:::     :::

พอยิ้มออก

วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2561 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
834
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ชัยชนะที่ซาน ซีโร่คงพอจะทำให้แฟนๆ อาร์เซน่อล ได้มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้ากันบ้างหลังจากที่มีแต่เสียงก่นด่ามาตลอดช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ความพ่ายแพ้สี่เกมติดถูกหยุดลงด้วยชัยชนะที่เรียกได้ว่าสำคัญยิ่งกว่าครั้งไหน เพราะมันคือถ้วยใบเดียวที่ยังพอมีความหวังอยู่ของพลพรรคปืนใหญ่ในเวลานี้
แน่นอนว่ามันหมายถึงประตูสู่ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า เพราะคงหวังจากอันดับในลีกลำบาก 
เรียกได้ว่าถึงเวลาที่จะเอาจริงกับถ้วยรองของยุโรปหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในรอบแบ่งกลุ่มแทบจะใช้สำรองลงเล่นซะส่วนใหญ่มาตลอด
ไม่มีใครคาดหวังว่าพลพรรคปืนใหญ่จะหาญกล้าถึงขนาดบุกกำราบ เอซี มิลาน ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักไม่แพ้ใครมา 13 เกมติดต่อกัน และเสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้นจาก 8 นัดหลังสุด
แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
ถามว่าทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ทำได้ดีหรือไม่ ในแง่ของผลการแข่งขันคงต้องตอบว่าใช่ แต่รายละเอียดของเกมบางอย่างมันยังบ่งบอกได้ว่าทีมยังมีปัญหาให้แก้อีกเยอะ
กุนซือชาวฝรั่งเศสให้ลูกทีมเพรสซิ่งเร็วตั้งแต่เริ่มเกม นั่นคือหนนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จในเกมนี้ เพราะหากว่ากันตามตรงแล้วศักยภาพของผู้มาเยือนเรียกได้ว่าเหนือกว่าเจ้าถิ่นด้วยซ้ำ เพียงแต่สถานการณ์อันย่ำแย่ในช่วงหลังมันตอกย้ำให้ 'กูนเนอร์ส' สงบเสงี่ยมเอาไว้บ้าง
              
                                                      จังหวะสับไกเป็นประตูของ เฮนริค มคิมาร์ยาน
การบีบเกมสูงและเร็วได้ผลและเป็นที่มาของประตูแรก หนึ่งนั้นต้องชมสายตาอันแหลมคมของ เมซุต โอซิล ที่ตักบอลให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในเจตโทษด้านซ้ายก่อนที่สตาร์ชาวอาร์เมเนียจะเกี่ยวเข้าขวาก่อนซัดเต็มข้อบอลแฉลบ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แสกหน้า จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เข้าประตูไป
เรียกได้ว่าทุกอย่างลงตัวพอดี เกี่ยวบอลลงสวย ล็อคหลบเยี่ยม ยิงมีโชค 
ชัดเจนเลยว่า ดาวิเด้ คาลาเบรีย  แบ็คดาวรุ่งวัย 21 ปี พรวดพราดทำให้จังหวะประตูเบิกร่องของทัพปืนใหญ่เกิดขึ้น ถือเป็นประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ ต้องเรียนรู้กันไป 
ไม่ว่า เอซี มิลาน ทำเกมสู้ไม่ได้ แต่จังหวะเข้าทำมันขาดๅเกินๆไปหมด บอลเปิดจากด้านข้างมักเลยไปเสาสอง การต่อบอลมีให้เห็นน้อยมาก หรือจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวก็อ่อนชั้นจนน่าเห็นใจ จังหวะยิงเข้ากรอบยิ่งไม่ต้องพูดถึง
อาร์เซน่อล อาศัยจังหวะเข้าทำที่รวดเร็วตามแบบฉบับอย่างที่ควรจะเป็น สกอ์ควรจะขยับเพิ่มตั้งแต่จังหวะที่ คาลั่ม แชมเบอร์ส ได้กดเต็มข้อด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ทุบออกมาได้ ต่อด้วยการโต้กลับหลังจาก แดนนี่ เวลเบ็ค ตัดบอลได้ไหลให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน จ่ายทะลุช่องคืนให้ เวลเบ็ค หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษด้านซ้ายแต่จังหวะยิงไม่ว่าจะช้าไปหรือเอี้ยวตัวมากไป บอลเลยไม่มีน้ำหนักมือกาวมิลานเลบรับไว้ได้ไม่ยาก
หรือจะโอกาสของ เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่ได้ใช้ลูกเก่งเหมือนที่ได้ประตูแรกแต่บอลก็ดันชนคานออกหลังไปอีก 
สามจังหวะนี้อย่างน้อยๆหนึ่งประตูต้องมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโชคหรือความผิดพลาดส่วนตัวของนักเตะก็ตาม 
ยังดีที่ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกทำสำเร็จจังหวะจ่ายทะลุช่องของ เมซุต โอซิล ไหลให้ อารอน แรมซี่ย์ หลุดเดี่ยวแตะหลบ ดอนนารุม่า แล้วยิงง่ายๆเข้าไป คลายความกดดันพร้อมส่งให้ทีมเล่นง่ายขึ้นในครึ่งหลัง
             
                                   อารอน รแมซี่ย์ หลุดไปแตะหลบ ตานลุยจิ ดอนนารุมม่า ก่อนยิงโล่งๆ
แต่ทว่าเกมที่สนุกสนานในครึ่งแรกเมื่อนกหวีดครึ่งหลังเริ่มต้นกลับกลายเป็นความน่าเบื่อ เอซี มิลาน ที่ตามหลังไม่มีทางเลือกต้องเปิดเกมบุกแต่ศักยภาพเกมรุกด้อยจนน่าใจหาย ลูกตั้งเตะที่เป็นหนึ่งในอาวุธที่สามารถเล่นงาน อาร์เซน่อล ได้อย่างที่ ไบรท์ตัน ทำให้เห็นมาแล้วแทบไม่มีให้เห็น แม้กระทั่งยามได้ลูกเตะมุมบ่อยครั้งทัพ 'ปีศาจแดง-ดำ' กลับเล่นสั้นจนรู้สึกเห็นใจ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ที่อุตส่าห์วิ่งจากแนวรับขึ้นมารอโหม่งสุดท้ายวิ่งกลับไปแบบหงอยๆแถมเหนื่อยฟรี
น่าเห็นใจ พาทริค คูโตรเน่ กองหน้าที่กำลังแรงแต่เกมนี้อย่าว่าแต่โอกาสสับไก โอกาสโดนบอลแทบนับครั้งได้สุดท้ายโดนเปลี่ยนตัวไม่ต่างจาก ฮาคาน ชาลาโนลู ที่ไม่ได้โชว์ฝีไม้ลายมืออะไรเท่าไร
ยิ่งตัวสำคัญอย่าง ซูโซ่ ที่ดูเป็นตัวความหวังและได้บอลบ่อยกว่าเพื่อนแต่เมื่อทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เกมรุกของมิลานก็เหมือนกันโดนทอนความอันตรายไปแทบสิ้นแล้ว
                   
                                             แดนนี่ เวลเบ็ค ยิงไม่ได้แค่ทำผลงานช่วยทีมได้ดีทีเดีย
แต่ความน่าเบื่อไม่ใช่เพียงแค่เกมรุกของเจ้าบ้านที่ไร้ประสิทธิภาพ อาร์เซน่อล กลับเล่นแบบ 'ไม่เอา' ถอยไปเล่นเกมรับกันยกทีม มีเพียงแค่ แดนนี่ เวลเบ็ค ที่วิ่งบ้าอยู่คนเดียวข้างหน้า โอกาสสับไกครึ่งหลังแทบนับครั้งได้
หนเดียวที่น่าตื่นเต้นคงเป็นจังหวะที่ กรานิต ชาคา โดน อาร์แซน เวนเกอร์ ต่อว่าที่ยิงไกลมั่วซั่วทั้งที่ทีมครองบอลอยู่และมีเพื่อนอยู่เพียบ สามารถครองบอลถ่วงเวลาได้อีกหลายนาที 
จบเกมชัยชนะ 2-0 ดูสวยงามสำหรับทัพปืนใหญ่ แต่หากพูดถึงเกมครึ่งหลังยังไง เวนเกอร์ ควรจะโดนด่าที่ให้ลูกทีมเล่นกันเหมือนรอให้เวลาหมดไปเท่านั้น ยังดีที่ผลการแข่งขันมันเป้นใจให้ทำอย่างนั้นได้
กระนั้น เวนเกอร์ ยังมีการบ้านที่ต้องคิด ผู้รักษาประตูมือหนึ่งถึงเวลาหรือยังที่ ปีเตอร์ เช็ก จะปลดประจำการแล้วให้ ดาวิด ออสปิน่า ขึ้นมาทำหน้าที่แทนซะที 
หรือในตำแหน่งกองหน้าที่วันนี้ แดนนี่ เวลเบ็ค แสดงให้เห็นว่าโดยรวมแล้วเขามีประโยชน์กว่า ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง ที่เกมนี้ติดคัพ-ไทลงเล่นไม่ได้ 
                  
                                             ได้เห็น อาร์แซน เวนเกอร์ มีรอยยิ้มบนใบหน้าบ้าง
จะทิ้งเกมลีกไปเลยแล้วหันมาเน้นบอลยุโรปเต็มตัวอย่างที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำเมื่อฤดูกาลที่แล้วหรือไม่ หรือจะยังเน้นในลีกด้วยกับคะแนนที่ตามหลัง สเปอร์ส ถึง 13 คะแนน จะไล่ทันรึเปล่า 
เกมพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้กับ วัตฟอร์ด จะเป็นตัวบอกชัดเจนว่า เวนเกอร์ จะจัดทีมออกมาในรูปแบบไหนเมื่อมีเกมกับ เอซี มิลาน รออยู่ในวันพฤหัสบดีหน้า
แต่หากจัดตัวไม่ดีแล้วถึงขั้นแพ้แตนอาละวาดขึ้นมาก็คงไม่แคล้วโดนแฟนบอลจัดหนัก (เหมือนเดิม) ได้เลย



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด