:::     :::

เตรียมรับศึก "อินฟีนิตี้ วอร์" ล้อยาวยันฤดูกาลหน้า!

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
4,625
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
2 คู่ชิงชนะเลิศ อย่างแมนฯยูไนเต็ด VS เชลซี และ เรอัล มาดริด VS ลิเวอร์พูล ... ใครจะเฮ ใครจะพลาด กองเชียร์ได้ล้อกันสนุกแน่นอน


เรียกได้ว่าอีกไม่นานฤดูกาลนี้ก็จะจบลงแล้ว นักเตะหลายคนที่ไม่มีโปรแกรมก็เริ่มพักผ่อน แฟนบอลในโลกออนไลน์ก็เริ่มแยกย้าย “ตลาดวาย” กันไปบ้างแล้ว


ก่อนที่จะกลับมารวมตัวกันใหม่เพื่อเชียร์ “ทีมชาติ” ที่ตนเองชื่นชอบ


นักเตะหลายคนที่มีชื่อไปลุยต่อในฟุตบอลโลกที่รัสเซียก็เตรียมฟิตซ้อมสู้ศึกที่สำคัญที่สุดในชีวิตนักเตะทีมชาติ หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อนักเตะที่พร้อมไปฟาดแข้งกันในแดนหมีขาว


ที่ไม่มีชื่อก็คงหลบไม่รักษา “แผลใจ” พร้อมเอาใจช่วยเพื่อนๆ ให้ประสบความสำเร็จ


ดังนั้นหากเราพูดกันอย่างตรงๆ ตอนนี้เหลือเพียงแฟนบอล “สี่สโมสร” “สองคู่ชิงฯ” ที่ยังคงปักหลักกันรอเชียร์ และคอยลุ้นทีมรักว่าจะเอาชนะคู่แข่งได้หรือไม่


“สี่สโมสร” “สองคู่ชิงฯ” ที่ว่านั้นได้แก่


“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด-เชลซี” ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ


และ “ลิเวอร์พูล-รีลมาดริด” ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีค


เรียกได้ว่าใครพลาดคือ “เจ็บหนัก” กว่าทีเคย ใครพลาดคงโดนล้อกันไปยาวๆ เพราะทั้งสี่ทีมเหลือเพียงความสำเร็จเดียวในฤดูกาลนี้เหมือนๆ กัน คือ นัดชิงชนะเลิศ ของทั้งสองถ้วย


ไม่มีใครอยากที่จะแพ้อย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้เราจะมารีวิวขุมกำลัง และโอกาส พร้อมจินตนาการภาพดูกันว่าหากใครแพ้จะมีโอกาสโดนล้อหนักที่สุด




เริ่มที่ “รีลมาดริด” ทีมยักษ์ใหญ่ที่มีทีมที่แกร่งทั่วแผ่นเหมือนอย่างที่เคย แม้ว่าจะฤดูกาลนี้พวกเขาสูญเสียขุมกำลังสำรองชั้นดีทั้ง ฮาเมส และ โมราต้า ไปจากทีม ส่งผลทำให้ผลงานในลีคไม่สู้ดีนัก และพลาดแชมป์ไปให้กับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “บาร์เซโลนา”


แต่อย่างไรก็ตามผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนลีค กลับสวนทางพวกเขายังคงเป็น “ราชันชุดขาว” ที่ยากที่ใครจะต่อกร รวมถึง “โรนัลโด้” ซุปตาร์ประจำทีมที่เริ่มกลับมายิงได้ต่อเนื่องอีกครั้ง และฝ่าฟันกลับมาเข้าชิงแชมป์ได้อีกเป็นรอบที่สาม


หากพวกเขา “ชนะ” จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการลูกหนังด้วยการคว่าแชมป์สามสมัยติด และคงเป็นสถิติที่อีกหลายสิบปีจึงจะมีทีมที่สามารถทำลายมันลงไปได้


แต่ในขณะเดียวกันหากพวกเขา “พ่ายแพ้” อาจโดนแขวะไปยาวๆ จากแฟน “บาร์ซา” ว่า จบฤดูกาลแบบมือเปล่า , เมสซี่เหนือกว่าโรนัลโด้, รามอสหมดสภาพได้แต่เก๊กและเล่นแรง ฯลฯ


นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสภาพทีมที่คงจะมีการโละนักเตะแบบยกลัง


รวมไปถึงเก้าอี้ของ “ซีนาดีน ซีดาน” ด้วยเช่นกัน


กลับมาที่ฟากอังกฤษ ณ กรุงลอนดอนกับคู่ชิงเอฟเอ คัพ อย่าง “เชลซี”




ในช่วงเวลานี้ “สิงห์โตน้ำเงินคราม” โดยการคุมทีมของ “คอนเต้” บอกได้คำเดียวเลยว่าสภาพทีมง่อนแง่น คำว่า ง่อนแง่น ณ ที่นี้ไม่ใช่ในเรื่องขุมกำลัง แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง นักเตะกับผู้จัดการทีม ซี่งออกมาเป็นข่าวฉาวให้เห็นอยู่หลายต่อหลายครั้ง


โดยเฉพาะข่าวนักเตะเบอร์หนึ่งของทีมอย่าง “อาซาร์” กับกุนซือที่ดูไม่ลงรอยกัน จนส่งผลให้ฟอร์มโดยรวมของทีมในระยะหลังเล่นได้แย่อย่างเห็นได้ชัด นักเตะดูไม่กระตือรือล้นในการเล่น และพลาดตั๋วยูฟ่าแชมเปี้ยนลีคในฤดูกาลหน้าไปชนิดหน้าเอาหัวโขกกำแพง และเป็น “หงส์แดง” ที่ได้ไปแบบสบายใจ


อย่างไรก็ตามส่วนตัวเชื่อว่านัดชิง “เอฟเอ คัพ” ที่จะถึงในวันนี้นักเตะทุกคนของเชลซีคง “ปล่อยของ” ทิ้งทวนเช่นเดียวกับ คอนเต้ ที่ขนเอาตำรามาสู้แบบยิบตา เพราะไม่อยากจบฤดูกาลแบบมือเปล่าให้โดนล้อยาวอย่างแน่นอน


ทิ้งทายด้วยสองคู่อริตลอดกาลอย่าง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” และ “ลิเวอร์พูล” คู่นี้ถ้าใครพลาด คงไม่อยากพลาดคนเดียว หากแมนยูพลาดแชมป์เอฟเอ คัพ ก็คงไม่อยากให้ลิเวอร์พูลได้ถ้วย บิ๊ก เอียร์ แต่หากแมนยูได้แชมป์ในค่ำคืนนี้ แฟนลิเวอร์พูลคงมีแรงกดดันอย่างหนักหน่วงว่า “แพ้” ไม่ได้ชนิดตราหน้าผากเอาไว้


ขุมกำลังของทั้งสองทีม พร้อมที่จะเผชิญศึกในครั้งนี้กันทั้งคู่ แม้ว่าลิเวอร์พูลจะไม่มี อ๊อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่เจ็บยาว แต่คนอื่นๆ ก็พร้อมที่จะแทนที่ ขณะเดียวกันทางฟากผีแดงก็อาจจะไม่มี  “อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล” ที่มีข่าวว่ามีอาการบาดเจ็บ แต่คนอื่นๆ ก็พร้อมลงสนามเช่นกัน


ดังนั้นภาระหนักคงอยู่ที่ กุนซือทั้ง “โชเซ่ มูรินโญ่” และ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ว่าจะวางหมากอย่างไรให้ลูกทีมเล่นได้ง่าย และกำชัยได้ในศึกชี้ชะตาครั้งนี้


เพราะหากผู้อ่านทั้งสองทีมจินตนาการได้คงรู้ได้เลยทันทีว่า “ความเจ็บปวด” จากการโดนล้อจะหนักหน่วงขนาดไหน เรียกได้ว่าเป็น “อินฟีนิตี้ วอร์” ยาวยันฤดูกลาหน้าอย่างแท้จริง


ขนาด “แกรี่ เนวิลล์” ยังบอกว่าหากพลาดจะเตรียมขนของหนีพักร้อนกันเลยทีเดียว


เอาหล่ะครับ ศึก “ล้อยาว” กำลังจะเริ่มต้นในค่ำคืนนี้แล้ว ใครจะพลาดก่อนใคร


แฟนๆ ทั้งสี่ทีมเตรียมพร้อมหาทางรับมือแล้วหรือยัง!?----

 

 

 

 

 

 

 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด