:::     :::

อันดับ 3 อย่าย่ามใจ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ชัยชนะเหนือ บอร์นมัธ นัดล่าสุดทำให้ อาร์เซน่อล ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตาราง แต่สิ่ง อูไน เอเมรี่ และลูกทีมต้องตระหนักยังมีงานหนักให้ต้องทำอีกเพียบ

"ปืนใหญ่" เปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เฉือนชนะ บอร์นมัธ 1-0 จากลูกโขกของ ดาวิด ลุยซ์ ที่ทำประตูแรกกับทีมนับตั้งแต่ย้ายมาในซัมเมอร์นี้ 

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อาร์เซน่อล มีเพิ่มเป็น 15 คะแนนจาก 8 นัด ตามหลังรองจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ ที่สะดุดไม่น่าเชื่อในนัดล่าสุด เพียงคะแนนเดียว และอยู่ห่างจ่าฝูง ลิเวอร์พูล ที่ชนะรวด 9 คะแนน

เป็นการขึ้นอันดับ 3 ได้ตามเป้าก่อนปิดเบรกทีมชาติ 2 สัปดาห์ซึ่งในแง่ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วกับการเก็บชัยชนะทิ้งทวนได้ 

ทว่าในเรื่องฟอร์มการเล่นก็ต้องยอมรับว่าเป็นอีกนัดที่ อาร์เซน่อล เล่นได้ไม่ดี หรือดีไม่สุดตลอด 90 นาที ครึ่งแรกโอเค แต่ครึ่งหลังก็วูบไปจนเกือบโดนตีเสมอหลายต่อหลายครั้ง

เอเมรี่ เปลี่ยนทีมเกือบยกชุดจากเกมยูโรปา ลีก ที่ชนะ สตองดาร์ ลีแอช 4-0 มีเพียง ดานี่ เซบายอส ที่ได้โอกาสตัวจริงต่อเนื่อง 

เมื่อเทียบกับเกมลีกสัปดาห์ก่อนที่บุกเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด กองกลางจากเรอัล มาดริดก็เป็นตำแหน่งเดียวที่เปลี่ยนไปจากตัวจริงวันนั้น คนที่หลุดเป็นสำรองคือ ลูคัส ตอร์เรร่า 

ร็อบ โฮลดิ้ง และ คีแรน เทียร์นี่ย์ ที่เล่นได้ดีใน 2 นัดบอลถ้วยที่หายเจ็บกลับมา ยังมีชื่อเป็นเพียงสำรอง ขณะที่ เอคตอร์ เบเยริน ไม่มีชื่อ 

แต่คนที่หายไปและแฟนบอลตั้งคำถามมากที่สุดก็ยังเป็น เมซุต โอซิล ที่หลุดโผเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน

เอเมรี่กล่าวถึงประเด็นของโอซิลตั้งแต่ก่อนเกมว่า ''เขาสามารถจะเล่นในแบบที่ผมต้องการได้ แต่เราก็มีผู้เล่นหลายคนที่มีความสามารถในการแข่งขันกับแต่ละตำแหน่งในสนาม พวกเขาคู่ควรที่จะได้ช่วยทีมและได้ลงเล่น''

อาร์เซน่อล ได้ประตูนำเร็วอย่างที่ต้องการ แต่หลังจากนั้นอีก 81 นาทีก็ไม่สามารถคอนโทรลเกมอย่างที่ต้องการด้วย 

ถ้าเทียบเป็นครึ่งเวลา ครึ่งแรกก็เป็นอาร์เซน่อลที่ดีกว่า แต่ไม่มากนัก ส่วนครึ่งหลังเป็น บอร์นมัธ ที่ทำได้ชัดเจนกับจังหวะลุ้นประตูตีเสมอ


ดาวิด ลุยซ์ โหม่งพังประตูแรกในการเล่นให้อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อลมีโอกาสบวกเพิ่ม เช่นเดียวกับบอร์นมัธที่เกือบยิงเจ๊า นิโกล่าส์ เปเป้ ได้ปั่นตรงเขตโทษเฉียดสามเหลี่ยม ขณะที่ โดมินิก โซลันกี้ ก็ได้จังหวะเข้าโขกลูกฟรีคิกฝั่งซ้าย แต่ดันโหม่งหลุดกรอบไปเอง 

แม้อาร์เซน่อลจะดูเหนือในครึ่งแรก แต่ก็ไม่ได้สร้างโอกาสแบบจริงจังมากนัก นอกเหนือจากลูกโหม่งพังประตูของ ลุยซ์ แล้ว ช่วงเวลาที่เหลือได้ยิงบอลเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น 

ดานี่ เซบายอส ที่เล่นได้เด่นมากในยูโรปา ลีก ไม่สามารถปั้นเกมได้ต่อเนื่องในนัดนี้ บางช่วงทำได้ดี พาบอลลุยขึ้นหน้าสร้างโอกาสให้ทีมแต่บางช่วงหายไป 

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, นิโกล่าส์ เปเป้ และ บูคาโย่ ซาก้า ได้เล่นเป็น 3 ประสานเหมือนวันบุกเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่การเล่นร่วมกันในพื้นที่สุดท้ายมีน้อยมาก และคนที่ยังทำผลงานไม่ตามเป้าก็ยังเป็น เปเป้ เจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 72 ล้านปอนด์ 

นอกเหนือจากโอกาสยิงเฉียดสามเหลี่ยมช่วงต้นเกมแล้ว อดีตแข้งลีลล์แทบไม่มีบทบาทในการกดดันแนวรับทีมเยือน เช่นเดียวกับจังหวะพยายามเรียกฟาวล์เอาจุดโทษ แต่ก็ไม่ชัดเจนนักและผู้ตัดสินก็เช็กวีเออาร์แล้ว 

ผ่านมาถึงตรงนี้ก็ถือว่าน่าห่วงเหมือนกันสำหรับฟอร์มของ เปเป้ เพราะยังไม่ใกล้เคียงกับที่เคยทำได้ในลีกจนทำให้อาร์เซน่อลต้องยอมทุ่มเป็นสถิติสโมสรดึงตัวมาร่วมทีม

อดีตปีกตัวเก่งของลีลล์เป็นคนแรกที่ถูกเปลี่ยนออกเพื่อเปิดโอกาสให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หัวหอกดาวรุ่งวัย 18 ปีที่เพิ่งกดไป 2 ประตูและ 1 แอสซิสต์ในยูโรปา ลีกลงเล่นแทน เป็นการเปลี่ยนตามตำแหน่งเพราะหัวหอกแซมบ้าก็เล่นด้านข้างได้อยู่แล้ว

แต่การปรับเกมของบอร์นมัธทำได้ดีกว่ากับการส่ง ไรอัน เฟรเซอร์ ที่มีความขยันและเคยมีข่าวกับอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์ ลงมาแทนโซลันกี้เกมของบอร์นมัธดูวูบวาบและพุ่งถึงหน้าเขตโทษอาร์เซน่อลได้บ่อยขึ้น


าร์ติเนลลี่ ได้โอกาสลงมาสำรอง

ก่อนหน้านั้นทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว น่าจะตีเสมอได้สุดๆ เมื่อ คัลลั่ม วิลสัน ได้ลากลุยเข้าเขตโทษก่อนแตะหลบ แบร์นด์ เลโน่ แล้วเปิดหักมาหน้าประตูกำลังจะถึง โจชัว คิง ได้แปโล่งๆ อยู่แล้ว ทว่า คาลั่ม แชมเบอร์ส หวดทิ้งได้หวุดหวิด

แชมเบอร์ส ค่อนข้างเด่นทีเดียวในเกมนี้ เขายึดตำแหน่งแบ็กขวาในลีก 2 นัดติด เกมรับช่วยทีมได้หลายจังหวะ ส่วนเกมรุกก็เติมขึ้นตลอด จนได้โอกาสวอลเลย์ข้ามคานไป 2 ครั้ง ช่วงท้ายเกมก็ฉกบอลได้ก่อนเปิดให้ โอบาเมย็อง ยิงชนเสา

ผลงานของอดีตแข้งเซาธ์แฮมป์ตันทำได้แบบนี้ก็เป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องเร่งใช้งาน เอคตอร์ เบเยริน มากนัก รอให้สมบูรณ์สุดๆ ได้เลย 

ครึ่งหลังเอเมรี่ยอมรับว่าอาร์เซน่อลดร็อปลงไปและเชื่อว่าเป็นเพราะเล่นแล้วกดดันกันไปเองจากการที่รู้ว่าถ้าชนะจะขึ้นที่ 3 ได้ โดยกล่าวว่า ''มันสำคัญต่อความมั่นใจและแนวทางที่เราเล่น การขึ้นอันดับ 3 เป็นเป้าหมายของเรา แต่เรารู้สึกถึงแรงกดดันนั้น'' 

ทีมเยือนทำเกมรุกได้ดีกว่าและหาโอกาสยิงถึง 7 ครั้ง เลโน่ต้องออกแรงเซฟไป 2 ครั้ง ส่วนอาร์เซน่อลยิงไม่เข้ากรอบเลยจาก 4 ครั้งที่ได้ลุ้นซึ่งใกล้เคียงสุดก็คือโอบาเมย็องที่ชาร์จลูกเปิดของ แชมเบอร์สไปชนเสา 

การกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกที่แม้จะใช้ชุดใหญ่ลงสนาม แต่อาร์เซน่อลก็เจอเกมที่ยากกว่าในยูโรปา ลีก รวมถึงในคาราบาว คัพที่ใช้ชุดเล็กแต่กลับทำผลงานสุดยอด ยิงรวม 12 ประตูจาก 3 นัดและไม่เสียประตูเลย 

ชัยชนะนัดนี้จึงได้มาแบบลุ้นกันจนวินาทีสุดท้ายไม่ต่างจากเกมในบ้านนัดก่อนหน้านี้ทั้งเบียดชนะเบิร์นลี่ย์ 2-1 และแซงชนะแอสตัน วิลล่า 3-2 ในวันที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ท้ายครึ่งแรก ส่วนวันไล่ตีเสมอ สเปอร์ส 2-2 ก็เหนื่อยไม่แพ้กันเพราะโดนนำก่อนถึง 2 ประตู 

การขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตารางเป็นเรื่องน่าพอใจอยู่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นยังห่างไกลกับคำว่าน่าพอใจเพราะนัดนี้ก็ไม่ต่างจากอีก 7 นัดในลีกที่ผ่านมา 

4 นัดที่อาร์เซน่อลชนะได้ เป็นการชนะด้วยผลต่างประตูเดียว แถมเปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ลุ้นยิงประตูเยอะมาก ยังดีที่เป็นทีมอย่าง นิวคาสเซิ่ล, เบิร์นลี่ย์, วิลล่า และ บอร์นมัธ 

หากเป็นทีมในกลุ่มบิ๊กซิกซ์ด้วยกัน อาร์เซน่อลหงายหลังไปแล้ว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด