:::   12:02 - ซันเดย์ ไนท์ ฟุตบอล สัปดาห์#14 : สตีลเลอร์ส ชนะ เรฟเว่นส์ 39-38   :::   11:27 - เอ็นบีเอ Dec-10#2 : ที-วูล์ฟส์ ชนะ แมฟเวอริคส์ 97-92, เพลิแกนส์ ชนะ 76เซอร์ส 131-124, นิคส์ ชนะ ฮอว์กส์ 111-107   :::   09:18 - เอ็นเอฟแอล Dec-10 #2 : แพนเธอร์ส ชนะ ไวกิ้งส์ 31-24, เท็กแซนส์ แพ้ 49เนอร์ส 16-26, บรองโกส์ ชนะ เจ็ตส์ 23-0, คาร์ดินัลส์ ชนะ ไททั่นส์ 12-7, ชาร์จเจอร์ส ชนะ เร้ด สกินส์ 30-13, แรมส์ แพ้ อีเกิ้ลส์ 35-43, จากัวร์ส ชนะ ซีฮอว์กส์ 30-24   :::   09:14 - เอ็นเอฟแอล Dec-10 #1 : บิลล์ส ชนะOT โคลท์ส 13-7, เบงกอลส์ แพ้ แบร์ส 7-33, บราวน์ส แพ้OT แพ็คเกอร์ส 21-27, ชีฟส์ ชนะ เร้ดเดอร์ส 26-15, ไจแอนท์ส แพ้ คาวบอยส์ 10-30, บัคคาเนียร์ส แพ้ ไลออนส์ 21-24   :::   09:10 - เอ็นบีเอ Dec-10 #1 : คิงส์ แพ้ แรปเตอร์ส 87-102, พิสตันส์ แพ้ เซลติคส์ 81-91, เพเซอร์ส OTชนะ นัเก็ตส์ 126-116   :::

คูตี้แฮตทริก!หงส์รัวสปาร์ตัก7-0ฉลุยน็อคเอาต์

วันพฤหัสบดีที่ 07 ธันวาคม 2560
105
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ โชว์ฟอร์มพระเอกทำแฮตทริกในเกมที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรัวยิง สปาร์ตัก มอสโก 7-0 คว้าแชมป์กลุ่ม อี ทะยานเข้ารอบน็อคเอาต์แชมเปี้ยนส์ลีก

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม อี

วันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560


ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) 7 - สปาร์ตัก มอสโก (รัสเซีย) 0

สนาม : แอนฟิลด์

    เริ่มเกมมาได้ 4 นาที ลิเวอร์พูล ได้จุดโทษ เมื่อ จอร์จี้ จิเกีย ไปกระแทก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ ก่อนที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จะรับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ หงส์แดงนำ 1-0

    ถัดมานาทีที่ 15 เจ้าบ้านหนีห่าง 2-0 เมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายไปให้ คูตินโญ่ วางเท้ายิงบอลเข้าประตูไปไม่เหลือ

    ไม่พอแค่นั้น อีก 3 นาทีถัดมาสกอร์เปลี่ยนเป็น 3-0 เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ ลากบอลสวนกลับขึ้นมาก่อนจะเปิดไปติดแขนแนวรับทีมเยือนเด้งมาเข้าทาง ฟีร์มีโน่ ดีดบอลเข้าประตูไป

    รูปเกมยังเป็นหงส์แดงที่บุกต่อเนื่อง จังหวะนี้สวนกลับขึ้นมาอีกแล้ว ซาลาห์ ไหลให้ มาเน่ สับไกด้วยขวา แต่บอลข้ามคานอย่างน่าผิดหวัง หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำอยู่ 3-0

    มาเล่นต่อครึ่งหลัง หงส์แดงยิงเพิ่มอีก เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ที่ลงมาแทน อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ซึ่งบาดเจ็บโยนจากฝั่งซ้ายมาเสาไกลให้ ซาดิโอ มาเน่ วอลเลย์แบบไม่จับตุงตาข่ายไม่เหลือเป็น 4-0 ในนาทีที่ 47

    อีก 3 นาทีถัดมา สกอร์เปลี่ยนเป็น 5-0 จากจังหวะที่ มิลเนอร์ ไหลสั้นๆ ให้ คูตินโญ่ ยิงไปแฉลบแนวรับทีมเยือนเล็กน้อยเข้าประตูไป และเป็นแฮตทริกของตัวเขาในเกมนี้ด้วย

    นาที 61 เจ้าถิ่นเกือบได้เพิ่ม เมื่อ ซาลาห์ พลิกบอลเข้าเขตโทษก่อนยิงเล่นทางด้วยซ้าย แต่ อเล็กซานเดอร์ เซลิคอฟ ยังปัดออกหลังไปได้

    หงส์แดงมาหนีเป็น 6-0 ในนาทีที่ 76 จากจังหวะสวนกลับ คูตินโญ่ ไหลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ปาดต่อไปเสาไกลให้ มาเน่ ยิงเข้าประตูไป

    นาทีที่ 86 ลิเวอร์พูล ทะยานเป็น 7-0 จากจังหวะที่ ชาน โยนยาวจากแดนกลางเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ มิลเนอร์ โขกตั้งเข้ากลาง บอลเลย สเตอร์ริดจ์ แต่ไปถึง ซาลาห์ ดึงหลอกก่อนยิงด้วยขวาเข้าประตูไป

    จากนั้น ไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล ถล่ม สปาร์ตัก มอสโก 7-0 คว้าแชมป์กลุ่ม อี เข้ารอบน็อคเอาต์ได้สำเร็จ ส่วนทีมจากรัสเซียได้เพียงอันดับสามไปลุยยูโรปา ลีก

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน, รักนาร์ คลาวาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เอ็มเร่ ชาน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

    สปาร์ตัก มอสโก : อเล็กซานเดอร์ เซลิคอฟ, อังเดร เอชเชนโก้, แซร์ดาร์ ทาสซี่, ซัลวาตอเร่ บ็อคเค็ตติ, จอร์จี้ จิเกีย, เดนิส กลูชาคอฟ, แฟร์นานโด, โรมัน โซบนิน, ลุยซ์ อาเดรียโน่, ควินซี่ โปรเมส, เซ หลุยส์

    ผู้ตัดสิน : ซิมอน มาร์ซิเนี้ยค (โปแลนด์)


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด