:::     :::

ครบรอบ 20 ปีแชมป์ประวัติศาสตร์ของ ลา กอรุนญ่า จากฟากฟ้าสู่หุบเหว

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในวงการลูกหนังแดนกระทิงดุ หากจะมีแชมป์ ลา ลีกา ซักทีมที่ยังอยู่ในความทรงจำและยังเป็นที่พูดถึงของแฟนๆ หนึ่งในนั้นย่อมต้องมีชื่อของ เดปอร์ตีโบ ลา กอรุนญ่า

บนหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของ ลา ลีกา นับแต่ฤดูกาลแรก 1928-29  มีเพียง 9 สโมสรเท่านั้นที่เคยคว้าแชมป์ และ 1 ใน 9 นั้นคือ เดปอร์ตีโบ ลา กอรุนญ่า 

เอ่ยชื่อนี้ น้องๆนักดูบอลรุ่นใหม่อาจจำไม่ได้ หรือ อาจพอคุ้นๆอยู่บ้าง แต่คงมาจากความทรงจำที่ลางเลือนเต็มที จนแทบปะติดปะต่อภาพไม่ได้ 


หากแต่ถ้าเป็นคอลูกหนังรุ่น 30 ปลาย หรือ 40 อัพ ภาพจำน่าจะคมชัดกว่า เพราะแม้วงการลูกหนังสเปนจะเวียนว่ายอยู่แค่สองยักษ์เสียเป็นส่วนใหญ่ ทว่าการคว้าแชมป์ ลา ลีกา ของ ลา กอรุนญ่า หรือ ห้วงเวลานั้นเรียกฉายากันติดปากทั้งบ้านทั้งเมืองว่า 'ซูเปอร์เดปอร์' คือหนึ่งในการคว้าแชมป์ที่น่าจดจำที่สุดครั้งนึงของวงการลูกหนังกระทิงดุ 


เมื่อวันที่ 19 ของเดือนนี้ แต่ rewind เทปกลับไป 20 ปีที่แล้ว มันคือช่วงเวลาที่เหลือเชื่อเอามากๆ สำหรับกองเชียร์  'ซูเปอร์เดปอร์

ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับความฝัน คล้ายกับว่ามือทั้งสองสามารถเอื้อมแตะไปที่ขอบฟ้าได้ก็ไม่ปาน 


เรื่องราวมหัศจรรย์ของ ลา กอรุนญ่า  เริ่มขึ้นในปี 1998 เมื่อ เอากุสโต้ เซซาร์ เลดอยโร่ ประธานสโมสรตัดสินใจเซ็นสัญญากับ ฆาเบียร์ อีรูเรต้า จาก เซลต้า บีโก้ เข้ามาคุมทีม 


การมาของ อีรูเรต้า ถือว่าเป็นการย้ายข้ามห้วยที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย เพราะ เซลต้า คืออริหมายเลขหนึ่งของ ลา กอรุนญ่า ที่ชิงความยิ่งใหญ่ในแคว้นกาลีเซียกันมายาวนาน 


อีรูเรต้า ตอนนั้นในวัย 50 จะเรียกว่าเป็นกุนซือหนุ่มไฟแรงคงไม่ได้ ทว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเขากำลังมือขึ้น”  

หลังตระเวนคุมอยู่หลายสโมสรซึ่งส่วนใหญ่เอาแต่ล้มลุกคลุกคลาน  อีรูเรต้า ก็เริ่มตั้งตัวติดในการทำงานกับ เซลต้า บีโก้ ช่วงปี 1997 


อีรูเรต้า ปั้นให้ เซลต้า กลายเป็นทีมจอมแสบ ด้วยขุมกำลังในแดนกลางที่แน่นปึ้กอย่าง อเล็กซานเดอร์ มอสโตวอย,วาเลรี่ คาปิน,มาซินโญ่ (พ่อของ ตีอาโก้ กับ ราฟินญ่า อัลกานตาร่า) รวมถึงยังมีแบ็กขวาจอมบุกอย่าง มิเชล ซัลกาโด้ ในวัยเพียง 22 


ฤดูกาล 1997-98  อีรูเรต้า นำ เซลต้า ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จบอันดับที่ 6 ของตารางพร้อมกับคว้าสิทธิไปเล่นถ้วยเล็กของยุโรปอย่าง ยูฟ่า คัพ 

นั่นเองจึงเป็นเหตุผลให้ เลนดอยโร่ ตัดสินใจคว้ากุนซือเชื้อสายบาสก์คนนี้มายังถิ่น ริอาซอร์ แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยเหตุที่เขาไม่เคยประสบความสำเร็จคว้าแชมป์กับทีมมาก่อน ทำให้ไม่มีใครตั้งความหวังกับเขาไว้สูงนัก


แต่ก็อย่างที่เขียนถึงไว้ข้างต้นว่า อีรูเรต้า กำลังมือขึ้น หยิบจับอะไรก็ถูกต้องไปเสียหมด แค่ฤดูกาลแรก (98-99) เขาก็ทำให้สาวกเดปอร์ยิ้มแก้มปริ เมื่อนำทีมจบอันดับ 6 ของตารางคว้าสิทธิลุยยูฟ่า คัพ ขณะที่บอลถ้วยอย่าง โกปา เดล เรย์ ก็ไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ 


ในฤดูกาล 1999-00 ลากอรุนญ่า ทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อคว้านักเตะอย่าง รอย มาคาย,มานูเอล ปาโบล,ลิโอเนล สกาโลนี่,เปโดร เปาเลต้า และ ตูรู ฟลอเรส เพื่อหวังอุดช่องว่างของทีมที่ ริวัลโด้ ทิ้งไว้ ตอนย้ายไป บาร์เซโลน่า เมื่อปี 97  


ลา กอรุนย่า ประเดิมนัดแรกได้อย่างสวยงามเมื่อถล่ม อลาเบส ผู้มาเยือนขาดลอย 4-1 โดยที่ มาคาย ทำแฮตทริกแรกของตัวเองสำเร็จ จากนั้น มาคาย คนเดิมก็สทำได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง ในเกมที่ 3 เขายิงให้ทีมขึ้นนำ เรอัล บายาโดลิด 1-0 ในเวลาเพียงแค่ 16 วินาทีแรกของเกม สร้างสถิติประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร 


ลา กอรุนญ่า ที่ออกสตาร์ทดี ยิ่งเล่นก็ยิ่งมั่นใจ เกมรับของพวกเขาแน่นปึ้กเสียประตูยาก ขณะที่แนวรุกเฉียบขาด ใช้โอกาสไม่เปลือง 

หนึ่งในเกมสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้กับแข้งซูเปอร์เดปอร์ก็คือการบุกไปแบ่งแต้มจาก เรอัล มาดริด ถึง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว 


จริงๆแล้ว ลา กอรุนญ่า ควรเป็นฝ่ายเสียดายด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาขึ้นนำก่อนตั้งแต่ปลายครึ่งแรกจาก ดัลมินญ่า แต่มาโดน ราอูล กอนซาเลซ ซัดตีเสมอในช่วง 8 นาทีสุดท้ายของเกม 


แม้จะเล่นได้ดี แต่ ลา กอรุนญ่า ก็ยังคงตามหลัง บาร์เซโลน่า จ่าฝูง จนกระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญมาถึง ในเกมที่ทั้งคู่โคจรมาพบกันที่ ริอาซอร์  เมื่อ 30 ตุลาคม 1999 


บาร์ซ่า ภายใต้การนำของ หลุยส์ ฟาน กัล ขนผู้เล่นชุดใหญ่มาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ฟีโก้,ฟิลิปป์ โคคู,โจเซป กวาร์ดิโอล่า,แพทริค ไคลเวิร์ต และแน่นอนต้องมี ริวัลโด้ มาด้วย 


แต่ ลา กอรุนญ่า ออกสตาร์ทได้ดีอีกแล้ว เป็นอีกครั้งที่ มาคอย เบิกสกอร์ได้อย่างรวดเร็วให้ทีมนำตั้งแต่นาทีที่ 1 จากนั้นอีก 14 นาทีต่อมา มาคาย ก็ซัดได้อีกลูก ทำเอา ฟาน กัล ต้องแก้เกมเป็นการใหญ่ ครึ่งหลังเขาส่ง การ์เลส ปูโญล กับ ซิเมา ซาโบรซ่า ลงมา ก่อนที่จะเปลี่ยน โรนัลด์ เดอ บัวร์ ลงมาเป็นคนสุดท้าย แต่ก็ทำได้แค่ไล่จี้มา 1-2 จาก รีวัลโด้ จบเกม ลากอรุนญ่า ชนะ 2-1 ก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงร่วม 


จากนั้น 2 สัปดาห์ต่อมาซูเปอร์เดปอร์ก็ฉีกขึ้นนำเดียวเมื่อถล่ม เซบีย่า เละเทะ 5-2 ก่อนจะโชว์ฟอร์มโหดเก็บชัยรวดอีก 7 เกม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการบุกชนะ แอตเลติโก มาดริด ถึง บิเซนเต้ กัลเดรอน ถึงตรงนั้น พวกเขาเริ่มไม่กลัวใครแล้ว ก่อนจะจัดการ เซลต้า บีโก้ ในเอล เดร์บี้ กาเยโก้ด้วยประตูชัยของ ตูรู ฟลอเรส ส่งให้ทีมนำโด่งเป็นจ่าฝูงนำทีมตามห่างถึง 8 แต้ม 


ก้าวมาถึงตรงนี้ ทีมของ อีรูเรต้า ได้รับการจับตามองอย่างจริงๆจังๆว่ามีสิทธิคว้าแชมป์ลา ลีกา ทว่า ช่วงฟอร์มตกก็เกิดขึ้นจนได้ หลังจากกำชัยเหนือ เซลต้า ในเดร์บี้ กาเยโก้ ขุนพลซูเปอร์เดปอร์ก็ชนะเพียงแค่ 2 เดียวในอีก 9 นัดถัดมา


ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ลา กอรุนญ่า กำลังเป๋สุดขีด และต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด แต่กลายเป็นว่านั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ 


โลส บลังโกสมาได้ถูกที่ถูกเวลา นักเตะลากอรุนญ่ากำลังต้องการเกมแบบนี้อยู่พอดี และพวกเขาก็ไล่ยำยักษ์ใหญ่ซะเกือบกลับกรุงมาดริดไม่ถูกถึง 5-2 


สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย นักเตะลากอรุนญ่าเริ่มเชื่อมั่นแล้วว่าพวกเขาทำได้ แม้ว่าจะไปพ่ายให้ นูมานเซีย ในนัดต่อมาก็ตาม 


จุดของพวกเขาก็อยู่ที่เกมในบ้าน..เอสตาดิโอ ริอาซาร์ เปรียบเสมือนป้อมปราการที่แข็งแกร่งของทีม ยามลงเล่นในรังพวกเขาดุดันกร้าวแกร่ง ตลอดทั้ง 19 นัดในบ้านทีมเก็บชัยชนะได้มากถึง 16 เกม 


เมื่อฤดูกาลขับเคี่ยวอย่างเข้มข้นมาถึงช่วง 10 นัดสุดท้าย เกมสำคัญของ ลา กอรุนญ่า คือการบุกไปเยือน คัมป์ นู โดยมีแต้มนำห่างอยู่ 5 คะแนน 

และแล้วพวกเขาพลาด...บาร์ซ่า แก้แค้นเอาชนะคืนไปได้ 2-1 จากนั้น ลา กอรุนญ่า ก็เป๋อีกคำรบ เมื่อพ่าย ราโย บาเยกาโน่ กับ เซลต้า บีโก้ ในเกมเยือน  กระนั้น ผลเสมอกับ เรอัล ซาราโกซ่า และ ราซิ่ง ซานตานเดร์ ก็ทำให้พวกเขากลับมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงได้อีกครั้งก่อนเกมนัดสุดท้าย 


นัดที่ 38 ของฤดูกาล ลา กอรุนญ่า เจอกับ เอสปันญ่อล ที่ ริอาซาร์, บาร์เซโลน่า รับมือ เซลต้า บีโก้ และ บาเลนเซีย เจอกับ เรอัล ซาราโกซ่า คือ 3 เกมที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์


ขอแค่ชนะ ขอแค่นั้น นักเตะลา กอรุนญ่า มีเงื่อนไขแค่นี้จริงๆ พวกเขามั่นใจว่าตัวเองทำได้ เกมใน ริอาซาร์ คือจุดแข็งของพวกเขา และก็ไม่ผิดหวัง


สาวกซูดปอร์เดปอร์กระโดดตัวลอยเมื่อ โดนาโต้ ยิงประตูให้ทีมนำตั้งแต่นาทีที่ 3 จากนั้น ลา กอรุนญ่า ก็ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ในมือเมื่อ มาคาย ยิงลกที่ 22 ในฤดูกาลของตัวเองช่วยให้ทีมนำสบายๆ 2-0 และตรึงสกอร์นี้จนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายของผู้ตัดสิน การ์เซีย อารานด้า 


วันศุกร์ที่ 19 พฤษาภาคม 2000 ลา กอรุนญ่า บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสโมสรได้สำเร็จและมันเป็นครั้งที่สำคัญที่สุดนับแต่ก่อตั้งมาในปี 1906 

พวกเขาชูถ้วยแชมป์ ลา ลีกา เหนือฟากฟ้า ประกาศศักดาเป็นทีมที่ดีที่สุดในสเปน 


แฟนบอลกว่า 2 หมื่นคนในวันนั้นแห่แหนไปรวมตัวกันที่ ปลาซ่า เด มาเรีย ปีต้า ขณะที่นักเตะทุกคนขึ้นรถบัสแห่ฉลองไปทั่วเมือง แชมป์ครั้งนี้คือรางวัลสำหรับทีม และสำหรับเมือง อา กอรุนซ่า ตลอด 94 ปี การรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว มันคือวันที่ชาวอากอรุนญ่าทุกคนเฝ้าฝันถึงมาตลอดชีวิต 


ซองโก้,คูบ้า,ดานี่ มาโย่,มานูเอล ปาโบล,โรเมโร่,เนย์เบต,ชือร์เร่,เซซาร์,รามิส,โดนาโต้,เมาโร ซิลวา,ดัลมินญ่า,ฟราน กอนซาเลซ,ลิโอเนล สกาโลนี่,ฟลาวิโอ คอนไซเซา,มาเนล,บิคตอร์,ไฆเม่,โฆเซ่ มานูเอล,สลาวิซ่า โยคาโนวิช,เฟร์นานโด, เปโดร เปาเลต้า,ตูรู ฟลอเรส,อีบัน เปเรซ,บาสเซียร์ ,รอย มาคาย และ อีรูเรต้า ทุกๆคนกลายเป็นฮีโร่ของแฟนบอล ของเมือง และแคว้นกาลีเซีย


(อ่านต่อตอนจบวันพุธครับ)  


เจมส์ ลา ลีกา






ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด