:::     :::

ตรวจการบ้าน "ช้างศึก" หลังกระทืบ "เสือดำ"

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2561 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
9,789
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังได้ชมการแข่งขันระหว่าง ทีมชาติไทย กับ กาบอง จนถึงฎีกา และจบด้วยการคว้าชัยไปแบบหัวใจแทบวาย โดยภาพรวมแล้วถือเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า เพราะได้เห็นพัฒนาการของผู้เล่นที่ไปค้าแข้งต่างประเทศทั้ง 4 คน รวมถึงนักเตะรายอื่นๆ ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่เลว วันนี้ลองมาเช็คการบ้านกันหน่อยว่าแต่ละคนผลงานเป็นอย่างไร

ผู้รักษาประตู 

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ 9/10

"ตอง" ก็ยังคงเป็น "ตอง" ที่วางใจได้เสมอ แต่ที่เห็นอัพเกรดเพิ่มมาจากเวอร์ชั่นเดิมคือการออกมาตัดบอลกลางอากาศที่มีความมั่นใจและเด็ดขาดมากขึ้น อาจเพราะแผงแบ็คโฟร์ทำหน้าที่ป้องกันได้ดีเยี่ยม ตองจึงไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากมายนัก ใน 90 นาที กาบอง มีโอกาสยิงเข้ากรอบแค่เพียงครั้งเดียวซึ่งไม่ใช่ลูกยากอะไร แต่การอ่านเกมและสื่อสารกับแนวรับ "ตอง" ไม่มีข้อบกพร่องให้เห็นสักครั้ง ยิ่งการดวลจุดโทษด้วยแล้ว ยี่ห้อ "กวินทร์ิบินได้" ยังไว้ใจได้อย่างเคย และเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงกับตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์ 

เซนเตอร์ฮาล์ฟ

พรรษา เหมวิบูลย์ คะแนน 9/10

"โย่ง" คุมเกมรับได้ในระดับดีเยี่ยม การตัดสินใจและประสานกับ เฉลิมพงษ์ ดูลงตัวมากและสมควรแล้วที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นคู่เซนเตอร์ที่ชัวร์ที่สุดสำหรับ มิโลวาน ราเยวัช ลูกกลางอากาศในพื้นที่กรอบ 18 หลาไม่มีเพลี่ยงพล้ำให้กองหน้า กาบอง แม้แต่ครั้งเดียว แถมยังมีทีเด็ดในการขึ้นไปช่วยลุ้นทำประตูจากลูกเซ็ตพีช เกมนี้เกือบใส่สกอร์ได้ในช่วง 90 นาทีจากจังหวะซัดไกลเกือบ 30 หลา น่าเสียดายที่ถูกโกลกาบองปัดไปชนคาน ซึ่งจังหวะก่อนหน้าก็เกือบโหม่งชงให้ มงคล กับ เฉลิมพงษ์ ทำประตูได้ด้วย สายตาการอ่านเกมและการตัดสินใจไม่มีลังเล จังหวะดวลจุดโทษก็เป็นคนสุดท้ายที่ออกมายิงซุกก้นตาข่ายด้วยความมั่นใจ มีใครมั้ยที่จะกล้าเถียงว่า พรรษา ไม่ใช่กองหลังที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในยุคนี้

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว คะแนน 8/10

"เจ้าบอล" หรือที่หลายๆ คนอาจคุ้นหูกว่าในชื่อ "เหลิม" กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้ง และก็ยังทำผลงานได้ตามมาตรฐาน ไม่มีเล่นยากให้เกิดความเสี่ยง จังหวะไหนไม่ชัวร์ก็เคลียร์ออกข้างทันทีตามทฤษฎีเกมรับที่เน้นความปลอดภัย แต่สิ่งที่ เฉลิมพงษ์ มีข้อดีอยู่ในตัวก็คือเป็นกองหลังที่เบสิกดีและออกบอลได้เปรียบ เป็นกองหลังที่ไม่สกัดบอลโฉ่งฉ่างพร่ำเพรื่อ สามารถเปลี่ยนจากเกมรับเป็นการเอาบอลมาเซ็ตเพื่อเปิดเกมรุก และเมื่อจับคู่กับ "โย่ง" ซึ่งคอยเก็บลูกกลางอากาศได้หมดงานภาระก็ดูจะเบาลงไปเยอะ แถมนัดนี้เกือบจะเบิกสกอร์แรกในนามทีมชาติได้ซะด้วย

 แบ็กซ้าย

พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คะแนน 6/10

สำหรับผม "เจ้าบาส"ไม่ได้เล่นขี้ริ้วขี้เหร่อย่างที่หลายคนในโลกออนไลน์วิจารณ์ เกมนี้สิ่งที่ทำได้ดีกว่าที่เคยเห็นก็คือการปิดลูกครอสจากด้านข้างของ กาบอง ได้เกือบทั้งหมดซึ่งปกติจะเป็นจุดอ่อนที่ถูกวิจารณ์มาตลอด ในช่วงครึ่งแรก "บาส" ไม่ค่อยขึ้นไปเติมเกมรุกมากนัก แต่ครึ่งหลังมีจังหวะเติมขึ้นไปแปด้วยขวาเกือบทำประตูชัยได้ในช่วงท้ายเกม สิ่งที่ยังต้องพยายามปรับปรุงต่อไปก็คือเมื่อขึ้นไปช่วยเกมรุกแล้ว การเปิดบอลเกมนี้ไม่มีให้เห็นทั้งคัทแบ็คหรือเออร์ลี่ครอส นัดนี้อาจจะเสียเครดิตไปเยอะจากการยิงจุดโทษไม่เข้า แต่ถ้านับเฉพาะบทบาทในการช่วยเกมรับและขึ้นไปประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมในการทำเกมรุกก็ถือว่าสอบผ่านและจะยึดตำแหน่งตัวจริงในโควตาแบ็กซ้ายต่อไปได้อีกแน่นอน    

แบ็กขวา 

ฟิลิป โรลเลอร์ คะแนน 6/10

ต้องยอมรับว่าก่อนเกมนี่คือตำแหน่งที่รู้สึกกังวลมากที่สุด เพราะการเจอทีมระดับ กาบอง ไม่ใช่งานง่ายสำหรับผู้เล่นที่เพิ่งติดทีมชาติมาแค่ 2 เกม ที่สำคัญเป็นตำแหน่งวิงแบ็คที่ต้องเจอปีกความเร็วสูงอย่าง หลุยส์ อาเมก้า และ อูลิสส์ เอ็นด็อง ช่วงต้นเกมก็ยังระแวงอยู่ว่าจะไหวมั้ยแต่ยิ่งเวลาผ่านไป แววตาความมุ่งมั่นและสไตล์การเล่นแบบกัดไม่ปล่อยของแบ็กลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเล่นได้ อาจมีตำหนิอยู่บ้างในเรื่องการเข้าบอลในพื้นที่อันตรายที่ยังสุ่มเสี่ยงต่อการเสียจุดโทษ และการเติมเกมรุกที่ยังไปไม่สุด หรือเพราะด้วยแท็กติกก็มิอาจทราบ ได้ แต่โดยรวมก็ถือเป็นผลงานที่ผ่าน QC และที่สำคัญเขาเป็นหนึ่งใน 4 ผู้เล่นไทยที่ยิงจุดโทษเข้าด้วยแววตาที่คมเข้มดุจนกอินทรี หลังจากนี้ ฟิลิป คงกลายมาเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ ราเยวัช จะเรียกใช้งานในทีมชาติไทย 

กองกลาง

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ คะแนน 8/10

กลับมาเป็น "เจ้านิว" เวอร์ชั่นก่อนย้ายไป บางกอกกล๊าส อีกครั้ง สไตล์การเล่นแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ขึ้นสุดลงสุดมีส่วนร่วมกับทุกพื้นที่ในสนามในเมืองไทยบอกตามตรงว่ายังหาใครเด่นเท่านี้ไม่มี จุดแข็งของ ฐิติพันธ์ คือความขยันทุ่มเท มีลูกดุดันในการเข้าแย่งบอล เอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ ได้และจ่ายบอลไม่ค่อยเสีย นัดนี้มีโอกาสเติมขึ้นไปช่วยเกมรุกบ้างแต่ก็ยังไม่ค่อยลงล็อกเท่าไหร่ ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ปิดทองหลังพระในเกมนี้ เพราะการเล่นแบบนี้ของ "นิว" ถึงกับทำให้ มาริโอ เลอมิน่า สตาร์ดังจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ทำเกมในแดนกลางได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

จักรพันธ์ แก้วพรม คะแนน 7/10

ลงมาช่วยทำให้เกมแดนกลางไหลลื่นขึ้นเยอะ น่าจะเป็นคำตอบที่ ราเยวัช ต้องการในยามที่ ธนบูรณ์ ยังไม่หายเจ็บ เพราะ "โน๊ต" เป็นกองกลางที่เล่นได้หลายบทบาท ทั้งโฮลดิ้งบอล ตัวตัดเกม หรือแม้กระทั่งเพลย์เมกเกอร์ เกมนี้อาจยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดที่หลายคนเคยเห็นในตอนเล่นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่โดยรวมในช่วงเวลาที่อยู่ในสนามก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก ก็ถือเป็นผู้เล่นที่มาตรฐานสม่ำเสมอ เสียบอลยาก และคุมจังหวะสมดุลย์เกมในแดนกลางได้ดี นัดชิงก็น่าจะยังยึดตำแหน่งตัวจริงไว้ได้ต่อไป 

มงคล ทศไกร คะแนน 6/10

หลายคนวิจารณ์ว่าฝีเท้าไม่น่าติดทีมชาติอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ผมกลับมองต่างออกไป เพราะการเคลื่อนที่ยามไม่มีบอลของ "จ่าเย็น" สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับของกาบองได้ไม่น้อยเลย ในหลายๆ จังหวะที่บอลไปไม่ถึงพื้นที่สุดท้าย ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าคนที่วิ่งทำช่องในแนวลึกมากที่สุดก็คือ มงคล นี่ล่ะ ผมมั่นใจว่าถ้าเพื่อนร่วมทีมเปิดบอลเข้าไปแถวๆ กรอบ 6 หลาได้มากกว่านี้ คนแรกที่จะมีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดก็คือเขาแน่นอน ทุกครั้งที่เล่นทีมชาติ "จ่าเย็น" วิ่งแบบลืมตายทุกนัด เกมนี้มีจังหวะลากเลื้่อยให้เห็นอยู่ช็อตหนึ่งก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออก อาจจะไม่ใช่เกมที่สปอตไลท์ฉายไปที่ตัวเขา แต่ถ้ามองในเรื่องของการช่วยเกมรับและทำตามแท็กติกของโค้ช ก็ถือว่าเขาทำได้ชนิดที่ ราเยวัช น่าจะพอใจ

ธีราทร บุญมาทัน คะแนน 6/10

ไม่รู้ใครคิดเหมือนผมมั้ย ผมรู้สึกว่าแววตาของ "อุ้ม" ดูไม่มั่นใจเหมือนตอนก่อนไปญี่ปุ่น การถูกดร็อปเป็นตัวสำรองใน วิสเซิ่ล โกเบ น่าจะมีผลไม่มากก็น้อย เพราะใครที่เคยเล่นฟุตบอลคงเข้าใจว่าถ้าไม่ได้ลงสนามบ่อยๆ ความเฉียบคมมันจะลดหายไป ช่วงครึ่งแรกต้องยอมรับว่า "อุ้ม" ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่ สายตาเต็มไปด้วยความกังวลและแสดงอาการส่ายหัวกับการเล่นของตัวเองยามที่เปิดบอลพลาดให้เห็นอยู่้บ่อยครั้ง แต่พอครึ่งหลังดูเหมือน "อุ้ม" เริ่มจับจุดได้ และแน่นอนว่าทีเด็ดของเขาก็คือมันสมองในการผ่านบอลรูปแบบต่างๆ เกมนี้อาจจะยังไม่ถึงกับดีมากนัก แต่เชื่อว่าหลังรับใช้ชาติในคิงส์คัพครั้งนี้ "อุ้ม" จะมีความมั่นใจกลับคืนมา เพราะผมเห็นแล้วว่าหลังยิงจุดโทษลูกแรกเข้าไป แววตาของอุ้มกลับมาดูห้าวหาญไม่กลัวใครเหมือนเดิมแล้ว

ชนาธิป สรงกระสินธุ์ คะแนน 8/10

"เจ" คือผู้เล่นที่สร้างปัญหาให้แนวรับของ กาบอง ได้มากที่สุด ไม่ใช่การยิงประตู แต่เป็นการพลิกบอลและเล่นด้วยทักษะความสามารถเฉพาะตัวและความว่องไว จะเห็นได้ว่าการผ่านบอลของ "เจ" ที่ญี่ปุ่นกับทีมชาติไทย มีผลลัพธ์ที่ต่างกันมาก ตอนอยู่ คอนซาโดเล ซัปโปโร เมื่อแทงทะลุช่องจะมีเพื่อนอยู่ในพื้นที่เป้าหมายตลอด แต่กับทีม "ช้างศึก" หลายครั้งที่เปิดบอลแล้วเพื่อนตามไม่ทัน หรือไปคนละช่อง แต่สิ่งที่น่าจะทำให้เขามีความสุขมากกว่าแน่นอนก็คือ เมื่อไหร่ที่เพื่อนเหลือบตามาเห็น "เจ" ขอบอล เมื่อนั้นบอลจะถูกส่งไปให้เขาทันที ซึ่งถ้าที่ญี่ปุ่นไว้ใจ "เจ" มากขนาดนี้ล่ะก็คงจะได้เห็นอะไรดีๆ จากลูกเล่นของเขาอีกเยอะ 

กองหน้า

ธีรศิลป์ แดงดา คะแนน 6/10

จังหวะที่ดีที่สุดของ "มุ้ย" ในเกมนี้มีอยู่ 2 ครั้งคือช่วงท้ายเกมที่พักบอลก่อนคืนให้ พีรพัฒน์ เติมขึ้นมายิงบริเวณกรอบเขตโทษ และลูกจุดโทษที่ซัดไปกองก้นตาข่ายได้ แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาสำหรับ "มุ้ย" คือการเคลื่อนที่ส่ายหาบอลในฐานะกองหน้าตัวเป้า เทียบกันแล้ว มงคล ยังมีมูฟเม้นต์ในกรอบ 18 หลามากกว่าด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะต้องรับบทกองหน้าตัวชนที่มีกองหลังร่างยักษ์คอยประกบติดตลอดเวลา ไม่เหมือนตอนเล่นให้ ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า ที่จะมี พาทริค คอยช่วยชนให้ก่อน แต่นี่แหละคือจุดอ่อนที่เชื่อว่าหลายคนเล็งเห็น ไม่นับรวมเรื่องความฟิตที่ก้มลงไปจับเข่าให้เห็นอยู่บ้างในครึ่งหลัง ไม่เถียงเลยว่า "มุ้ย" คือกองหน้าที่มีคลาสและหวังพึ่งพาได้มากที่สุดของเมืองไทย แต่บอกได้เลยว่าถ้าไม่เพิ่มความกระหายและวิญญาณเพชฌฆาตให้มากกว่านี้ กลับไปญี่ปุ่นก็คงโดน ฮิโรชิ โจฟุกุ เปลี่ยนออกครึ่งหลังเหมือนเดิมแน่ 

ตัวสำรอง

บดินทร์ ผาลา คะแนน 5/10

มีเวลาในสนามประมาณ 22 นาที แต่ไม่ค่อยมีบทบาทกับเกมหรือสร้างความแตกต่างอะไรได้มากนัก จังหวะที่ดีที่สุดคงเป็นลูกที่ไขว้ยิงจากการเปิดของ นูรูล ที่โดนเบาไปนิด "โดม" ยังคงเป็นผู้เล่นตัวเลือกแรกๆ ในแท็กติกของ ราเยวัช ที่เล็งเห็นทักษะในการครองบอล และความกล้าที่จะพาบอลไปจบที่การทำประตู 

นูรูล ศรียานเก็ม คะแนน 6/10

ลงไปในช่วงไม่ถึง 20 นาทีสุดท้าย แต่ก็แสดงให้เห็นอะไรบางอย่างว่าเขาก็ดีพอที่จะเป็นตัวจริงเหมือนกัน เวลาในสนามน้อยไปนิดแต่ก็มีจังหวะวูบวาบทั้งเกือบทำประตู และเกือบผ่านบอลให้เพื่อนยิงได้ ความเร็ว, ทักษะ และความมหัศจรรย์ยามที่บอลอยู่ในครอบครองของ นูรูล อาจจะดีเกินไปที่จะต้องเป็นแค่ตัวสำรอง

สิโรจน์ ฉัตรทอง ไม่มีคะแนน

ลงไปแค่ 8 นาที มีโอกาสสัมผัสบอลอยู่ครั้งสองครั้ง ซึ่งยังคงล้มง่ายเกินไปเหมือนเคย จังหวะที่บอลลอยโด่งถ้าเป็นคนอื่นคงหาเหลี่ยมขึ้นโหม่งเพื่อชิงความได้เปรียบ แต่ "ปีโป้" เลือกที่จะปักหลักชนกับกองหลังคู่ต่อสู้แทน นัดนี้เวลาในสนามมันยังน้อยเกินไปที่จะตัดสินผลงานได้

เฮดโค้ช

มิโรวาน ราเยวัช คะแนน 7/10

แท็กติกของ ราเยวัช ในเกมนี้เป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ ว่าปีแรกที่เข้ามาจะเน้นเกมรับให้รัดกุมเสียประตูยากเอาไว้ก่อน และหลังจากนั้นจะเพิ่มเกมรุกให้มีมิติมากขึ้น นัดนี้เห็นแล้วว่าทีมชาติไทยเล่นกันแบบมีทรง รู้วิธีเล่นเกมรับและพยายามสร้างสรรค์เกมรุก การแก้เกมดูจะเน้นใช้การผ่านบอลมุมกว้างเพื่อดึงให้แนวรับกาบองถ่างออกมาจากกรอบเขตโทษ ทว่ายังเห็นการเข้าทำจากกราบทั้งสองข้างน้อยมาก ส่วนใหญ่จะใช้การผ่านบอลทะลุจากแดนกลางตัดหลังแบ็กมากกว่า ซึ่งก็มีจังหวะได้เสียอยู่ไม่น้อย เสียอย่างเดียวที่จังหวะจบสกอร์ยังขาดความแน่นอน ซึ่งต้องไปปรับปรุงกันต่อไป เพราะฟุตบอลตัดสินกันที่จำนวนประตูไม่ใช่รูปมวย ถ้าดูดีมีทรงแต่ทำประตูไม่ได้ บางครั้งอาจจะไม่โชคดีในการดวลจุดโทษแบบวันนี้


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด