:::     :::

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ โนเนมแต่ฝีมือไม่เล็กตามชื่อ

วันอังคารที่ 04 ตุลาคม 2565 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
504
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ประเดิมเกมแรกกับ ไบรท์ตัน ได้สวยงามจริง ๆ สำหรับ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ที่สามารถพา ไบรท์ตัน บุกไปเสมอกับ ลิเวอร์พูล​ ได้ถึงแอนฟิลด์ 3-3 พร้อมรูปแบบการเล่นที่ดุดันสวยงามตามสไตล์ฟุตบอลเกมรุก

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เป็นอดีตนักเตะที่เคยเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก แต่ไม่ได้โด่งดังมากนัก ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2013 และเริ่มจับงานโค้ชทันที โดยไล่มาตั้งแต่ทีมเล็ก ๆ ฟอจจา, ปาแลร์โม่, เบเนเวนโต้ ก่อนจะเริ่มสร้างชื่อเต็มตัวกับ ซัสซูโอโล่ ในปี 2018


กุนซือหนุ่มวัย 43 ปี เคยเล่าให้ สกาย สปอร์ต ฟังว่าตัวเขาเองนั้นมีทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า เป็นต้นแบบในการคุมทีม สไตล์การคุมทีมของเขาเป็นการเล่นแบบเน้นเกมบุก เน้นครองบอลและเน้นการเพรสซิ่ง ส่วนใหญ่คือการต่อบอลสั้น ไม่นิยมวางบอลยาวมากเท่าไหร่


แผนการเล่นหลัก ๆ คือระบบ 4-2-3-1 เน้นคู่กองกลางสองคนในการคอนโทรลเกมตรงกลาง และทีเด็ดคือปีกทั้งสองข้างเป็นตัวจบสกอร์ ซึ่งในจุดนี้จะค่อนข้างแตกต่างจาก แกรห์ม พอตเตอร์ อยู่พอสมควร เพราะตอนที่ พอตเตอร์ คุม ไบรท์ตัน เขานิยมใช้ระบบกองหลัง 3 ตัว และเน้นไปที่วิงแบ็คสองข้างในการวิ่งขึ้นลงทำเกม


สมัยที่คุม ซัสซูโอโล่ เขาเป็นกุนซือที่ไม่เน้นการเล่นลูกยาว ไม่ชอบการครอสบอล ไม่ชอบเล่นลูกกลางอากาศ โดยมีสถิติการครอสบอลเพียง 589 ครั้ง, เป็นการจ่ายบอลยาวเพียง 1,637 ครั้ง น้อยกว่าทุกทีมในเซเรียอาฤดูกาล 2020-21 ซึ่งชัดเจนมากว่าแนวทางของเขาคือการต่อบอลสั้นและเล่นบอลบนพื้นมากกว่าอย่างชัดเจน


เด แซร์บี้ คุม ซัสซูโอโล่ อยู่ 3 ฤดูกาล​ พาทีมได้อันดับ 8 ในตารางคะแนนสองครั้ง สถิติใน เซเรียอา ฤดูกาล 2020-21 จ่ายบอลสำเร็จถึง 19,549 ครั้ง, ครองบอลเฉลี่ย 61%, นักเตะในทีมสัมผัสบอลรวมกัน 29,165 ครั้ง มากที่สุดในลีก และหากเจาะลึกลงไปอีกจะพบว่าในส่วนของการขึ้นเกมนั้น ส่วนใหญ่จะออกบอลเพื่อทำเกมบุกไปฝั่งซ้ายเสียเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือขึ้นเกมจากตรงกลางสนาม และฮีตแมพของทีมคือการครองบอลบุกในแดนคู่แข่งมากกว่าครองบอลแดนตัวเองอีกต่างหาก


หลักฐานสำคัญคือในฤดูกาล​ 2020-21 ซาสซูโอโล่ เป็นทีมที่พาบอลขึ้นไปแดนคู่แข่งได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก มีการทำเกมรุกแบบโอเพ่นเพลย์เฉลี่ยแล้วมากกว่า 10 ครั้งต่อนัด สูงเป็นลำดับต้น ๆ ของลีกเลยทีเดียว


เด แซร์บี้ แวะไปคุม ชัคตาร์ โดเนตส์ ในฤดูกาล​ที่แล้ว ก่อนจะตัดสินใจมารับงานที่ ไบรท์ตัน ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่อีกครั้งนึงในอาชีพการคุมทีมของเขาเลยก็ว่าได้


เขาให้สัมภาษณ​์ว่า "งานนี้ต้องขอ​ขอบคุณพื้นฐานที่ แกรห์ม พอตเตอร์ ได้วางรากฐานเอาไว้ให้ ผมมั่นใจว่านักเตะในทีมจะไปได้ดีกับแนวทางของผม ซึ่งผมคิดว่าเราสองคนมีปรัชญาการทำทีมที่คล้ายกัน" 


"ที่นี่มีผู้เล่นหลายคนที่ใกล้เคียงกับความคิดของผมในเรื่องฟุตบอล พวกเขามีแพสชั่นที่ดีอย่างที่ผมต้องการ พวกเขามีความกระหาย อายุของนักเตะใกล้เคียงกับตอนที่ผมคุม ซัสซูโอโล่ และไอเดียของสโมสรกับเจ้าของทีมก็คล้ายกันมาก แม้ว่าพรีเมียร์ลีก กับ เซเรีย อา จะเป็น 2 ลีกที่ต่างกัน แต่กับสองสโมสรนี้พวกเขาเหมือนกันมาก ๆ"


เด แซร์บี้ มีความคล้ายกับ พอตเตอร์ ในหลายเรื่อง และการที่ ไบรท์ตัน เลือกเขามาทำงานที่นี่ก็เพราะว่ามองเห็นถึงศักยภาพ​ที่อยู่ในระดับเดียวกัน แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ใช่กุนซือชื่อดัง เป็นประเภทคว้าแชมป์มากมายก่ายกอง แต่เป็นประเภทที่สร้างมากกว่าซื้อ แม้จะใช้เวลาในการสร้างทีม แต่ผลลัพธ์​ที่ได้ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว


"ทีมนี้รู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขาต้องทำอะไรในสนาม พวกเขามีสไตล์ที่ชัดเจน สิ่งสำคัญคือการปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น นั่นคือหน้าที่ของผม" 


ไบรท์ตัน ในตอนนี้รั้งอันดับ 4 ของตาราง จับตาดูกันให้ดีครับว่า ไบรท์ตัน ในมือของ เด แซร์บี้ จะออกมาแบบไหน เป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองมาก ๆ เลยทีเดียว สำหรับพรีเมียร์​ลีก​ในช่วงฤดูกาล​ที่เหลือ





ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด