:::     :::

5 จุดน่าสนใจพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
2,121
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษสุดสัปดาห์นี้ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่นับเกม แอสตัน วิลล่า ปะทะ เอฟเวอร์ตัน ที่เลื่อนไป และเกม อาร์เซน่อล กับ นิวคาสเซิ่ล ที่จะเล่นกันในคืนนี้

แต่ 8 คู่ที่ลงเล่นไปแล้วถือว่าเกมสำคัญและประเด็นสำคัญมาครบถ้วยอยู่แล้ว เพราะสองเกมที่เหลือก็ไม่ดีถือว่ามีอะไรที่สำคัญให้น่าติดตาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, สเปอร์ส, เลสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี บรรดาสโมสรหัวตารางล้วนลงสนามกันครบถ้วน แต่ละทีมล้วนมีแต้มติดมือได้

ไปดู 5 จุดสำคัญของเกมในสัปดาห์นี้ที่เป็นหัวข้อที่น่าสนใจกัน

แดงเดือดที่ไร้ประตู

        

"แดงเดือด" ขบวนล่าสุดต้องบอกว่าเป็นเกมที่สนุกทีเดียว แม้ว่าจะไม่มีประตูเกิดขึ้นก็ตามที

ไม่ใช่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งใจมาตั้งรับ แต่ใครเจอกับ ลิเวอร์พูล สไตล์ครองบอลบุกยังไงก็ต้องลงไปตั้งเกมรับนั่นแหละ แต่ยามที่ทีมได้บอลก็พร้อมที่จะเล่นเกมสวนกลับเร็วเหมือนกัน

นั่นทำให้เราได้เห็นบอลไปสู่หน้าประตูอีกฝั่งกันอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสทำประตูที่น่าจะได้ประตู โดยเฉพาะผู้มาเยือนที่ทั้ง บรูโน แฟร์นันด์ส และ ปอล ป็อกบา ได้สับไกแต่ไม่ผ่าน อาลีสซง เบ็คเกอร์

การทำประตูไม่ได้ในเกมนี้ทำให้ "หงส์แดง" ยิงในบ้านไม่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 43 เกม แถมยังเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่ยิงไม่ได้ถึง 3 เกมติดต่อกัน

เสียดายการประเดมสนามครั้งแรกในแอนฟิลด์ของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่มีสถิติที่ไม่น่าจดจำ เช่นเดียวกับสามประสาน ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ฟีร์มิโน่ ที่ไม่มีสกอร์มาฝากแฟนๆ

เรือใบมาแล้ว

        

ถ้าถามว่าตอนนี้ใครคือทีมที่ฟอร์มแรงที่สุดในลีก นั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เดินหน้าเก็บชัยชนะเป็นว่าเล่นจนขึ้นมารั้งรองจ่าฝูงของตารางแล้ว

แถมหากเก็บชัยชนะในนัดตกค้างได้พวกเขาคือทีมที่จะนำเป็นจ่าฝูงของตารางอีกด้วย

ผลงานในเกมล่าสุดที่ไล่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 นับเป็นชัยชนะเกมที่ 5 ติดต่อกัน และชนะ 7 จาก 9 เกมหลังที่ไม่แพ้ใครด้วย แถม 5 เกมหลังพวกเขาเสียแค่ประตูเดียวเท่านั้น

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ทีมยังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่เลย ระยะเวลาเพียงเดือนเศษพวกเขากลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างทีควรจะเป็นอีกครั้ง

กับโปรแกรม 4 เกมข้างหน้าที่จะเจอ แอสตัน วิลล่า (เหย้า), เวสต์บรอมวิช (เยือน) เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เหย้า) และ เบิร์นลี่ย์ (เยือน) คงไม่แปลกหากทีมจะคว้าชัยรวดทั้ง 4 เกมก่อนที่เกมถัดไปจะเยือน ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์

ชัยชนะที่คลายความกดดัน แฟร้งค์ แลมพาร์ด

        

ตอนนี้คนที่ทำงานภายใต้ความกดดันที่สุดคงหนีไม่พ้น แฟร้งค์ แลมพาร์ด หลังจากที่ เชลซี ผลงานแย่มาต่อเนื่อง

จากที่อยู่บนหัวตารางมาชนะเกมลีกแค่นัดเดียวจาก 6 เกมหลัง จนหลุดจากพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กระแสโดนปลดก็ตามมาเพียบ ถึงขนาดมีบางสื่อรายงานว่าจะดึง อัฟราม แกรนท์ มาคุมทีมชั่วคราว แต่เจ้าตัวออกมาปฏิเสธแล้ว

ยังดีที่เกมล่าสุดบุกชนะ ฟูแล่ม คว้าสามคะแนนสำคัญคลายความกดดันไปได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะดูจากสีหน้าหลังจบเกมและตอนแถลงข่าวก็ดูผ่อนคลายไปบ้าง

จะมีก็แค่เรื่้องการเค้นศักยภาพของนักเตะออกมาให้ดีที่สุด โดยเฉพาะในรายของ ทิโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ สองแข้งชาวเยอรมันค่าตัวแพงที่แฟนๆหวังว่าจะเค้นศักยภาพอย่างดีที่สุดช่วยทีมให้ได้

การกลับมาคว้าชัยอีกครั้งของแบ็กกี้ส์

        

ชัยชนะของเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-2 ของ เวสต์บรอมวิช น่าจะเป็นการต่อลมหายใจให้พวกเขากลับมาสู้เพื่อหนีตกชั้นอีกครั้ง

แน่นอนว่านั่นคือเป้าหมายสูงสุดของทีม ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบปลด สลาเวน บิลิช และตั้งผู้เชี่ยวชาญการหนีตกชั้นอย่าง แซม อัลลาไดซ์ เข้ารับตำแหน่ง

หลังจาก 5 เกมที่ไม่ชนะ (4 ในพรีเมียร์ลีกกับ 1 ในเอฟเอ คัพ) "บิ๊กแซม" พาทีมเก็บชัยชนะได้สำเร็จที่โมลินิวซ์ กราวน์ด แถมเป็นการชนะได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการแซงกลับมาคว้าชัย ช่วยเพิ่มกำลังใจได้เป็นอย่างดี

ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ทีมขยับจี้ทีมในโซนปลอดภัยอย่าง เบิร์นลี่ย์ 5 คะแนน แม้จะแข้งมากกว่าหนึ่งเกม แต่ก็ถือน่าจะเป็นนิมิตรหมายอันดีให้กับนักเตะและสโมสร

เกมถัดไปที่จะเยือน เวสต์แฮม กลางสัปดาห์นี้น่าจะเป็นตัววัดว่าทีมจะกลับมาได้รึยัง

ดาบคู่กับความพ่ายแพ้(อีกแล้ว)

        

หลังเพิ่งเก็บชัยชนะเกมแรกในลีกนัดแรกเหนือ นิวคาสเซิ่ล เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็กลับมาแพ้อีกครั้งให้กับ สเปอร์ส ในเกมล่าสุด

แต่ถ้ามองอีกมุมนึงถือเป็นเรื่องเข้าใจได้กับการเจอทีมแกร่งอย่าง "ไก่เดือยทอง" ที่ถือเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ เพราะด้วยศักยภาพและฟอร์มการเล่นที่เป็นรองอยู่แล้ว

19 เกมกับการแพ้ถึง 16 นัด มีแค่ 5 คะแนน ดูแล้ว เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด น่าจะการันตีได้ว่าทีม "ดาบคู่" จองพื้นที่ตกชั้นไปก่อนเพื่อนแล้ว

ตอนนี้ทีมตามหลังโซนปลอดภัย 11 คะแนนแถมแข่งมากกว่า 2 นัด ดูแล้วยังไงคงรอดยากกับครึ่งฤดูกาลที่เหลืออยู่

เหลือแค่รอดูกันว่าจะทำลายสถิติอันย่ำแย่ของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่เก็บได้แค่ 11 คะแนนตลอดฤดูกาลเมื่อปี 2007/08 รึเปล่า


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด