:::     :::

ค่าตัวไม่สมกับฝีเท้า

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
9,281
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ใกล้ถึงช่วงซัมเมอร์ทีไร สิ่งที่แฟนบอลอยากเห็นที่สุดก็คือทีมรักซื้อแข้งฝีเท้าดีเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสโมสร

เช่นเดียวกัน คงไม่มีใครอยากเห็นทีมเชียร์ต้องเสียผู้เล่นตัวเก่งให้กับทีมอื่นเหมือนกัน

ทุกวันนี้เรื่องค่าตัวของนักเตะถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่ร้อนแรงเมื่อนักเตะในโลกยุคปัจจุบันค่าตัวแพงขึ้นเรื่อยๆ บางคนแพงเกินกว่าฝีเท้าที่ตัวเองมีด้วยซ้ำ

จะดีจนคุ้มค่าหรือแย่จนขาดทุนยับเยิน ลองดูว่ามีใครกันบ้าง 

เอริก คันโตน่า

จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด ไป แมนฯ ยูไนเต็ด ปี 1992

ค่าตัว : 1.2 ล้านปอนด์


กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสย้ายมาค้าแข้งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในเดือนมกราคมปี 1992 ซึ่งในตอนนั้นชื่อของ เอริก คันโตน่า ก็กระฉ่อนอยู่แล้วในเรื่องของความเป็นแข้งอารมณ์ร้อน แต่ทีม "ยูงทอง" เลือกที่จะมองด้านดีในเรื่องของฝีเท้านักเตะมากกว่า

แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงกว่านั้นคือการที่นักเตะย้ายข้ามฟากจาก ลีดส์ ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งต้องบอกว่าทั้งสองทีมนี้คืออริชนิดที่ไม่เผาผีกันเลย แตกลับมาธุรกิจแบบนี้เกิดขึ้น

แถมค่าตัวที่ย้ายไปสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ดยังแสนถูกด้วยราคาเพียง 1.2 ล้านปอนด์เท่านั้น ในเดือนพฤศจิกายน

ในช่วงต้นซีซั่นก่อนการมาของ เอริก คันโตน่า ต้องบอกว่าผลงานของทัพ "ปีศาจแดง" ไม่ได้ดีอะไรมาก แต่หลังมาของเขา ทีมแพ้แค่ 2 จาก 26 เกม และผงาดไปคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกภายใต้การทำทีมของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 26 ปีของสโมสร ซึ่งปีนั้น คันโตน่า ทำไป 9 ประตูจาก 22 เกม

82 ประตูจาก 5 ซีซั่นไม่ใช่ตัวเลขที่เยอะอะไร แต่ คันโตน่า ถือเป็นคนที่มีอิทธิพลกับการเล่นของทีมอย่างยิ่งยวด เขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย และ เอฟเอ คัพ อีก 2 สมัย

หากจะบอกว่านี่คือการเซ็นสัญญาที่ดีทีสุดของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คงไม่เกินไป

แอนดี้ แคร์โรลล์

จาก นิวคาสเซิ่ล ไป ลิเวอร์พูล ปี 2011

ค่าตัว : 35 ล้านปอนด์


การเสีย เฟร์นานโด ตอร์เรส ไปให้กับ เชลซี ทำให้ทาง ลิเวอร์พูล ต้องรับหาตัวแทนอย่างฉุกละหุก สุดท้ายไปลงเอยที่ แอนดี้ แคร์โรลล์ ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

ผลิตผลจากอคาเดมี่ของ "สาลิกาดง" ไม่ใช่นักเตะที่ไร้ความสามารถเมื่อดูจากสถิติพังตาข่ายให้ทีม 20 ลูกจาก 41 เกมในพรีเมียร์ลีก ในวัย 22 ปีถือว่าไม่ขี้เหร่เลย

แต่ทว่าด้วยป้ายราค่าตัวที่มหาศาลสร้างความกดดันให้แข้งหนุ่มรายนี้ไม่น้อย แม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่โชว์ผลงานได้ดีอยู่บ้าง แต่ตัวเลขที่ออกมาก็เป็นตัวบ่งบอกว่าการซื้อตัวครั้งนี้ของ "หงส์แดง" ลมเหลว

6 ประตูจาก 44 เกมในพรีเมียร์ลีกถือว่าน่าผิดหวัง ยังไม่รวมถึงปัญหาหาการบาดเจ็บที่ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นแข้งกระดูกเปราะไม่อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อดูจากสรีระของร่างกายที่สูงใหญ่ดูแข็งแกร่ง

หลังได้เล่นเต็มซีซั่นในปี 2011/12 และมีประตูมาฝากเพียง 9 ลูกจาก 47 เกมทุกรายการ เจ้าตัวโดนปล่อยให้ เวสต์แฮม ยืมตัวใช้งานในปี 2012/13 และก่อนโดนซื้อขาดไป

เบ็ดเสร็จ แคร์โรลล์ ทำไปทั้งหมด 11 ประตูในการค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ เฉลี่ยประตูละ 3 ล้านปอนด์เลย ถือว่าเป็นการซื้อตัวที่ขาดทุนย่อยยับเลย

วิลฟรีด ซาฮา

จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไป คริสตัล พาเลซ ปี 2015

ค่าตัว : 3 ล้านปอนด์


เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแนวรุกที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีก หากไม่นับเหล่าพ่อค้าแข้งในสโมสรท็อป 6 อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล

หลังเติบโตมาจากอคาเดมี่ของ คริสตัล พาเลซ พร้อมกับทำผลงานที่ดูดีมีอนาคตเลย แม้ว่าจะเป็นการเล่นในแชมเปี้ยนชิพเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอกับการที่จะทำให้ "ปีศาจแดง" คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ ในตลาดหน้าหนาวปี 2013 ถือเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อมาร่วมทีมเลย

แต่อยู่กับทีมได้แค่แค่ปีเศษก็โดนปล่อยให้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ใช้งานก่อนที่ในปี 2014 จะโดนขายกลับไปให้ คริสตัล พาเลซ ในราคาเพียง 3 ล้านปอนด์เท่านั้น

ทว่าการกลับไปค้าแข้งกับ "อีเกิ้ลส์" คราวนี้เจ้าตัวโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นหนึ่งในตัวรุกสุดอันตรายของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเป็นแข้งคนสำคัญของสโมสรเลย

เรียกได้ว่า คริสตัล พาเลซ ตอนขายกำไรเน้นๆ ตอนซื้อกลับมาก็ได้ราคาแสนถูกแถมทำผลงานได้สุดยอดด้วย ซึ่งปัจจุบันคาดกันว่าค่าตัวทะลุไปไกลระดับ 50 ล้านปอนด์แล้ว

อุสมาน เดมเบเล่

จาก ดอร์ทมุนด์ ไป บาร์เซโลน่า ปี 2017

ค่าตัว : 97 ล้านปอนด์


นักเตะที่ดูท่าว่าจะมีอนาคตไกลและจะเป็นหนึ่งในนักเตะแถวหน้าของโลก ขนาดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ยอมจ่ายเงินระดับ 97 ล้านปอนด์บวกกับโบนัสซื้อตัวมาร่วมทีม

ซึ่งการที่ "เจ้าบุญทุ่ม" ยอมจ่ายเงินมากขนาดนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ทีมเพิ่งได้เงินมหาศาลจากการขาย เนย์มาร์ ให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัวสถิติโลก 198 ล้านปอนด์ ทำให้มีเงินมาใช้จ่ายได้

ด้วยวัยเพียง 20 ปี ถือว่าการจ่ายเงินขนาดนั้นถือเป็นการซื้ออนาคต เพราะอายุการใช้งานยังอีกยาวนาน แม้ว่าจะเป็นการเสี่ยงอยู่บ้างก็ตาม

แต่ทว่าการเสี่ยงครั้งนี้กลับกลายเป็นการเสี่ยงที่ขาดทุนจริงๆ เมื่อตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลกว่าๆนั้น อุสมาน เดมเบเล่ เจอกับอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนัก โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่มีโอกาสลงสนามแค่ 9 เกมเท่านั้นรวมทุกรายการ และทำได้แค่ประตูเดียว

จริงอยู่ เดมเบเล่ ยังมีเวลาอีกมากที่จะพิสูจน์ตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าทาง บาร์เซโลน่า เริ่มหมดความอดทนซึ่งมีข่าวว่านักเตะอาจจะโดยขายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ พร้อมกับค่าตัวที่อาจจะหายไปครึ่งนึงกับที่ซื้อมาอีกด้วย

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

จาก ฮัลล์ ซิตี้ ไป ลิเวอร์พูล ปี 2017

ค่าตัว : 8 ล้านปอนด์


เงินจำนวน 8 ล้านปอนด์ กับค่าตัวของนักฟุตบอลยุคสมัยนี้ต้องบอกว่ามันน้อยนิดเหลือเกิน โดยเฉพาะในอังกฤษ

กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะเห็นการย้ายทีมของนักเตะด้วยค่าตัวเพียงเท่านั้น ซึ่งสโมสรในพรีเมียร์ลีกทุกทีมมีเงินมากพอที่จะจ่ายเงินก้อนนี้ และ ลิเวอร์พูล ก็จ่าย 8 ล้านปอนด์กับการดึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จาก ฮัลล์ ซิตี้ มาร่วมทีม

แบ็คซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์ไม่ต้องรอนานกับการทำผลงานได้อย่างประทับใจจนกลายเป็นขวัญใจคนใหม่แห่งถิ่นแอนฟิลด์ หลังจากปีแรกที่ปรับตัวเข้ากับทีมและช่วยสโมสรได้รองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้วช่วยทีมคว้าแชมป์ถ้วยระดับทวีปมาเรียบทั้งแชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รวมถึงรายการใหญ่อย่างสโมสรโลกด้วย

จากปีที่แล้วไม่มีประตูมาฝาก ปีนี้ทำไปแล้ว 2 ลูกกับอีก 7 แอสซิสต์ กลายเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในตอนนี้เลย

กับค่าตัวที่จ่ายไปกลายเป็นเหมือนได้เปล่า พร้อมกับปัจจุบันที่พุ่งกระฉูดเกินกว่า 50 ล้านปอนด์ไปแล้วด้วย

เปาโล ดิ คานิโอ

จาก เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ไป เวสต์แฮม ปี 1999

ค่าตัว : 1.5 ล้านปอนด์

        

ในปี 1999 ค่าตัวของนักเตะยังไม่ได้พุ่งสูงเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่กับ เปาโล ดิ คานิโอ ที่ย้ายมาด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์นั้นก็ต้องบอกว่าถูกแสนถูก

แม้ภาพของดาวเตะชาวอิตาลีรายนนี้จะเป็นพวก "วายร้าย" ในสายตาแฟนบอลทีมอื่น แต่สำหรับทีม "ขุนค้อน" เขาคือพระเจ้าของเหล่าสาวก เวสต์แฮม เลย

ด้วยประสบการณ์ชนิดที่หาตัวจับยากกับการค้าแข้งกับ ลาซิโอ, ยูเวนตุส, นาโปลี และ เอซี มิลาน ในยุค 80' ต่อ 90' ที่ต้องบอกว่าในยุคนั้นฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลีเฟื่องฟูถึงขีดสุด ฝีเท้านักเตะช่วงนั้นถือว่าเจ๋งที่สุดในยุโรปก็ว่าได้

ดังนั้นการได้ตัว เปาโล ดิ คานิโอ มาร่วมทีมถือเป็นการลงทุนที่แสนคุ้มค่าของสโมสร และเมื่อดูจากผลงานที่ให้กับทีมต้องบอกว่ายอดเยี่ยมมากๆ

4 ปีครึ่งกับสโมสรเจ้าตัวทำไปทั้งหมด 47 ประตูจาก 118 เกมจากพรีเมียร์ลีก ช่วยให้ เวสต์แฮมป์ ได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรปที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักของสโมสร ซึ่งต้องบอกว่านี่คือหนึ่งในนักเตะต่างชาติที่ดีที่สุดของลีกผู้ดีเลย

เดนิลสัน

จาก เซา เปาโล ไป เรอัล เบติส ปี 1998

ค่าตัว : 21.5 ล้านปอนด์

        

21.5 ล้านปอนด์ ไม่ใช่เงินที่มากอะไรเลยกับค่าตัวนักเตะสมัยนี้ อาจจะได้แค่นักเตะทั่วไปคนนึงเท่านั้น แต่ย้อนกลับไปเมื่อปี 1998 นี่คือตัวเลขที่เป็นสถิติโลก

เดนิลสัน เป็นที่รู้จักในฟุตบอลโลก 1998 ที่ บราซิล เป็นรองแชมป์โลกจน เรอัล เบสิต ยอมทุบคลังเป็นสถิติดึงตัวมาร่วมทีมในเวลานั้น ซึ่งในยุค 90' นั้นมีการทำลายสถิติโลกค่าตัวนักเตะถึง 9 ครั้งด้วยกัน

จากผลงานอันโดดเด่นกับต้นสังกัดในบราซิลตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี แต่ก็อย่างว่าแหละว่านี่คือค่าตัวที่แพงกว่าที่ อินเตอร์ มิลาน จ่ายให้ในการซื้อ โรนัลโด้ "อาร์ 9" มาร่วมทีมอีก

ต้องบอกว่าผลงานของ เดนิลสัน ถือว่าน่าผิดหวังสุดๆกับชีวิตในสเปน แถมยังมีช่วงที่โดนปล่อยกลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ ฟลาเมงโก้ ในปี 2000 ด้วย 

ผลงานการเล่นในลา ลีกา สเปน 154 เกม มีประตูมาฝากเพียงแค่ 11 ลูกกับอีก 2 แอสซิสต์ ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำเตี้ยเลียดินมากๆเมื่อเทียบกับค่าตัว

สุดท้ายอยู่กับทีมจนถึงปี 2005 และกลายเป็นแค่นักเตะที่ได้ชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยมีค่าตัวเป็นสถิติโลกเท่านั้น

เอ็นโกโล่ ก็องเต้

จาก ก็อง ไป เลสเตอร์ ซิตี้ ปี 2015

ค่าตัว : 5.6 ล้านปอนด์


จากนักเตะในระดับลีก เดอซ์ หรือลีกรองของฝรั่งเศส เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ใช้เวลาเพียง 4 ปีขึ้นมาเป็นนักเตะที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย แถมยังเป็นแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสด้วย

ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้จัก ก็องเต้ แม้กระทั้งตอนย้ายมาอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ใหม่ๆ แต่แค่ปีแรกในพรีเมียร์ลีกดาวเตะร่างเล็กก็เป็นที่รู้จักไม่ใช่แค่ในอังกฤษ แต่ดังไปทั่วโลก โดยเขาเป็นนักเตะที่เข้าสกัดคู่แข่งมากที่สุดในลีกปี 2015/16 ถึง 175 ครั้ง มากกว่าคนอื่นอย่างน้อยถึง 31 ครั้ง รวมถึงตัดบอลอีก 157 ครั้งมากที่สุดในลีกอีกด้วย

เพียงแค่ปีเดียวในถิ่นคิง พาวเวอร์สเตเดี้ยม, เชลซี ยอมจ่าย 32 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวมาร่วมทีม และก็เรียกได้ว่าคุ่มยิ่งกว่าคุ้มเมื่อเขาช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา ลีกมาครอง

เรียกได้ว่าจากที่ เลสเตอร์ จ่ายเพียง 5.6 ล้านปอนด์ ขายได้ 32 ล้านปอนด์ ทีม "สุนัขจิ้งจอก" กำไรมหาศาลเลย ขณะที่ เชลซี แม้จะจ่ายแพงกว่าหลายเท่าที่คู่แข่งร่วมลีกซื้อมา แต่จากผลงานก็ยังถือว่าคุ้มค่าอีกนั่นแหละ

กับปัจจุบันที่คาดการณ์ค่าตัวนักเตะที่อาจจะไปถึงหลัก 80-90 ล้านปอนด์ แต่จากฝีเท้าแบบนี้เชื่อว่าจะมีสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ที่พร้อมจ่ายอยู่แล้ว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด