:::     :::

5 ข้อ ที่ไม่ควรกาชื่อ ราชบุรี ทิ้งจากท็อป 4

วันอังคารที่ 09 มิถุนายน 2563 คอลัมน์ ฉันดูบอลที่ร้านเหล้า โดย ดากานดา
1,051
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
พวกเขาคือ 1 ใน "ม้ามืด" ในฤดูกาลนี้ ที่เชื่อว่าหลายทีมไม่กล้าสบประมาท ยามได้ประมือด้วย

ราชบุรี มิตรผล อาจไม่ได้ทุ่มแหลกดึงซุป'ตาร์ มาร่วมทัพเหมือน บีจี ปทุมฯ, การท่าเรือ เอฟซี หรือ ทรู แบงค็อกฯ ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏบนตารางคะแนน 4 นัดแรก พวกเขาชนะรวดทั้ง 4 นัด มีแต้มเท่ากับ จ่าฝูงอย่าง "แข้งเทพ"

ภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชเจี๊ยบ" สมชาย ไม้วิลัย พา "ราชันมังกร" สร้างเซอร์ไพรส์ได้พอควร ด้วยการยกระดับทีมขึ้นมาตีคู่กับบรรดา "บิ๊กทีม"

อะไรคือสูตรสำเร็จที่ทำให้สโมสรระดับกลาง จบเพียงอันดับ 8 ของตารางเมื่อปีกลาย ฉายแสงในซีซั่นนี้ "ฉันดูบอลที่ร้านเหล้า" ขอหยิบยก 5 เหตุผล ที่ทำให้สโมสรจากภาคตะวันตก กลายเป็น "ม้ามืด" น่าจับตา

 

เกาถูกที่คัน

ช่วงตลาดซื้อขายก่อนเปิดฤดูกาล ราชบุรี คือสโมสรที่ปล่อยนักเตะออกจากทีมมากพอควร ไม่ว่าจะเป็นนักเตะคุ้นหน้าอย่าง มนตรี พรมสวัสดิ์ (เชียงใหม่ ยูไนเต็ด) ยืมตัว, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ (การท่าเรือ เอฟซี), จิรวัฒน์ ทองแสงพราว (สุพรรณบุรี เอฟซี) ยืมตัว, ยู จุน-ซู (พีที ประจวบ), ศิลา ศรีกำปัง (สุโขทัย)

แต่ผู้เล่นที่ถูกดึงเข้ามานั้น มีคุณภาพเทียบเท่า หรือมากกว่า แบบที่สามารถทดแทนของเก่าได้อย่างหมดจด เช่น โย ซัง แฮ โควตาเอเชียที่เข้ามาอุดรอยรั่ว ยู จุน-ซู ได้อย่างสมบูรณ์ หรือ แบ็กซ้ายอย่าง เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ก็สามารถทดแทนการจากไปของ จิรวัฒน์ ทองแสงพราว ได้เช่นกัน



 

ตัวต่างชาติสร้างความต่างได้ทุกราย

ในตำแหน่งโควตาต่างชาติ จากปีก่อนมาปีนี้ ทีมยังสามารถเก็บแกนหลักไว้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ยานนิก โบลี, ลอสเซมี คาราบูเอ รวมถึง สตีเฟน ล็องจิล ซึ่งทั้ง 3 คน คือคีย์แมนสำคัญในแนวรุกทั้งสิ้น และเข้าใจกับระบบ หรือแท็คติกการเล่นเป็นอย่างดี จากการที่เล่นร่วมกันมาพักใหญ่ ตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งในแนวรุกทีม ที่อาจเหนือกว่าทีมระดับเดียวกัน หรือสูงกว่าด้วยซ้ำไป

มากกว่านั้น ผู้เล่นใหม่ทั้ง โย ซัง-แฮ รวมถึง ฮาเบียร์ ปาติญโญ เองไม่ได้ซื้อมาอย่างเสียเปล่า แต่สามารถสร้างความต่างได้ทั้งหมด 

 

ระบบแบบแผนที่ไม่ตายตัว

อย่างที่ใครหลายคนทราบคือ ราชบุรี มิตรผล ในฤดูกาลที่ผ่านมายึดระบบแผงหลัง 3 คนเป็นหลัก แม้เกมรุกจะดูมีมิติ ทว่าบ่อยครั้งที่การเติมเกมของวิงแบ็ก โดยเฉพาะฝั่ง ฟิลิป โรเลอร์ จะถูกคู่แข่งใช้เกมสวนกลับจนเสียประตูจุดนี้บ่อยครั้ง 

ปีนี้ "โค้ชเจี๊ยบ" เลือกปรับระบบการเล่นใหม่ มาใช้เบทกองหลัง 4 คนแทน แต่ที่สำคัญคือ ระบบการเล่นทีมถูกหมุนเปลี่ยนไปตามแท็คติก วิธีการเล่น และคู่ต่อสู้ที่เจอ สิ่งที่ตอบได้คือทั้ง 4 เกมที่ผ่านมา "ราชันมังกร" ไม่เคยเล่นระบบที่ซ้ำกันเลย และที่น่ากลัวกว่าคือ นักเตะต่างเข้าใจระบบได้อย่างดี

นัดที่ 1 ชนะ ตราด เอฟซี 2-0 ระบบ (4-5-1)
นัดที่ 2 ชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-1 ระบบ (4-2-3-1) 
นัดที่ 3 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3 ระบบ (4-1-4-1)
นัดสี่ 4 นครราชสีมา มาสด้า 1-0 ระบบ (4-4-2)


 


แดนกลางสุดแกร่ง

ว่ากันว่า 1 ในเคล็ดลับการประสบควาสำเร็จในโลกฟุตบอล คือการมีแดนกลางที่ดี เพราะตำแหน่งดังกล่าวคือจุดที่ต้องเชื่อมสมดุลระหว่างเกมรับและรุก คุมจังหวะกำหนดทิศทางเกมให้เป็นไปตามแบบแผน

ราชันมังกร แต่เดิม พวกเขามีผู้เล่นอย่าง คาราบูเอ, ปฐมชัย เสือสกุล หรือ กฤษณนน ศรีสุวรรณ เป็นแกนหลัก แต่ช่วงตลาดที่ผ่านมาพวกเขาได้ทั้ง สันติภาพ ราษฎร์นิยม, จิตปัญญา ทิสุด, จักรพันธ์ พรใส (ซื้อขาด), นูรูล ศรียานเก็ม (ยืมตัว), ลุค วูดแลนด์ เข้ามาเพิ่มความหลากหลาย ทำให้กุนซือสามารถหยิบจับใช้ใครได้ตามใจอยาก และตอบโจทย์สไตล์บอลที่ต้องการได้ 


 


บาลานซ์ที่ลงตัวระหว่าง เก่า+ใหม่

แม้จะเสียผู้เล่นไปเยอะ ทว่าอย่างที่เอ่ยไป ราชบุรี ได้ผู้เล่นใหม่เข้ามาแทนที่ได้อย่างหมดจด ที่สำคัญเกือบทุกคนสามารถปรับตัวเข้ากับแบบแผนได้อย่างรวดเร็ว

ในวันที่สโมสรปล่อยตัว อามีน นาซารี ไป จิตปัญญา กลายมาเป็นกองกลางตัวหลัก หรือ สันติภาพ ก็สามารถเติมเต็มในแดนกลางจนแข็งโป๊ก ขณะที่ในรายอย่าง ฮาเบียร์ ปาติญโญ และ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน แม้จะไม่ใช่แกนหลัก แต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนาม ก็สามารถสร้างความต่าง และเปลี่ยนเกมได้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดสามารถเล่นด้วยกันได้อย่างรู้ใจกับผู้เล่นหน้าเก่าในทีม


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด