:::     :::

'อลาเบส ทำกับเรา เหมือนที่เราทำกับ มิลาน'

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
343
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปี 2001 น่าจะเป็นอีกฤดูกาลที่เหล่าบรรดา "เดอะ ค็อป" ไม่มีวันลืมเลือน

เพราะนั่นเป็นอีกหนึ่งปีที่ ลิเวอร์พูล โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้า "3 แชมป์" บอลถ้วยทั้ง ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คัพ (ยูโรปา ลีก ในปัจจุบัน) อย่างยิ่งใหญ่

ทีมชุดนั้นมีสตาร์เด่นอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, ไมเคิ่ล โอเว่น, นิค บาร์มบี้, ซามี่ ฮูเปีย, ดีทมาร์ ฮามันน์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, มาร์คุส บับเบิ้ล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์, แดนนี่ เมอร์ฟี่, เอมิล เฮสกี้, วลาดิเมียร์ สมิเซอร์, พาทริค แบร์เกอร์, สเตฟาน อ็องโชซ์, คริสเตียน ซีเก้ และ ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์

เรียกได้ว่าเป็นขุมกำลังที่คนในยุคมิลเลนเลี่นมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

แต่เส้นทางการก้าวไปคว้าแชมป์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะในบอลยุโรปที่เจอกับ อลาเบส ที่เวสต์ฟาเล่นสตาดิโอน หรือ ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค สังเวียนเหย้าของ ดอร์ทมุนด์ ในปัจจุบัน


ชัยชนะ 5-4 ในช่วงต่อเวลาชนิดที่มันสะใจแฟนบอล แต่ในใจของผู้ชนะในวันนั้นเหนื่อยแทบใจ

เจมี่ คาร์ราเกอร์ จะมาเผยถึงเรื่องในวันนั้น วันที่ท้ายที่สุดแล้วทีมได้ชูโทรฟี่ ซึ่งแลกมาด้วยแรงกายและแรงใจอย่างมหาศาล

คุณทำอะไรบ้างในช่วงล็อคดาวน์, เจมี่?

- ใช่, ผมหมายถึงการทำกิจวัตรที่แตกต่างในตอนนี้, มันอาจจะยากในตอนแรกเริ่ม, ตอนนี้มันเป็นกิจวัตรที่แตกต่าง, มันกลายเป็นชีวิตปกติไปแล้ว, ผมเพิ่งชินกับมัน, ออกกำลังในยิมบ้าง, ออกไปเดินเล่น, หลายๆอย่าง, ดูทีวี... นั่นคือสิ่งที่เราทุกควรล้วนทำกัน

ไม่คิดถึง แกรี่ เนวิลล์ มากเกินไปใช่ไหม?

- ไม่, ไม่!!! ผมใช้เวลากับเขามากพอแล้วใน เดอะ ฟุตบอล โชว์ ทางสไกป์ และ ซูม, ผมเจอกับเขามากกว่าที่ผ่านมา - 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ในตอนนี้, มันแค่สัปดาห์ละครั้งทางสกาย (สปอร์ตส์), หวังเป็นอย่างยิ่งว่า, เราจะกลับไปใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง

งั้นใครจะดูทีม ลิเวอร์พูล ในปี 2011? แน่นอนว่านอกเหนือจากคุณ

- (หัวเราะ) ผมคิดว่าไม่ตอนนั้น มันเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของผู้จัดการทีม (เชราร์ อูลลิเยร์) คือคนที่ต้องเลือก, ดังนั้นคุณรู้ไหม, เรามี ไมเคิ่ล โอเว่น, เอมิล เฮสกี้ และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, ไมเคิ่ล กับ เอมิล เป็นตัวเลือกแรกและเขาเลือกทั้งคู่ลงเล่นในเกมชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพกับ อาร์เซน่อล

- เขาเลือกคู่หน้าชุดเดิมในอีก 2-3 วันให้หลังในเกมที่ดอร์ทมุนด์กับ อลาเบส, แม้ว่า เอมิล จะทำได้ไม่ดีนักในเอฟเอ คัพรอบชิงชนะเลิศ และ ร็อบบี้ ก็ถูกส่งลงมาเสริม


นั่นคือการแย่งตำแหน่งกันในแดนหน้า...

- ไมเคิ่ล โอเว่น ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล, เขาเหมาะสมกับตำแหน่งบัลลง ดอร์, ผมคิดว่ารวมถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ด้วยเช่นกัน - ชัดเจนว่าเขาเล่นไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็นแต่ก็งประตูในเกมชิงชนะเลิศนัดนั้น

- ผมคิดว่าทีมชุดนั้น, ตั้งแต่กองกลางขึ้นไป - ทุกคนมีอะไรที่คล้ายกัน, ไม่เหมือนกับที่ สตีวี่ ทำบางทีในอีก 5 ปีให้หลัง, เพราะเรามีกองหน้า 5 คน และเรามี ยารี่ ลิตมาเน่น, ในกองกลางเรามี (พาทริค) แบร์เกอร์, (วลาดิเมียร์) สมิเซอร์, (นิค) บาร์มบี้, (แดนนี่) เมอร์ฟี่, (แกรี่) แม็คอัลลิสเตอร์ และ ดิดี้ ฮามันน์... ไม่มีใครดีกว่าใคร

- ดังนั้นนั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีการโรเตชั่น, นั่นเป็นครั้งแรกที่ผู้คนได้ยินมันจากผู้เล่นบางคนเพราะเรามีทีมที่แข็งแกร่ง, ผมคิดว่านักเตะมีความสำคัญมากกว่าทีมปี 2001, และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมพูดบ่อยนักในช่วงเวลาที่ ลิเวอร์พูล

นั่นคือเหตุผลที่คุณสามารถเดินหน้าลุยได้ตลอดการแข่งขันทั้ง 3 รายการ, คุณคิดว่ายังไง?

- ใช่, แน่นอน, และมันคือเกมวันอาทิตย์/พฤหัสบดี (ตารางแข่ง) ย้อนกลับไปตอนนั้น, เกมชิงชนะเลิศเป็นคืนวันพุธแต้ผทคิดว่าตลอดทั้งฤดูกาลเราเล่นแค่วันอาทิตย์กับพฤหัสบดี, เชราร์ ไม่เคยเปลี่ยนแบ็คโฟร์ ดังนั้นเราโชคดีที่ทุกคนพร้อมลงสนามเสมอ - ฤดูกาลที่ต้องเล่นกันถึง 63 เกม, ผมคิดว่าผมลงสนามไป 58 นัด, มาร์คุส บับเบิ้ล เล่นไป 59 นัด, ขนาดว่าเขาเป็นอีกตัวเลือกในแผงกองหลัง

        

คุณไม่มีความเหน็ดเหนื่อยเลย?

- เราทุกคนร่วงกันหมดในตอนจบ, เราวิ่งกันจนหมดในเกมชิงชนะเลิศยูฟ่า คัพ

- ผมคิดว่าเราสามารถแพ้ อลาเบส ได้ง่ายๆเมื่อมองถึงตั้งแต่เริ่มเกม, เราคิดว่าขาของเราแทบไร้เรี่ยวแรงเช่นเดียวกับจิตใจ ผมคิดว่าพวกเราล้ากันมากๆ

คุณเพิ่งชนะ อาร์เซน่อล 2-1 ในเกมเอฟเอ คัพรอบชิงชนะเลิศ, นั่นค้องเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่วุ่นวายมากในเส้นทางอาชีพของคุณ?

- ในเกมชิงบอลถ้วย, เราโดนบีบอย่างหนักจาก อาร์เซน่อล, เราโชคดี, โชคดีมากๆที่มี ไมเคิ่ล รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าลุย, เราแข็งแกร่งกันมากๆ, เป็นทีมที่มีพลังใจดีเยี่ยม, เราไม่ได้ดีที่สุดในสายตาคนอื่น, เราไม่ได้เป็นทีมที่ดีที่สุด, แต่เรามีเกมรับที่แข็งแกร่งมากๆ - แต่เราวิ่งอย่างไร้พลังในเกมกับ อลาเบส ซึ่งคุณสามารถมองเห็นได้จากฟอร์มการเล่นของเรา

- 2 หรือ 3 วันให้หลัง, เราต้องไปเยือน ชาร์ลัตน... และเราชนะ 4-0, แต่ถ้าคุณดูเกมนั้น, เกมครึ่งแรกเราเละเทะมาก, พวกเขายิงชนเสาสองหน, สกอร์จบที่ 0-0 .นครึ่งแรก และเหล่าแนวรุกก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งแรก. 4 หรือ 5 เกมในช่วงท้าย (ฤดูกาลนั้น) เราเหมือนกับวิ่งชนกำแพง และเราต้องเดินหน้าต่อไป


คุณคิดว่าคุณจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ในเกมชิงยูฟ่า คัพในครึ่งหลังรึเปล่า?

- ในตอนนั้น, ใช่, ผมจำได้ว่า อลาเบส ตามตีเสมอเราจากลูกเตะมุมซึ่งเราเหนื่อยเดินกว่าที่จะมาคร่ำครวญหรือบ่นอะไรกับใคร, พวกเขากลับสู้เกม - จบครึ่งแรกเรานำ 3-1 พวกเขากลับมาตามตีเสมอ 3-3, เราทำประตูออกนำ 4-3.. มันแทบทำให้ผมบ้าตอนเราโดนตีเสมอ 4-4, เหลือเวลาอีกเท่าไรนะตอนที่พวกเขาตีเสมอ 4-4?

แค่ 2-3 นาทีเท่านั้น

- ใช่, นั่นมันบ้าไปแล้ว, มันเหมือนกับว่า 'โอ้พระเจ้า' เพราะตอนที่พวกเขาตีเสมอ 3-3, มันยังไม่ถึงขนาดนั้นเพราะยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมง, เรารู้สึกแบบว่า 'เอาหน่อยเว้ย' แต่เรารู้ว่าเราวิ่งกันจนไม่เหลืออะไรแล้วและนี่เป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิจของพวกเขา, รวมถึงเราด้วยเช่นกัน - มันคือเกมชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปนะเว้ย 

- แต่เราใส่กันจนสุดพลังที่เรามี, ทั้งรางกายและจิตใจ, โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเกมวันเสาร์, และจากนั้นก็มาสู่เกมนี้... ซึ่งคุณรู้ดีว่าตัวเองดีกว่าพวกเขา, พวกเขาตะลุยไปข้างหน้าได้อย่างง่ายดาย เมื่อพวกเขากลับมา พวกเขาได้โมเมนตัสของเกม, มีรแรงกระตุ้น


- ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่น, แต่มันอาจจะคล้ายกับสิ่งที่เราทำกับ เอซี มิลาน (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกปี 2005) เราตามตีเสมอ, เราทำกับคู่แข่งเหมือนในสิ่งที่ มิลาน ทำ - เอซี มิลาน รู้ว่าพวกเขาดีกว่าเราในปี 2005, และเรารู้ว่าเราดีกว่า อลาเบส ในเกมนั้น, และประตู 4-4 ในช่วงท้าย, พวกเหมือนกับระเบิดพลีชีพ, ผมจำปฏิกริยาของตัวเองในตอนนั้นได้ว่าผมคอตกและทุกคนแทบไม่มีใครขยับ, เราเหนื่อยกันเหลือเกิน

คุณเริ่มตระหนกรึเปล่ากับเกมอีกครึ่งชั่วโมงที่เหลือ?

- มีความกลัวในช่วงต่อเวลาพิเศษ, มันเป็นประตูโกลเด้นโกล, ไม่มีเวลาให้แก้ตัวอะไรอีก

คุณพูดถึงมิลาน - เกมชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกเปรียบเทียบกับเกม อลาเบส ยังไง?

- นักเตะ 6 หรือ 7 คนของทีมเล่นให้กับ เชราร์ อูลลิเยร์ ที่ลงเล่นในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกและได้แชมป์เอฟเอ คัพในยุคของ ราฟา เบนีเตซ, มีผม, สตีวี่, ดิดี้ ฮามันน์, ซามี่ อูเปีย และอีก 2-3 คนที่ไม่ได้ลงสนาม, เรามีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง, ผมไม่คิดว่าเซอร์ไพรส์อะไรที่เราได้แชมป์จากแนวทางที่เราทำ, จริงๆ, เราแค่อดทนและสู้จนกระทั่งจบเกม, ไม่ใช่แค่ใส่ทุกอย่างที่มี่, แต่รู็ว่าต้องทำอะไรบ้างในสถานการณ์เหล่านั้น

- มันมีการเชื่อมโยงนะหว่างเกมที่ดอร์ทมุนด์กับเกมที่อิสตันบูล, นั่นคือครั้งแรกที่ผมเริ่มคิดเรื่องนี้เลย, ผมแค่คิดว่าตอนที่ อลาเบส ตีเสมอ 4-4, ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือความกลัวที่แท้จริง, และพูดตามตรง, เราหวังว่าเราจะลุยต่อและชนะเกมนั้น, เราต้องการโชคและเราได้มันจากการทำเข้าประตูตัวเองจากลูกตั้งเตะ

        

แข้งคนไหนบ้างในคลาส 2001 ที่จะอยู่ในทีมชุดปัจจุบันของ เจอร์เก้น คล็อปป์?

- เอ่อ... ผมคิดว่า ซามี่ ฮูเปีย จะอยู่ในทีมนั้น, ผมเป็นแบ็คซ้าย ส้วน ซามี่ ฮูเปีย เป็นเซนเตอร์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด อยู่ในทีม, ส่วน ไมเคิ่ล โอเว่น? ใช่ ผมคิดว่า ไมเคิ่ล ก็ควรอยู่ในทีม

- ไมเคิ่ล โอเว่น และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อาจจะอยู่ในทีม, ผู้คนพูดถึงเรื่องบาลานซ์ - โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นนักเตะที่แตกต่างแต่ถ้าคุณมีคนอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ หรือ ไมเคิ่ล โอเว่น อยู่ในทีมและทำประตูได้มากมาย, พวกเขาจะอยู่ในทีมคุณ, ดังนั้นผมต้องบอกว่า ใช่, ผู้เล่น 4 คนที่ดีที่สุด, ผมหวังว่าจะไม่ได้พลาดใครไปนะ

- คุณอาจจะบอกว่า มาร์คุส บับเบิ่ล, แบ็คขวาที่มีฤดูกาลที่ดี, ผมจะพูดอะไรเกี่ยวกับ เทรนท์ (อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์) แต่ผมคิดว่ามีโอกาสพอๆกัน

โทรฟี่ไหนที่หอมหวานที่สุดในบรรดาทั้ง 3 แชมป์?

- ในตอนนั้น, ผมคิดเสมอว่าคือเอฟเอ คัพ, ในฐานะนักฟุตบอล, คุณต้องการได้แชมป์เอฟเอ คัพมากกว่ารายการไหนๆทั้งสิ้น

- ผมคิดว่าเมื่อมองย้อนกลับไปในเส้นทางอาชัพของผมในตอนนี้, ผมภูมิใจมากกว่ากับสิ่งที่เราทำในฟุตบอลยุโรป และผมคิดว่าถ้วยแชมป์ยุโรปสำคัญกว่าถ้วยในประเทศ, แน่นอนในแง่ของถ้วยรางวัล - ผมไม่คิดว่ายูฟ่า คัพสำคัญกว่ารายการอื่น แต่ผมคิดว่าแชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นใช่

- การคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปเป็นอะไรที่พิเศษ, การลงแข่ง, สังเวียนที่แตกต่าง, การเดินทาง, มันเป็นอะไรที่พิเศษของเกมยุโรป - นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดถึงมากขึ้นจากเส้นทางอาชีพของผมมากกว่าอะไรทั้งสิ้น, เกมยุโรป ทั้งเหย้า-เยือน, การเดินทางในประเทศที่แตกต่าง, วัฒนธรรมที่แตกต่างและสไตล์รวมถึงระบบที่ต่างกัน, ผมไม่ได้ตระหนักถึงมันมากในเวลานั้น, แต่การเล่นเกมยุโรปรอบชิงชนะเลิศที่ดอร์ทมุนด์ สเตเดี้ยม - มีคนไม่มากนักที่จะได้รับโอกาสนี้


ในฐานะนักเตะ ลิเวอร์พูล คุณรู้ถึงความสำคัญของการได้แชมป์ยุโรปรึเปล่า?

- เรามีความหมายในฟุตบอลยุโรป, ผมอาจจะพูดได้ว่าเช่นเดียวกับสโมสรอื่นๆ, คุณดูอัตราส่วนแชมป์ยุโรปกับแชมป์ลีกอาจจะไม่มากนักเพื่อบางสโมสร, เราได้แชมป์ยุโรปเกือบเท่าแชมป์เอฟเอ คัพ, 7 แชมป์เอฟ คัพต่อ 6 แชมป์ยุโรป (แชมเปี้ยนส์ ลีก) ซึ่งมันบอกเล่าถึงเรื่องราวว่าสโมสรเกี่ยวกับบอลยุโรปยังไง

- เราคิดว่าเราเป็นสโมสรจากอังกฤษเพียงทีมเดียวที่ครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลยุโรปยุค 70' และ 80' ซึ่งมันยากในการทำเช่นนั้น - มีแค่ทีมที่มีความพิเศษเท่านั้น ซึ่งเราควรจะภูมิใจกับมัน, ผมภูมิใจอย่างมากที่ได้ทั้งแชมป์ยุโรปอย่างยูฟ่า คัพ, แชมเปี้ยนส์ ลีกและยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

แม้กระทั่งทุกวันนี้, ประเพณีของ ลิเวอร์พูล ในฟุตบอลยุโรปก็ยังคงอยู่

- ใช่, พวกเขาเขาชิง (แชมเปี้ยนส์ ลีก) 4 ครั้ง ใน 15 ปี - มันมหัศจรรย์มาก, แน่นอน, สังเวียนแอนฟิลด์ช่วยในเกมยุโรป, แต่มันเป็นสิ่งที่พิเศษ

- เราควรภูมิใจกับสิ่งนี้, ผมรู้ว่า ลิเวอร์พูล หมดหวังกับการได้แชมป์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ในตอนนี้, แต่ผมคิดเสมอว่ายูโรปเปี้ยน คัพนั้นยิ่งใหญ่กว่า, มันพิเศษ, มันยกระดับคุณในแบบที่คุณไม่อยากจะเชื่อในฐานะนักเตะเมื่อคุณชูถ้วยขึ้นมา, ผมคิดว่าเมื่อ ลิเวอร์พูล ได้ชูถ้วยแชมป์ลีก, มันคือการกลับไปสู่ยูโรเปี้ยน คัพ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด