ และนำไปปรับใช้

นั่นคือทัศนคติที่ยอดเยี่ยม เขาพยายามรับฟังและปรับปรุงตัวอยู่เสมอ แม้บรรดานักข่าวจะพยายามปรุงแต่งเรื่องราวให้เขากับ โชเซ่ มูรินโญ่ ออกมาในแง่ลบก็ตาม

"ผู้จัดการทีมเป็นคนที่ดีมากๆ เขาเป็นโค้ชที่ดีเลยล่ะ และผมว่าเขาคือคนที่เก่งที่สุดในโลก" ลินเดเลิฟ กล่าวถึง มูรินโญ่ เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์

"มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆที่ได้ทำงานร่วมกับเขา"

พร้อมกันนี้ ลินเดเลิฟ ยังยกเครดิตให้กับบรดาทีมงานของ มูรินโญ่ รวมไปถึง สต๊าฟฟ์โค้ชคนอื่นๆ ที่พยายามช่วยเหลือเขาอย่างมากทั้งเรื่องของการปรับตัวและการเรียนรู้ศาสตร์ฟุตบอล

"ผมกำลังเรียนรู้ในหลายๆสิ่งจากพวกเขา ผมพยายามทำในสิ่งที่ดีสุดด้วยการทำงานอย่างหนักในทุกๆวัน และรับฟังพวกเขา เพราะพวกเขารู้เรื่องฟุตบอลเป็นอย่างมาก ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องของการฟังและเรียนรู้"

ผลงานในสนามของ ลินเดเลิฟ กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการให้เป็นนับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวมายัง 'โรงละครแห่งความฝัน'

อาจจะล้มลุกคลุกคลานไปบ้าง แต่เมื่อเริ้มตั้งไข่ได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง

ถึงตรงนี้เป้าหมายของ ลินเดเลิฟ รวมไปถึง ปิศาจแดง คือการทำผลงานให้ดีต่อไป และสิ่งสำคัญคือการทำคะแนนไล่ตาม แมนฯ ซิตี้ ที่ตอนนี้กำลังร้อนแรง

แต่ ... ลินเดเลิฟ ยังมองว่าทีมของเขาสามารถไล่ตามได้ทัน

"เรามั่นใจมากว่าเราสามารถทำได้ดี เราต้องทำงานอย่างหนักในทุกๆวันและระหว่างเกมเราก็ต้องมีสมาธิรวมไปถึงทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้"





อย่างที่เรียนไป การทำงานหนักคือกุญแจสำคัญของ ลินเดเลิฟ และการได้นักเตะแกนหลักกลับในช่วงเวลาที่เหมาะสมทำให้ ปิศาจแดง มีตัวเลือกให้ใช้งาน ในช่วงเวลาที่โปรแกรมอัดแน่นเช่นนี้

โดยเฉพาะ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รุ่นพี่ชาวสวีเดนของ ลินเดเลิฟ ที่เขามองว่าจะมีส่วนสำคัญกับทีมอย่างมากทั้งในและนอกสนาม

ด้วยบุคลิกอันสง่างาม และประสบการณ์เชิงลูกหนังที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้ 

"เขาเป็นนักเตะที่สำคัญอย่างมาก ประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างมากมาย และยังอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกมายาวนาน"

"คุณสามารถเรียนรู้จากเขาในหลายๆเรื่อง เมื่อเขาพูดคุณจงฟังและพยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด"

"ผมเคยลงสนามในนามทีมชาติกับเขามาบ้างแล้ว แต่ที่นี่มันแตกต่างกันอย่างมากเพราะเราเจอกันทุกวัน เขาเป็นคนดีมากและช่วยเหลือผมได้ดีเลยล่ะ"

ปิดท้ายด้วยความปรารถนาและเป้าหมายของ ลินเดเลิฟ 

เขาระบุว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเตรียมสภาพร่างกายของตนเองให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อที่จะได้เป็นตัวเลือกให้กับทีม

สิ่งที่แตกต่างออกไประหว่างการเล่นใน โปรตุเกส และ อังกฤษ คือ ความยากของลีกที่เพิ่มมากขึ้น และทุกทีมในลีกล้วนแล้วแต่แข็งแกร่ง และสามารถสร้างความชอกช้ำให้กับทีมได้เสมอ

นั่นคือสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มา สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'ความพร้อม'

"กำลังจะมีเกมอีกหลายนัดที่กำลังจะเกิดขึ้นและเราต้องมีสมาธิ เตรียมพร้อมให้เต็มที่เสมอ"

"สิ่งสำคัญคือการฝึกซ้อม ใช่ ผมสนุกไปกับมัน แต่สิ่งที่ดีที่สุดของการเล่นฟุตบอลคือการได้ลงสนาม"

"เหตุที่คุณมาเล่นฟุตบอลเพราะคงอยากลงสนามไปแสดงฝีเท้า ซึ่งมันคือส่วนที่ดีที่สุดของเกมนี้"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด