:::     :::

ซีซั่นใหม่...ไฉไลกว่า

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560 คอลัมน์ สนามเด็กเล่น โดย เสือเตี้ย
1,409
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในฤดูกาลนี้ มีนักเตะหลายคนทำผลงานได้โดดเด่น น่าประทับใจ ส่งผลให้ทีมพุ่งแรงตามไปด้วย ทั้งที่ย้อนไปฤดูกาลก่อนแทบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

บางคนแทบหมดอนาคต ทำท่าว่าจะถูกลอยแพ หรือดูเป็นตัวตลกของแฟนบอล ทว่าเส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อฤดูกาลใหม่คืบคลานเข้ามา

พวกเขาทิ้งฝันร้ายเอาไว้เบื้องหลัง และติดไฟใส่เท้าจนพิสูจน์ตัวเอง และเปลี่ยนเสียงเย้ยหยันให้เป็นคำชื่นชมได้สำเร็จ

นี่คือ 10 นักเตะที่ "เปลี่ยน" เส้นทางค้าแข้งได้อย่างไม่น่าเชื่อในฤดูกาลนี้ 

10. ฟิลิปป์ มักซ์ (เอาก์สบวร์ก) 

อย่าสับสนกับ มักซิมิเลี่ยน ฟิลิปป์ ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพราะไม่ใช่คนเดียวกัน และอยู่คนละทีม! 

แบ็กซ้ายฟอร์มแรงของเอาก์สบวร์กกำลังมีฤดูกาลอันยอดเยี่ยม หลังตกเป็นสำรองอยู่นานนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในปี 2015 ในฐานะตัวแทนของ บาบา ราห์มาน ที่ย้ายกลับเชลซีหลังหมดสัญญายืมตัว 


ฤดูกาลนี้ มักซ์ ยึดตัวจริงของทีมได้สำเร็จ และติดทีมยอดเยี่ยมของ Whoscored หลังทำไป 5 แอสซิสต์ มากกว่าทุกคนในลีก และความสามารถที่เล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายในระบบแบ็กโฟร์ และวิงแบ็กก็ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของ โยอัคคิม เลิฟ ในสารบบทีมชาติ

แนวรับวัย 24 ปี ยังไม่เคยเล่นทีมชาติใหญ่ มีเพียงผลงานในชุดโอลิมปิก เกมส์ เมื่อปีก่อน และแน่นอนว่าหากยังสร้างผลงานโดดเด่นแบบนี้ต่อเนื่อง ตั๋วเครื่องบินสู่รัสเซียพร้อมขุนพลอินทรีเหล็กอาจเกิดขึ้นจริงในเร็วๆ นี้


9. ปิโอเน่ ซิสโต้ (เซลต้า บีโก้)

แข้งผิวสีทีมชาติเดนมาร์กสร้างชื่อกับมิดทิลแลนด์ในเวทียูโรปา ลีก ทำให้เซลต้า บีโก้ ต้องกระชากตัวมาร่วมทีมในปี 2016

ฤดูกาลแรก ซิสโก้ ฉายแววออกมาพอสมควร ช่วงแรกยังไม่เปรี้ยงปร้างมากนัก ทว่า 2-3 เดือนสุดท้ายของฤดูกาล สามารถยัดตำแหน่งในทีมได้สำเร็จ 


ฤดูกาลนี้ ตัวรุกจอมเทคนิคลงตัวจริงให้กับทีมตลอด 11 นัดแรกในลา ลีกา และมีส่วนร่วมถึง 10 ประตู ซึ่งมีเพียง โรดริโก้ โมเรโน่ (บาเลนเซีย) กับ ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า) ที่ทำได้ขนาดนี้

สถิติแอสซิสต์ 7 ประตู เป็นรองเพียง ดาบิด ซิลบา ของแมนฯ ซิตี้ และในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ปีกวัย 22 ปีก็คือหนึ่งในคีย์แมนของหลักทัพโคนมที่ไอร์แลนด์ประมาทไม่ได้เลย 


8. อับดูลาย ดูกูเร่ (วัตฟอร์ด) 

จากนักเตะทื่อๆ กลายมาเป็นตัวตัดสินเกมคนสำคัญ คือข้อพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของนักเตะได้เช่นกัน 

วอลเตอร์ มาซซารี่ กุนซือวัตฟอร์ดในฤดูกาลก่อนไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของ ดูกูเร่ เท่าที่ควร ต่างจาก มาร์โก ซิลวา ที่ส่งเจ้าตัวลงเล่นทุกนาทีในฤดูกาลนี้ และความไว้วางใจของกุนซือหนุ่มไฟแรงก็ได้รับผลตอบแทนในที่สุด


กองกลางชาวฝรั่งเศสกดไปแล้ว 4 ประตูในลีก สูงสุดเท่า ริชาร์ลิสัน ตัวรุกบราซิเลียนที่ย้ายมาใหม่ แต่สิ่งที่น่าชื่นชมยิ่งกว่าคือ พลังขับเคลื่อนแบบโนลิมิตในแดนกลาง

ดูกูเร่ สามารถพาบอลฉีกหนีคู่แข่งได้แบบไม่ยากเย็น เช่นเดียวกับช่วงชิงบอลจากฝ่ายตรงข้ามให้กลับมาอยู่ในการครอบครอง 

หากแยกสนามเป็นสามส่วน อดีตดาวเตะแรนส์ คือผู้เล่นที่ตัดบอลตรงกลางได้มากกกว่าทุกคนในพรีเมียร์ลีกที่ 60 ครั้ง และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ทีมเล็กๆ อย่างวัตฟอร์ดมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเฉลี่ยสูงถึง 65.8 ครั้งต่อนัดเลยทีเดียว 


7. ลูคัส โอคัมโปส (มาร์กเซย)

ในฐานะนักเตะค่าตัวสถิติลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส ที่ 11 ล้านยูโรเมื่อ 5 ปีก่อนตอนย้ายจากริเวอร์เพลทมาร่วมทีมโมนาโก ความคาดหวังในตัว ลูคัส โอคัมโปส ย่อมสูงลิบเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตาม ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์กลับไม่สามารถโชว์ศักยภาพแท้จริงออกมาได้...จนกระทั่งฤดูกาลนี้


ตัวรุกวัย 23 ปี กำลังมีฤดูกาลที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งกับมาร์กเซยตอนนี้ทั้งที่ช่วงซัมเมอร์แทบหมดอนาคตหลังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในช่วงปล่อยให้เจนัวกับเอซี มิลานยืมใช้งาน

ฤดูกาลนี้ โอคัมโปส ยิงไป 4 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์จากตำแหน่งตัวรุกฝั่งซ้ายของทีม ทำสถิติยิงเฉลี่ย 2.8 ครั้งต่อเกม และเลี้ยงบอล 2.3 ครั้งต่อเกม แถมยังเด่นต่อเนื่องในถ้วยยูโรปา ลีก 


6. คลินตัน เอ็นชีเย่ (มาร์กเซย)

ยังอยู่ในแคมป์โอแอ็มกับเพื่อนร่วมทีมของ โอคัมโปส ที่บางครั้งก็ต้องแย่งตำแหน่งกันเอง 

เอ็นชีเย่ ทิ้งความล้มเหลวกับสเปอร์สไว้เบื้องหลังหมดสิ้น เขาย้ายกลับมาเล่นลีกเอิงอีกครั้งกับโอลิมปิก มาร์กเซย หลังทำผลงานพอไปวัดไปวาได้ในฤดูกาลก่อนที่ชิมลางด้วยสัญญายืมตัว


เพียงแค่ 429 นาทีในสนามฤดูกาลนี้ เอ็นชีเย่ ยิงได้มากกว่าฤดูกาลก่อนทั้งฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อยจากผลงาน 5 ประตูและ 1 แอสซิสต์ นอกจากนี้ค่าเฉลี่ย 1 ประตูใน 86 นาที ก็มีเพียง ราดาเมล ฟัลเกา (1 ประตูใน 58 นาที) กับ เอดินสัน คาวานี่ (1 ประตูใน 71 นาที) เท่านั้นที่ผลงานดีกว่า 

5. มัลคอม (บอร์กโดซ์)

ปีกดาวรุ่งบอร์กโดซ์กลายเป็นหนึ่งในแข้งอายุน้อยที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในยุโรปฤดูกาลนี้หลังระเบิดฟอร์มเก่งออกมาอย่างต่อเนื่อง


มัลคอม ย้ายมาผจญภัยในยุโรปตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่เพิ่งยึดตัวจริงในทีมได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนตอกย้ำตำแหน่งให้มั่นคงยิ่งขึ้นด้วยลีลาการเล่นในแบบฉบับ อาร์เยน ร็อบเบน แต่บึกบึนกว่า และไม่ได้ตัดกลางในเพียงมิติเดียว หากแต่ตะลุยสุดเส้นและใช้เท้าขวาได้ด้วย!

5 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์คือลผลงานของอดีตดาวรุ่งโครินเธียนส์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัววาดฝันมีชื่อติดทีมชุดใหญ่ของ ตีเต้ ไปลุยฟุตบอลโลกในกลางปีหน้าให้ได้หลังเคยพาชุดเล็กยู-20 เข้าชิงฯ มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน


4. ชิโร อิมโมบิเล่ (ลาซิโอ)

ฤดูกาลก่อน ชิโร อิมโมบิเล่ เริ่มต้นฤดูกาลแรกกับลาซิโอได้สวยงามด้วยผลงาน 23 ประตู มากที่สุดนับตั้งแต่ค้าแข้ง (ไม่นับช่วงที่อยู่ในลีกล่าง) ทว่ากลับถูกกลบรัศมีโดย อันเดรีย เบล็อตติ ดาวยิงโตริโน่ที่กระหน่ำไป 26 ลูกพร้อมคว้าตำแหน่งดาวซัลโว 


แต่ฤดูกาลนี้ อิมโมบิเล่ ออกตัวได้ร้อนแรงกว่าหัวหอกกระทิงหินเมื่อกดไปแล้ว 14 ประตูจาก 11 นัด ไม่เพียงรั้งตำแหน่งดาวซัลโวกัลโช่ เซเรีย อา ในเวลานี้ แต่ยิงเหนือกว่าทุกคนใน 5 ลีกใหญ่ 

เกมเพลย์ออฟระหว่างอิตาลีกับสวีเดนเพื่อชิงตั๋วสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกในกลางปีหน้าจะออกมาในทิศทางใด ฟอร์มการเล่น "อิมโม" มีส่วนไม่น้อยแน่นอน


3. ซิโมเน่ ซาซ่า (บาเลนเซีย)

อดีตตัวตลกที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกเย้ยหยันกับผลงานสุดห่วยแตกที่เวสต์แฮมเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อในฤดูกาลนี้

ในขณะที่ขุนค้อนต้องกลายเป็นทีมหนีตายและไปดึงกุนซืออย่าง เดวิด มอยส์ มาคุมทัพ ซาซ่า ได้สัญญาถาวรกับบาเลนเซียก่อนซัลโวประตูเป็นว่าเล่นจนทำให้เจ้าค้างคาวขยับปีกบินสูงรั้งรองจ่าฝูงลา ลีกา สเปน ในเวลานี้


"โล้นซ่า" คือเหตุผลสำคัญที่บาเลนเซียยุค มาร์เซลีโน่ ยังไร้พ่ายในฤดูกาลนี้เพราะยิงไปแล้ว 9 ประตู น้อยกว่าเวสต์แฮมทั้งทีมแค่ 2 ประตูเท่านั้น

ซาซ่า ยิงได้ 1 ใน 3 จากโอกาสที่สับไก ทำให้รั้งอันดับ 5 ค่าเฉลี่ยดีสุดของดาวยิง 5 ลีกใหญ่ และโบนัสสำคัญคือการถูกเรียกกลับมาติดทีมชาติอิตาลีอีกครั้งโดยมีเป้าหมายหลักคือ ผ่านเพลย์ออฟสู่รอบสุดท้ายให้ได้


2. มิเกล โอยาร์ซาบัล (เรอัล โซเซียดาด)

มิเกล โอยาร์ซาบัล คือหนึ่งในสี่ผู้เล่นที่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ดีกว่า ซาซ่า ในฤดูกาลนี้ ตรงกันข้ามกับฤดูกาลก่อนที่การจบสกอร์คือปัญหาใหญ่ของปีกวัย 20 เมื่อยิงได้เพียง 2 ประตูใน 38 นัด  


เด็กสร้างโซเซียดาด กดไปแล้ว 6 ประตูจาก 8 นัดในลีกฤดูกาลนี้ และยิงตรงกรอบถึง 69 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมาก แถมยังเจ้ายังเล่นได้ดีทั้งสองเท้าทำให้สามารถสลับสับเปลี่ยนโจมตีคู่แข่งได้หลายทิศทาง 

จุดเดียวที่ยังต้องปรับคือ การแอสซิสต์ที่มีเพียงลูกเดียวเท่านั้นซึ่งหากทำได้ โอยาร์ซาบัล อาจเป็นเซอร์ไพรส์ของทัพกระทิงดุในฟุตบอลโลกกลางปีหน้า  

1. นาบิล เฟคีร์ (ลียง)

อันดับหนึ่งของลิสต์คือนักเตะที่ว่ากันว่าจะเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสในการไล่ล่าแชมป์โลกสมัยสองกลางปีหน้าเพราะผลงานกับโอลิมปิก ลียง ในฤดูกาลนี้สะเด่าเหลือเกิน

เฟคีร์ ต้องรับภาระหนักในการล่าตาข่ายหลังการอำลาทีมของ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ซึ่งตัวรุกวัย 24 ปีก็ทำหน้าที่ได้ดียิ่งกว่าที่แฟนบอลคาดหวังเมื่อซัลโวไป 11 ประตู และจ่ายให้เพื่อนซัดอีก 4 ลูกจากตำแหน่งหน้าต่ำข้างหลัง มาเรียโน่ ดิอาซ 


นี่คือฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในอาชีพอย่างไม่ต้องสงสัย ในเว็บไซต์ Whoscored เฟคีร์ มีคะแนนเป็นรองเพียง 2 ดาวดังอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ เท่านั้น 

ข่าวลือกับบาร์เซโลน่า รวมถึงยักษ์ใหญ่รวมลีกอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดเพราะผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนอยู่แล้ว 



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด