:::     :::

การต่อสู้ในแบบฉบับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
703
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ถูกเรียกตัวมาติดทีมชาติบราซิล

สำหรับกาเบรียล มาร์ติเนลลี่ดาวเตะจากค่ายอาร์เซน่อล หลังจากทำผลงานได้เป็นอย่างดีกับเดอะ กันเนอร์สในฤดูกาลนี้ ทั้งการยิงประตู และสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม อาจกล่าวได้ว่า นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในเส้นทางลูกหนังของเขาเอง 


ช่วงนี้ เราลองย้อนกลับไปดูชีวิตของเขากันหน่อยว่า กว่าจะก้าวมาเป็นซูเปอร์สตาร์ และคิดทีมชาติบราซิล ชุดใหญ่ เขาต้องฝ่าฟันกับอะไรมาบ้าง โดยเฉพาะการถูกปฏิเสธการทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นเหมือนพลังเชิงบวก จนก้าวมายืนอยู่ตรงจุดนี้ 

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ เริ่มต้นเส้นทางลูกหนัง ด้วยการเป็นนักฟุตซอล และนักฟุตบอลของสโมสรโครินเธียนส์ สถิติบอกว่า เขาไล่ยิงประตูคู่แข่งรวมกว่า 200 ลูก ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นฟุตบอลสนามใหญ่แบบเต็มตัว และเข้าร่วมอะคาเดมี่ของ "อิทัวโน่" สโมสรขนาดเล็กในบ้านเกิด


นักเตะที่เป็นต้นแบบของผมคือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เขาเป็นผู้เล่นที่ทำงานหนัก พร้อมกับผลักดันตัวเองให้ก้าวไปสู่อีกระดับ เขาอยู่ในการแข่งขัน เพื่อแย่งชิงถ้วยแชมป์ และรางวัลส่วนตัวอยู่เสมอ นอกจากโรนัลโด้ ผมยังยึดต้นแบบอย่างจากลิโอเนล เมสซี่ และเนย์มาร์ นักเตะเหล่านี้เป็นตัวตัดสินเกมได้ เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ และคอยอุทิศตนเสมอ


กระทั่งอายุ 14 ขวบ มาร์ติเนลลี่ มีโอกาสเดินทางมายังประเทศอังกฤษ เพื่อทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สถานที่ที่เขาได้พบกับความทรงจำที่ดี และร้าย ที่สุดท้ายถูกกลั่นออกมาเป็นคำว่าประสบการณ์


มาร์ติเนลลี่ เล่าต่อว่าช่วงระหว่างปี 2015 และ 2017 ผมเดินทางไปที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมไปที่นั่นถึง 4 ครั้งด้วยกัน และฝึกซ้อมกับพวกเขาประมาณ 15 วัน


ผมขอถ่ายรูปร่วมกับนักเตะอย่างปาทริซ เอวร่า, มารูยาน เฟลไลนี่ และคนอื่นอีกมากมาย ขณะที่ปอล ป็อกบา รู้ว่าผมเป็นคนบราซิเลี่ยน เขาถามว่า ผมเป็นยังไงบ้าง และเล่นอยู่กับสโมสรไหน ? จากนั้นเราก็มาถ่ายรูปร่วมกัน"


"ช่วงเวลานั้น ผมไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ หรือว่าฝรั่งเศส ได้เลย อย่างไรก็ตาม ป็อกบา ยังพยายามทักทายผมเป็นภาษาโปรตุเกส (ชาวบราซิเลี่ยน ใช้ภาษาโปรตุกีส เป็นภาษาทางการ) เขาถ่ายรูปร่วมกับผมอย่างเป็นกันเอง เขาเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนมาก"


นั่นคือความทรงจำดีๆที่มาร์ติเนลลี่ หมายถึง อีกแง่หนึ่งก็ต้องพบกับข่าวร้าย เมื่อพลพรรค "ปีศาจแดง" ปฏิเสธในการเซ็นสัญญาเขามาร่วมทีม 


อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าได้รับบทเรียนจากที่นี่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยบอกว่า "การร่วมฝึกซ้อมในครั้งนั้น ถือมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมันช่วยให้ผมพัฒนาแนวทางการเล่นฟุตบอลของตัวเอง นอกจากนี้ ทำให้ผมรู้ว่า จังหวะของฟุตบอลอังกฤษ เล่นกันได้รวดเร็วแค่ไหน"

จากที่ไม่ผ่านการทดสอบฝีเท้า ทำให้มาร์ติเนลลี่ กลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ลีกบราซิล กับการลงเล่นให้กับอิทัวโน่ เพียงเวลาไม่นานนัก เขาประเดิมทีมชุดใหญ่ ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปี 9 เดือนเท่านั้น ถือเป็นแข้งอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ ที่ลงเล่นชุดใหญ่ให้กับสโมสร จนความพยายาม และความอดทนของเขา เริ่มจะผลิดดอกออกผล เมื่อทีมดังอย่างอาร์เซน่อล ยื่นข้อเสนอให้กลับไปพิสูจน์ตัวเองในลีกแดนผู้ดีอีกครั้ง ซึ่งเขารีบไขว่คว้ามันแบบไม่รีรอ


เขาย้อนความทรงจำว่า "ผมไม่เคยลืมว่า ผมลงแข่งกับกัวรานี่ ผลจบลงที่เราสามารถเอาชนะด้วยสกอร์ 2-1 จากนั้น เอเย่นต์ส่วนตัวก็โทรมาหาผม เขาบอกผมว่า -นายต้องตัดสินใจแล้วนะ- ผมถามกลับไปว่าผมต้องตัดสินใจเรื่องอะไร ? เขาบอกว่าอาร์เซน่อล ต้องการตัวผม !!! ดังนั้น ผมคิดว่านี่คือหนึ่งในสโมสรที่ยอดเยี่ยมในยุโรป ผมตอบตกลงทันที ผมไม่สามารถปฏิเสธพวกเขาได้"


มันเป็นความฝันของผม และยังเป็นความฝันของครอบครัวด้วย ในการเห็นผมเล่นฟุตบอลลีกยุโรป พร้อมกับเล่นให้ทีมอย่างอาร์เซน่อล ผมจะรับโอกาสนี้ ผู้รู้ว่ามีนักเตะบราซิเลี่ยน บางคนที่เล่นกับสโมสรแห่งนี้ ที่ผมรู้ก็มีเอดู และเดนิลสัน ผมรู้ว่าพวกเขามีประวัติศาสตร์ร่วมกับสโมสร ...สุดท้าย ผมพยายามที่จะเดินตามรอยเท้านั้น

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด