:::     :::

แรงผลักดันของหลุยส์ ซัวเรซ

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
3,533
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากเอ่ยถึงชื่อของ "หลุยส์ ซัวเรซ" นี่คือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอุรุกวัย และซูเปอร์สตาร์ลูกหนังของบาร์เซโลน่า ผู้ที่มาพร้อมกับหลายคนรัก และหลากคนชัง

        มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า การย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่า ในช่วงปี 2014 เป็นเพราะฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นกับลิเวอร์พูล แต่่น้อยคนนักจะรู้ว่า เบื้องหลังการโยกมาสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลัน ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงผลักดันในวัยเด็ก

        ย้อนกลับไปวัยเยาว์ ซัวเรซ เริ่มเส้นทางลูกหนัง ด้วยการเป็นเยาวชนของนาซิอองนาล อีกหนึ่งสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากสุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังของอุรุกวัย

        "ผมเติบโตมากับการเล่นฟุตบอลเท้าเปล่า ตามท้องถนนกับผองเพื่อน นั่นเป็นชีวิตของพวกเรา ผมไม่เคยมีแม้แต่โอกาสจะบอกพ่อแม่ว่า -ผมต้องการรองเท้าสตั๊ด-"

        "มันเป็นเรื่องที่แตกต่างกับทวีปยุโรป เด็กที่นี่ได้ของทุกอย่างแบบง่ายดาย อาทิเช่นเด็กอายุ 17 หรือ 18 ก็มีรถยนต์คันใหญ่กันแล้ว แต่ที่อุรุกวัย คุณจะไม่มีวันได้อะไรแบบนั้น"

        ซัวเรซ เริ่มเล่าแรงผลักดันในการเป็นนักฟุตบอลของตัวเอง ซึ่งเหมือนกับเด็กชายชาวอเมริกาใต้ส่วนใหญ่ ที่ต้องการพลิกชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น โดยมีสิ่งที่เรียกว่า "ฟุตบอล" เป็นเครื่องมือยึดเหนี่ยว

        นอกเหนือไปจากความรักต่อกีฬาฟุตบอลแล้ว อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้เขาทะยานไปบนเส้นทางลูกหนัง คือกำลังใจจาก "โซเฟีย บัลบิ" แฟนสาวที่คบหากันมาตั้งแต่เด็ก จนพัฒนากลายเป็นความรักในที่สุด

        อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์บางอย่าง ส่งผลให้กำลังใจดังกล่าวต้องหายไป เมื่อแฟนสาวของเขาตัดสินใจอพยพไปอยู่ที่เมืองบาร์เซโลน่า, สเปน เนื่องจากครอบครัวของเธอ ต้องการไปตั้งหลักปักฐานที่นั่น

        การแยกจากกันครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ซัวเรซ อยากย้ายไปค้าแข้งบนแผ่นดินยุโรป โดยเฉพาะกับสโมสรบาร์เซโลน่า เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้คนที่รักนั่นเอง

        ซัวเรซ ย้อนความทรงจำว่า "ตอนที่โซเฟีย เดินมาบอกผมว่า เธอมีความจำเป็นต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เพราะเธอคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม"

        "ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ฐานะทางการเงินของผมไม่ค่อยดีมากนัก จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะออกเดินทางไปหาเธอ มันน่าเศร้าเหลือเกิน เรากำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น และต้องมาแยกจากกันแบบนี้"

        "ค่ำคืนก่อนที่เธอจะไป เราต่างร้องไห้กันทั้งคืน ส่วนวันที่เธอต้องเดินทางจริง ผมมีเกมที่ต้องลงแข่งขันด้วย แต่ผมกลับนอนร้องไห้อยู่เพียงลำพังบนเตียงนอน"

        "ตอนนั้น ผมทำได้เพียงแค่เฝ้ามองสมุดโน๊ตที่เธอทิ้งเอาไว้ให้ จนพี่ชายผมเห็นอาการดังกล่าว จนต้องเดินมาฉุดผมขึ้น เพื่อให้ออกไปแข่งฟุตบอล"

        จากนั้น ซัวเรซ ก็กลายเป็นนักเตะที่มีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของการควบคุมอารมณ์ ครั้งหนึ่งเขาเคยตบะแตก ด้วยการเข้าไปเอาหัวโขกใส่ผู้ตัดสิน จนเลือดตกยางออก ทำให้เขาเกือบถูกตัดออกจากทีมเยาวชนของนาซิอองนาล มาแล้ว

        อย่างไรก็ตาม "วิลสัน เปเรซ" หนึ่งในทีมงานสโมสร คือคนที่ออกปากขอร้องไว้ และอยากให้ทุกฝ่ายให้โอกาสอีกสักครั้ง พร้อมกับรอดูความเปลียนแปลงของเขา

        ซัวเรซ เปิดเผยว่า "ตอนนั้นผมอายุ 14 ปีแล้ว ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไร นอกเหนือจากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ผมจะพยายามไปให้ไกลสุดเท่าที่เป็นไปได้"

        "ความตั้งใจดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะผมอยากพยายามเพื่อครอบครัว และพี่ชาย หากผมไปยังจุดที่ดีกว่านี้ ผมก็สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้"

        หลังจากรวบรวมสติได้ ซัวเรซ ก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แน่นอนว่า เขายังคงคิดถึงโซเฟีย อย่างสุดหัวใจ จนเก็บเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป

        เรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อนคือ ในวัยเพียง 16 ปี ซัวเรซ ตัดสินใจทำเรื่องสำคัญสุดในชีวิต ด้วยการยืมเงินพี่ชายจำนวน 70 ดอลลาร์ ออกเดินทางไปยังเมืองบาร์เซโลน่า เพียงลำพัง 

        จุดหมายเพียงอย่างเดียวคือพบหน้าแฟนสาว หลังจากนั้น เครื่องบินลงจอดที่แคว้นกาตาลัน พร้อมเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซัวเรซ โดนกักตัวที่ศุลกากรนานกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เขาอาจเข้าเมืองแบบผิดกฏหมาย !!!!

       ซัวเรซ เล่าว่า ตอนนั้นเขารู้สึกเครียดมาก จนมีเลือดออกที่จมูก มาเลอะเสื้อสีขาวที่ใส่มา เจ้าหน้าที่จัดการค้นกระเป๋าเดินทางของเขา

        ก่อนพบกระดาษที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ที่ป้าของโซเฟีย แอบยัดมาให้ นั่นทำให้เขาถูกปล่อยตัว และได้พบแฟนสาวที่ยืนรอคอยอยู่ที่สนามบิน

        กาลเวลาผ่านไป ซัวเรซ ได้ย้ายมาเล่นในลีกยุโรปกับเอฟซี โกรนิงเก้น, อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ลิเวอร์พูล และทีมในฝันอย่างบาร์เซโลน่า มันทำให้เขาใกล้ชิดกับโซเฟีย ที่กลายมาเป็นภรรยาในที่สุด พร้อมกับมีพยานรักด้วยกันเป็นที่เรียบร้อย

        ขณะที่ โซเฟีย บัลบิ กล่าวถึงสามีสุดที่รักอย่างซัวเรซ เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า "บุคลิกของเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย นับจากวันที่เราพบกันครั้งแรก ตอนนั้นฉันอายุ 12 ส่วนเขาอายุ 15 สิ่งที่แตกต่างอย่างเดียวคือ ตอนนี้เขาได้ออกโทรทัศน์แล้ว"

        "ฉันอยากบอกว่า เขาขี้อายกว่าสมัยก่อนด้วยซ้ำไป นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมฉันถึงรักเขา แนวทางการเล่นฟุตบอลของเขา แตกต่างกับการใช้ชีวิตที่บ้าน ทุกอย่างในสนาม จะไม่ถูกนำมาใช้ที่บ้าน เพราะบ้านมีไว้เพื่อความสงบ และเพื่อลูกๆ"

        นี่เป็นเบื้องลึกเบื้องหลัง และแรงผลักดันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของหลุยส์ ซัวเรซ ที่ต้องบอกเลยว่า "ความรัก" สามารถช่วยให้คนเราเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้าได้จริงๆ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด