:::     :::

"Match Winners หลายคนสลับกันพีค" คือปัจจัยล่าแชมป์ของยูไนเต็ด

วันอังคารที่ 05 มกราคม 2564 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
3,231
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
สาวกปีศาจแดงเองยังไม่เชื่อสายตา กับเหตุผลของเรื่องที่ว่า ทำไมยูไนเต็ดถึงพุ่งทะยานจากกลางตาราง ชนะรัวๆจนแต้มขึ้นมาล่าจ่าฝูงอย่างไม่น่าเชื่อแบบนี้ และนี่คือคำตอบ

เชื่อว่าขณะนี้แฟนผีคงจะเต็มไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอม และเชียร์บอลกันอย่าง "มันส์" ที่สุดในรอบหลายๆปีอย่างแน่นอน เมื่อสถานการณ์ของทีมพลิกผันกลับตาลปัตรยิ่งกว่าอ่านโจโจ้ภาค5 เริ่มต้นมาด้วยความสิ้นหวังจากการสะดุดในเกมลีกหลายนัด ก่อนที่จะประคองตัวมาได้ และเริ่มมีหวังจากการสตาร์ทอย่างยอดเยี่ยมในแชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนที่สุดท้ายจะตกรอบแบบที่ทำตัวเองพลาดทั้งๆที่โอกาสอยู่ในมือ

กระแสของการไล่ผู้จัดการทีมเริ่มกลับมาให้เห็นอีกเป็นคำรบที่2หรือ3แล้วของปี แม้แต่ตัวเราเองยังต้องตั้งคำถามว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังจะไปไหวอยู่ไหมในทีมชุดนี้ หรือควรจะย้ายเขาขึ้นไปบริหารด้านบน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาแทน แล้วแต่งตั้งคนอื่นมาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่

คิดยังไม่ทันจะขาดคำ โซลชาก็พาทีมชนะในลีกรัวๆแบบไม่หยุดยั้งเหมือนไปโกรธใครมา โดยที่จุดเริ่มต้นแรกสุดคือ หลังจากที่แพ้อาร์เซนอล และแพ้อิสตันบูลซ้ำสองนัดระหว่างช่วงแข่งUCLรอบแบ่งกลุ่ม แล้วมีคิวไปเยือนเอฟเวอร์ตันที่กำลังบินสูงอยู่(ตอนนั้น) ยูไนเต็ดที่สถานการณ์เก้าอี้ของโซลชากำลังย่ำแย่ กลับบุกไปเอาชนะเอฟเวอร์ตันถึงกูดิสันปาร์คมา 1-3 ก่อนที่หลังจากนั้น ในเกมลีกชนะมายาวๆ ที่มีสะดุดก็แค่เสมอกับ "สองซิตี้" อย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้และเลสเตอร์ซิตี้เท่านั้น นอกนั้นยูไนเต็ดเก็บชัยชนะในลีกได้รวด ไม่ว่าจะเป็นเวสต์บรอม เซาท์แธมตัน เวสต์แฮม เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด ลีดส์ยูไนเต็ด วูล์ฟ และศพรายล่าสุดอย่างแอสตันวิลล่า

ทุกทีมโดนแมนยูไนเต็ดเชือดหมดทุกทีม และ "เชือดทุกรูปแบบ" ไม่ว่าจะเป็นเชือดนิ่มๆ เชือดแบบเฉือนๆ หรือเกมประเภทเปิดหน้าแลกกันกระจุยจนถึงวินาทีสุดท้ายก็มี

มีหลายๆสิ่งที่ทำให้เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตรงนี้ เหตุผลสำคัญๆเท่าที่เห็นก็อย่างเช่น การที่ทีมสามารถรักษา "โมเมนตัม" ของความมั่นใจในการลงแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องยาวๆไม่มีสะดุด ยกตัวอย่างเช่นปีนี้ มันจะมีช่วงสะดุดไปพักนึงอยู่เป็นช่วงๆ ถ้าย้อนไปดูจะเห็นได้ชัด เช่น ช่วงเริ่มซีซั่นที่เรียกฟอร์มมายังไม่ได้ เกมเปิดหัวฤดูกาลก็เปิดบ้านแพ้พาเลซ1-3แล้ว ก่อนที่จะยังเมาหมัดอยู่ และโดนทีมน้ามูสอนเชิงไปอีก 1-6

หลังจากนั้นยูไนเต็ดกลับมาได้ด้วยการชนะนิวคาสเซิล เสมอกับเชลซีแบบน่าชนะ และตบทีมใหญ่ในUCLสองนัดรวด เป็น4เกมที่ฟอร์มดีจัดๆ หลังจากที่โอเล่โดนกระแสไล่ครั้งแรกจากการแพ้น้ามู

แล้วหลังจากนั้นสะดุดอีกสองเกมกับอาร์เซนอลและอิสตันบูล กระแสไล่กลับมาเป็นคำรบที่สอง แล้วหลังจากนั้นก็กลับมาแก้ตัวในเกมลีกได้เรื่อยๆ จนกระทั่งมาพลาดตกรอบUCLแบบไม่น่าเกิดขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นถ้าใครไม่ได้สังเกต แมนยูไนเต็ดเริ่มกลับมาชนะเกมลีกได้ทุกนัด ไม่มีพลาดแพ้ แม้กระทั่งเสมอยังไม่พลาดเลย ไปๆมาๆ พอตกรอบบอลยุโรปไปแล้ว หันมาดูตารางในลีกอีกที แมนยูไล่เก็บทีมข้างบนมาเรื่อยๆทีละนิดๆ

รู้ตัวอีกที แต้มจะขึ้นมาอันดับ2แล้ว

จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่แมนยูปีนี้จะค่อนข้างรักษาคาบของฟอร์มการเล่นดีๆได้ค่อนข้างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีสะดุดบ้างเป็นช่วงๆแต่ก็ไม่ถี่มาก และมักจะ "กลับมาได้" ทุกครั้ง ไม่ปล่อยให้ทีมเป๋ยาว นี่คือสิ่งที่ดีของความแน่นอนในปีนี้ ที่ถ้าทำให้ทีมฟอร์มนิ่งได้มากกว่านี้มากขึ้นอีก มันจะทำให้เราได้ลุ้นกันจริงๆจังๆซะด้วยซ้ำ ถ้าหากผ่านช่วงมีนาคมไปตอนนั้นน่าจะเริ่มเห็นอะไรบางอย่างแล้ว

การรักษาโมเมนตัมของทีมได้ คือสิ่งที่ทำให้ฟอร์มการเล่นมันติดลมบนและทำผลงานในลีกได้ดีเช่นนี้

นอกจากนี้แล้ว การมีขนาดของทีมที่ใหญ่ขึ้นมากในด้านคุณภาพเชิงลึก(Squad Depth)ของเราในขณะนี้ต้องบอกว่า ทีมค่อนข้างแน่นปั้กสุดๆอีกทีมนึงในพรีเมียร์ลีกเลย

หากใครยังจำกันได้ ปีสองปีก่อนเราเคยมีความรู้สึก "สะพรึง" และคิดกันในใจว่า "บ้าไปแล้ว" เมื่อได้เห็นนักเตะตัวสำรองของแมนเชสเตอร์ซิตี้นั่งอยู่ข้างสนาม คือสำรองเขาแต่ละคนนี่เป็นระดับนักเตะชั้นนำทั้งนั้น ยังไม่รวมตัวจริงในสนาม คือสองชุดโหดเหมือนกันหมด เราถึงกับอึ้งว่านี่ทีมเขามีตัวทดแทนที่พีคขนาดนี้เชียวหรือ

กลับกัน ในตอนนั้นทีมตัวเอง รายชื่อตัวสำรองมองไปแล้วเห็นแต่ชื่อ เปเรร่า ลินการ์ด ใจมันก็ห่อเหี่ยวเหมือนกันนะ

แต่ในขณะนี้ ความรู้สึกแบบเดียวกับที่เคยเห็นซิตี้มุมนั้น บัดนี้เริ่มเห็นได้จากทีมของแมนยูไนเต็ดกะเค้าบ้างแล้ว เมื่อในแต่ละเกมเราจะเห็นว่า นักเตะสำรองเราข้างสนามมันมีแต่นักเตะคุณภาพที่อยู่ใน "ระดับเดียวกับตัวจริง" ทั้งนั้น (บางตัวเก่งกว่า11ตัวจริงเสียอีก) ไม่ว่าจะเป็นคาวานี่ ฟานเดอเบค มาต้า กรีนวู้ด ไบญี่ มาติช ฯลฯ

ทั้งสองอย่างด้านบน เมื่อรวมกับการบริหารจัดการทีม และการมีแทคติกที่หลากหลายจากโอเล่ กุนนาร์ โซลชา รวมถึงการที่นักเตะชุดหลักได้ลงเล่นร่วมกันอย่างต่อเนื่องจนสามารถสร้างความคุ้นเคยกับแผนการเล่นของทีม และทางด้านความเข้าใจในหน้าที่ของนักเตะแต่ละตำแหน่ง(comprehension) ที่ต้องรับผิดชอบในสนาม ทั้งหมดนี้ค่อยๆปั้นและสร้างทีมให้เล่นได้อย่างแน่นอนขึ้นไปเรื่อยๆ บนการพัฒนาไปด้วยกันของทั้งประสบการณ์นักเตะที่อายุยังน้อยในทีมเรา

และก็รวมถึงผู้จัดการทีมที่พัฒนาไปด้วยพร้อมๆกัน

แต่.. เพียงสิ่งที่ว่าอย่างเดียว มันคือการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เป็นเหตุผลในเชิงโครงสร้างระยะยาวของทีมเท่านั้น ซึ่งมันทำให้ทีมมีเสถียรภาพในการเล่นที่ดีและมั่นคงขึ้นก็จริงอยู่ แต่ผลงานกระฉูดในขณะนี้ของแมนยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นผลของเหตุผลทางด้านโมเมนตัม, ขนาดทีม หรือการพัฒนาความเข้าใจในแผนการเล่นเพียงอย่างเดียว

แมนยูไนเต็ดชุดนี้มี "สิ่งพิเศษ" อะไรบางอย่างที่เป็นตัวตัดสิน และทำให้เรา "เหนือกว่าคู่ต่อสู้" ในแง่ของผลลัพธ์การแข่งขัน ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมากๆ เพราะไม่เช่นนั้นหากเราเพียงแค่พัฒนาทีมด้วยเหตุผลข้างต้น เราก็ยังไม่สามารถที่จะเก็บชัยชนะได้เช่นนี้แน่นอน เพราะในหลายๆนัดมันเป็นเกมที่เราเล่นไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่ง / หลายๆนัดควรจะเสมอหรือแพ้ไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่ทำไมแมนยูไนเต็ดรอดมาได้ และแถมยังชนะรัวๆติดๆกันมาอีก

สิ่งพิเศษที่เป็นตัวแบ่งแยกระหว่างทีมทั่วไป กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในตอนนี้ก็คือ "Match Winners" (นักเตะตัวตัดสินเกม) ที่เรามีอยู่ในทีม แต่ว่าทีมอื่นๆไม่มี

Match Winner มันคือ "ตัวตัดสินเกม" ที่จะสร้างความแตกต่างให้กับผลการแข่งเกมนั้นๆนั่นเอง หากจะเรียกว่าตัวแบกก็อาจจะยังไม่ชัดพอ เพราะคนแบกทีมอาจจะไม่ได้เป็นตัวสร้างความแตกต่างของผลลัพธ์การแข่งขันก็ได้ ดังนั้นนักเตะประเภทตัวตัดสินเกมนี้จะค่อนข้างแตกต่างจากตัวแบกพอสมควร เพราะตัวตัดสินเกม อาจจะไม่ได้ "แบกเกม" ก็ได้ คนที่แบกการเล่นของทีมอาจจะเป็นอีกคนนึง แต่Match Winner มันคือประเภทตัวที่จะโผล่มายิงประตูชัย (Match-winning goal)ให้กับทีมนั่นเอง

เริ่มนึกภาพออกแล้วใช่ไหมว่า ใครในทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยุคปัจจุบันนี้เป็นนักเตะประเภทที่ว่านั้น

ซึ่งคนที่เห็นเด่นชัดที่สุด และเป็นโคตรMatch Winner ของยุคนี้ ต้องบอกว่าหนีไม่พ้น "Marcus Rashford" จริงๆที่เป็นเบอร์หนึ่งเลย เพราะตั้งแต่เดบิวต์มาเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว แรชฟอร์ดมักจะโผล่มายิงประตูสำคัญๆให้ทีมเอาชนะคู่แข่งได้อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่คู่คี่สูสี และอยู่ในช่วงบีบคั้น  แรชมักจะยิงประตูที่สร้างimpactให้กับผลการเล่นของทีมอยู่เสมอ และสถิติการเป็นนักเตะที่ยิงในนาทีทดเจ็บช่วยให้แมนยูไนเต็ดเอาชนะคู่แข่งได้ในเกมพรีเมียร์ลีกตอนนี้ แรชฟอร์ดเป็นเจ้าของสถิติที่ว่านี้ด้วยการยิงทดเจ็บพาทีมชนะในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 3เกม สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

และอย่าลืมว่า เกมที่ไม่ใช่เกมลีกอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่แรชเป็นคนยิงประตูสำคัญๆให้ แม้จะไม่ใช่นาทีทดเจ็บแต่ก็เป็นประตูตัดสินเกมแทบทั้งนั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว มาร์คัส แรชฟอร์ด จึงเป็นนักเตะคนสำคัญที่เป็นแกนหลักของทีม และเมื่อใดก็ตามที่แรชได้ลงสนาม ทีมก็มักจะเก็บชัยชนะได้อยู่บ่อยครั้ง และอย่างที่บอกไป เขาอาจจะไม่ใช่ตัวที่แบกการเล่นของทีมเอาไว้คนเดียว เพราะเราก็จะเห็นๆกันอยู่ว่าแรชฟอร์ดมีหลายๆสิ่งที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะในเรื่องของการตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย และความคิดในการเล่น ที่ต้องนิ่งและเก๋าเกมมากกว่านี้ หลายๆเกมจะเห็นชัดว่าแรชฟอร์ดแทบไม่มีบทบาท หรือมักจะฝืนเล่นบอลชายเดี่ยวจนเกมรุกตื้อตันอยู่บ่อยๆ

แต่เขาก็มักจะยิงประตูสำคัญได้เสมอ ไม่ว่าจะเล่นดีหรือไม่ดีก็ตาม นี่แหละคุณลักษณะของคนเป็น Match Winner ที่ทีมๆนึงสมควรจะมีตัวนักเตะแบบนี้ติดทีมเอาไว้บ้าง เพราะฟุตบอลไม่ใช่บัญญัติไตรยางศ์ที่จะลงมาเล่นในสนาม แล้วจะชนะได้ด้วยการเล่นเป็นระเบียบแบบแผนตามแทคติกอย่างเดียว มันต้องมีประเภทบอลผีจับยัด ดวงแชมป์ทั้งหลายเข้ามาเสริมด้วย

รวมถึง"นักเตะพิเศษ" ที่มีความสามารถในการสร้างความแตกต่างได้ด้วยตัวคนเดียว นั่นแหละ Match Winner ที่แท้จริง

แต่การมีเพียงมาร์คัส แรชฟอร์ดแค่คนเดียว ก็ยังไม่เพียงพอจะทำให้ให้มันเกิดปรากฏการณ์ที่แมนยูชนะได้แทบทุกนัด จนกลายมาเป็นทีมที่สถิติชนะมากที่สุดในลีกซีซั่นนี้แล้ว(ที่10นัด) คะแนนเป็นกอบเป็นกำนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเรามีเพียงแค่แรชฟอร์ดที่ช่วยทีมในจังหวะสำคัญได้

แต่สาเหตุที่ทำได้เช่นตอนนี้ เพราะว่าเรามี "Match Winners หลายคนที่สลับกันฟอร์มพีค" มาช่วยทีมนั่นเอง เพราะถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่า ฟอร์มของแมนยูช่วงนี้จะมีนักเตะหลายๆคนที่ฟอร์มเด่นขึ้นมาเป็นนัดๆ และพอนัดต่อไปนักเตะดังกล่าวฟอร์มdropลง ทีมก็มักที่จะมีตัวอื่น "ท็อปฟอร์ม" ขึ้นมาทดแทนกันทุกครั้งไป

คือต่อให้ตัวแบกของทีมฟอร์มตก มันก็มักจะมีคนอื่นที่ฟอร์มพีค สลับหน้ากันขึ้นมาในทุกๆนัดนั่นเอง ทำให้แมนยูสามารถเก็บชัยชนะได้แทบจะทุกเกมที่ลงเล่นแบบไม่พลาดเลย เพราะมีคนทดแทนกันโชว์ฟอร์มเทพตลอดเวลา

อย่างเช่นเกมโคตรcome back ที่แซงเอาชนะSouthamptonได้ 2-3 นั่นคือการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ Edinson Cavani แบบโคตรเท่  คือมาถูกเวลาในช่วงที่ทีมกำลังลำบากพอดี

เกมถล่ม Leeds United 6-2 นักเตะที่เล่นเหมือนกินยาม้ามาอย่าง Scott McTominay ก็ทำทุกอย่างในเกมนั้นประหนึ่งว่าเป็นเกมสุดท้ายในชีวิต รีดพลังงานออกมาเล่นได้อย่างไร้เทียมทานตั้งแต่ต้นเกมจนจบ ไม่ว่าจะเติมขึ้นมาทำประตูสุดสวยด้วยตัวเอง เลี้ยงหลบคู่แข่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงจ่ายบอลสวยๆให้เพื่อนได้ แม็คโทมิเนย์เกมนั้นคือร่างปลดปล่อยที่ฟอร์มพีคสุดๆอย่างไม่มีใครคาดฝันว่าจะเกิดขึ้น ในเกมที่เรากังวลว่าบรูโน่คนเดียวจะทำเกมรุกไหวไหม แต่กลับได้น้องแม็คมาเติมเต็มในวันนั้น

เกมเฉือนวูล์ฟแฮมพ์ตัน อย่างที่เราเห็นกัน จะจบ 0-0 อยู่แล้วในเกมที่วูล์ฟเล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่นและสวนมาได้อย่างน่ากลัว แต่สุดท้ายกลายเป็น Marcus Rashford ที่ได้บอลยาวจากบรูโน่แล้วกระชากไปหาจังหวะยิงจนบอลแฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตูสำเร็จในนาทีทดเจ็บที่สิ้นหวังไปแล้ว รวมถึงเกมที่คัมแบ็คแซงชนะเชฟยูฯด้วย แรชก็ยิงไปอีกสองลูกเช่นกัน

ฟอร์มเทพของ Bruno Fernandes จากการกดสองประตู และใจกว้างแอสซิสต์ให้คาวานี่อีกหนึ่ง ในเกมคัมแบ็คชนะเอฟเวอร์ตัน 1-3 (ทั้งๆที่ตัวเองจะได้แฮททริก), การรับภาระหน้าที่ยิงจุดโทษแบบหวังผลได้ชัวร์ๆในทุกๆเกม และแมตช์เฉือนเวสต์บรอม 1-0 รวมถึงการมีส่วนร่วมทั้งประตูและแอสซิสตอีกนับไม่ถ้วน และการแบกทีมทุกนัดในขณะนี้ของเขา ความสามารถในระดับที่ตัดสินเกมได้ด้วยตัวเองของบรูโน่ คือปัจจัยสำคัญที่สุดของเกมรุกทีมเรา ณ ขณะนี้

และล่าสุด ในเกมยากที่ต้องเจอทีมบุกโหดๆอย่างแอสตันวิลล่าในฤดูกาลนี้ เราก็ได้ฟอร์มของ Paul Pogba กลับมาพีคในช่วงระยะหลังๆ และแบกทีมในนัดนี้ทั้งเกม รวมถึงสร้างturn pointจุดสำคัญในการเรียกจุดโทษได้สำเร็จจากการถูกทำฟาล์วในเขตโทษ แม้เขาจะไม่ได้แอสซิสต์หรือประตูโดยตรง แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวตัดสินเกมเช่นกัน หลายๆเกมเช่นเกมชนะเวสต์แฮม ก็ตีตื้นขึ้นมามีหวังได้เพราะลูกยิงไกลระดับท็อปคลาสของป็อกบาด้วย

และนอกจากในบรรดาพวกนักเตะเกมรุกแล้วนั้น เกมรับของเราก็ยังมีตัวพิเศษที่เป็นนักเตะสายที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมเช่นกัน อย่างเช่นนักเตะประเภที่คอยประคองฟอร์มการเล่นทั่วๆไปให้คงเส้นคงวาของทีมอย่าง "แฮรี่ แมกไกวร์" หรือ ลินเดอเลิฟ ลุค ชอว์ บิสซาก้า พวกนี้คือตัวหลักที่ประคองการเล่นเกมรับของทีมให้มั่นคง

แต่นักเตะเกมรับบางคนก็สามารถสร้างความแตกต่างให้กับผลการแข่งขันได้ เพราะในบรรดาเกมที่ชนะๆมาทั้งหลายนี่ ถ้าเราดูกันแต่ประตูได้ มันก็จะมีแต่นักเตะตัวรุกดังที่กล่าวมาแล้วที่ตัดสินเกม แต่จริงๆแล้ว เกมเหล่านั้นหากว่าเราไม่มี "David De Gea" สักคนนึง รับรองว่าจะไม่มีความฟินเหล่านี้เกิดขึ้นเลย

เพราะหลายๆครั้ง เกมน่าจะเสมอหรือแพ้ไปแล้วด้วยซ้ำถ้าถูกยิงเข้าไปในระหว่างการแข่งขัน แมนยูไนเต็ด10คนในสนามพลาดท่าไปแล้ว แต่คู่แข่งก็ยังไม่สามารถผ่านกำแพงชั้นในสุดของเราอย่าง De Gea ไปได้อยู่ดี ไม่ว่าคุณจะเล่นดี ต่อบอลสวย ทำเกมรุกโหดขนาดไหน แต่ฟุตบอลไม่มีคะแนนท่าสวยให้ มีแต่ "ประตู" เท่านั้นที่จะตัดสินทุกอย่าง

ต่อให้คุณชนะ10คนของเราได้แบบเละเทะ แต่ถ้าหาก"ไม่ชนะเดเคอา" แค่คนเดียว ทีมคุณก็แพ้ได้เหมือนกัน!

และล่าสุด การกลับมาของ Eric Bailly คืออีกหนึ่งคำตอบที่ว่า นี่ก็ถือเป็นตัวรับสายที่สร้างความแตกต่างให้ทีมได้เช่นกัน เพราะในยามที่ร่างกายฟิตสมบูรณ์ สกิลการเล่นเกมรับของเอริค ไบญี่ คือหนึ่งในนักเตะกองหลังระดับท็อปคลาสของโลกแน่นอน เพราะเกมรับแน่นมากๆ เข้าบอลขาด แข็งแกร่ง เร็วจี๋พอๆกับกองหน้าสายสปีด(บ้ามากๆ)

และที่สำคัญที่สุด การอ่านเกมรับและเข้าสกัดเคลียร์บอลในจังหวะสำคัญๆที่เซฟชีวิตของทีม ไบญี่ก็ทำแบบนี้ได้บ่อยครั้ง รวมถึงนัดล่าสุดที่เซฟลูกยิงนาทีสุดท้ายจากแอสตันวิลล่าด้วย ทำให้เราเก็บสามแต้มที่โคตรสำคัญนี้ได้ จนแต้มไปทาบจ่าฝูงได้สำเร็จ

ทั้งหมดนี้ที่ยกตัวอย่างขึ้นมานั้น ต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่า สาเหตุที่เราชนะได้ต่อเนื่องเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะว่าการผลัดกันขึ้นมาฟอร์มพีคของนักเตะที่สร้างความแตกต่างในทีมเหล่านี้ ที่สลับๆกันฟอร์มเทพขึ้นมาทดแทนกัน แบ่งกันช่วยทีมคนละนัดสองนัด เช่น นัดนี้อยู่ดีๆแรชฟอร์ดฟอร์มดีจัดๆ นัดหน้าแม้แรชจะหายๆไป แต่ก็จะมีตัวอื่นฟอร์มเทพขึ้นมาแทน ไม่ว่าจะเป็น คาวานี่ บรูโน่ หรือใครก็ตามที มันจึงทำให้เราเก็บชัยชนะได้ทุกนัด

ไม่ว่านัดนั้นจะเล่นดีหรือห่วย มันก็มักจะมีคนโดดเด่นโผล่ขึ้นมาเป็นฮีโร่ตัดสินเกมเสมอๆ ซึ่งหากจะให้นับๆดูแล้ว นักเตะในทีมที่เป็นประเภท "Match Winners" ในทีมเรานั้นมีหลายคนมากเลยจริงๆ และถ้าจะให้ลิสต์คนสำคัญๆที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ด้วยตัวเองนั้น ที่ชัดเจนมากๆก็จะเป็นพวกตัวพิเศษในทีมทั้งนั้น อันได้แก่

Marcus Rashford

Bruno Fernandes

Edinson Cavani

Paul Pogba

David De Gea

ห้าคนนี้คือตัวเปลี่ยนเกมระดับโคตรพิเศษในทีมจริงๆ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วเราก็ยังมีตัวที่สร้างความแตกต่างได้เช่นกัน ทั้งในด้านฝีเท้า และรูปแบบการใช้งานเฉพาะทาง อย่างเช่น Antony Martial ที่ก็มีสกิลตัดสินเกมคมๆให้เห็นเหมือนกัน, Daniel James ที่มีความเร็วสูงและรูปแบบที่ไม่เหมือนใครเลยในทีม นี่ก็สร้างความต่างให้ทีมได้, Donny van de Beek ที่เหมาะกับการใช้งานหลังฉากในการทำภารกิจสายลับ ที่เป็นตัวสอดแทรกอันตรายได้เสมอๆ

และแม้กระทั่งตัวJokerอย่าง Mason Greenwood เอง นี่ก็เข้าข่าย Match Winner ได้เหมือนกัน เพราะไม้เขียวมักจะโผล่มายิงประตูสำคัญๆให้ทีมได้เช่นกันในยามที่เป็นตัวสำรอง

ประเด็นเรื่องของตัวตัดสินเกมนี้ มีอดีตศิษย์เก่ารั้วโอลด์แทรฟฟอร์ดที่มองเห็นประเด็นนี้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แมนยูบินสูงตอนนี้ นั่นก็คือมิสเตอร์ยูไนเต็ด "Gary Neville" ที่พูดเอาไว้ในpodcastของเจ้าตัวเช่นกันในประเด็นที่ว่า match-winners นั้นทำให้ทีมบินสูงอยู่ขณะนี้

จากชัยชนะ8จาก10เกมหลัในพรีเมียร์ลีกจนแต้มทาบลิเวอร์พูลในวันปีใหม่ และกำลังจะโคจรมาเจอกันเองในวันที่17 มกราคมนี้ ในฐานะกูรูของSky Sports แกรี่ได้ให้ทรรศนะเอาไว้ในเรื่องของตัวเปลี่ยนโฉมหน้าเกม (game-changers)ที่ฉุดแมนยูไนเต็ดให้กลับมาได้ ในขณะที่ความแน่นอนของฟอร์มการเล่นยังคงต้องค่อยๆปรับปรุงกันต่อไปก่อน แต่ทีมของโซลชาก็ดูเหมือนจะสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาได้แล้ว

สองเดือนหลังจากแพ้อาร์เซนอลคาบ้าน และนอมจมกองขี้อยู่ที่อันดับ15 กลับกลายเป็นดีดทะยานขึ้นมาไล่ลิเวอร์พูลทันในเกมชนะวิลล่า 2-1 เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งก็อย่างที่ทราบ หลังจากเกมแพ้ไอ้ปืนใหญ่ 10นัดของเราก็ไร้เทียมทานมาโดยตลอด แถมเสมอไปแค่กับ2ซิตี้เท่านั้น แกรี่ เนวิลล์ชี้ว่าจุดเปลี่ยนที่น่าทึ่งคือความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะในทีม เพราะแม้ทีมจะมีปัญหาในภาคการเล่นบ้าง แต่เนวิลล์ก็ชี้ว่ามันมีบางอย่างก่อกำเนิดขึ้นในแคมป์ของทีมแล้ว และกำลังมีก้าวหน้าอย่างน่าทึ่งด้วยในยามที่ทริปไปเยือนลิเวอร์พูล กลายเป็นสิ่งที่แฟนแมนยูไนเต็ดทุกคนกำลังหิวกระหายอยากจะให้ซัดกับทีมนกแดงซะพรุ่งนี้ให้รู้แล้วรู้รอด

"มันเป็นชัยชนะโคตรสำคัญมากๆของยูไนเต็ด"

"ผมนี่อยากให้ถึงเกมนั้นเร็วๆเลยนะ ไม่ใช่เพราะคิดว่าเราจะไปชนะที่แอนฟิลด์ได้นะ เปล่าเลย แต่เป็นเพราะการที่แมนยูจู่ๆก็ได้ขึ้นมากลายเป็นผู้ท้าชิงต่างหาก"

"ผมยังจำได้วันที่นั่งดูเกมเสมอกับซิตี้ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ในเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ วันนั้นนั่งอยู่กับรอยคีน ไมก้า ริชาร์ดส ผมยังพูดอยู่เลยว่า เชลซี ลิเวอร์พูล ท็อตแน่ม ทีมเหล่านี้ดูดีและไปได้ไกลกว่าสองทีมของเมืองแมนเชสเตอร์เยอะเลยในขณะนั้น"

"เพราะถ้าตอนต้นฤดูกาล หรือแม้กระทั่งสัก5สัปดาห์ที่แล้ว ใครจะมาพูดว่าแมนยูจะตามลิเวอร์พูลทันนี่ ผมจะสวนไปเลยทันทีว่า ไม่อ่ะ เป็นไปไม่ได้หรอก"

"เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าซีซั่นนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว แมนยูไนเต็ดเต็มไปด้วย match-winnersมากมายหลายคน ทั้ง Edinson Cavani, Anthony Martial, Daniel James, Mason Greenwood, Bruno Fernandes, Paul Pogba, Marcus Rashford... พวกตัวเปลี่ยนเกมทั้งหลายเหล่านี้แหละ"

"พวกเขามักจะทำได้ในยามนั้น และหลายๆครั้งตัวเหล่านี้ก็ไม่ได้เล่นดีตลอดเวลาที่ส่งลงไปในสนาม"

"ผลงานมันดีขึ้นเรื่อยๆ การพัฒนาทีมกำลังก้าวไปข้างหน้า มันไม่ได้เป็นไปในทางที่แบบว่าเราโหมบุกอยู่ข้างเดียวแล้วก็ปิดบัญชีในสนาม เกมจริงพวกเขาอาจจะต้องใช้เวลานวดคู่แข่งอยู่นานเป็น10นาที ก่อนที่จะเปลี่ยนมาได้โหมบุกกระหน่ำเหมือนฝันร้ายของคู่แข่งในอีก10นาทีให้หลัง"

"มันยังมีเรื่องของการสร้างความมั่นใจขึ้นมาด้วย มีบางอย่างกำลังเจริญงอกงาม สปิริตของนักเตะที่ได้เห็นเวลาพวกเขาแสดงความยินดีร่วมกันหลังจากเกมจบมันสวยงามมากจริงๆที่ได้เห็นเช่นนั้น"

"ช่วงสองสามปีก่อน ผมชัดเจนนะว่า ช่วงนั้นผมไม่อยากเห็นทีมทำการสวมเสื้อแข่งสีแดงตัวนี้ลงทำการแข่งขันเลย พอมาถึงตอนนี้ ผมเริ่มรู้สึกเมื่อซีซั่นที่แล้วว่า เด็กๆดูมีความสุขมากขึ้น และซีซั่นนี้พวกเขาดูจะแฮปปี้กันจริงๆอีกครั้ง"

"ก็ไม่แน่นะใครจะรู้ ผมก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์ลีกหรอก ผมว่ายังไม่ถึงระดับนั้น ไม่แม้แต่จะใกล้เคียงด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกเขาก็ขึ้นมาแล้วจริงๆ และเป็นเพราะแบบนั้นผมถึงฟินและใจจดใจจ่ออยากให้ถึงเกมเยือนแอนฟิลด์เร็วๆซะเหลือเกิน และหวังว่าเราจะกระตุกหนวดเสือได้บ้างละน่า!"

ใช่ครับเฮีย ผมเชื่อว่าแฟนผีทุกคนก็คิดเหมือนเฮียนี่แหละ ว่ายูไนเต็ดยังไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถจะเป็นแชมป์ได้เลยหรอก เราต่างรู้อยู่แก่ใจดีว่าทีมยังต้องพัฒนาต่อไปอีกเรื่อยๆ ยังมีจุดอ่อนให้ปรับปรุงอีกเยอะ

แต่มีใครกล้าพูด100%ไหมล่ะว่า "ฤดูกาลนี้แมนยูไม่มีทางคว้าแชมป์ด้วยเด็กๆพวกนี้ได้หรอก"

ผมเชื่อว่าตอนนี้ไม่มีใครกล้าสบประมาทแมนยูที่พร้อมจะคัมแบ็ค และเบียดชนะคู่แข่งได้ด้วยนักเตะตัวตัดสินเกมที่มีอยู่เต็มทีมไปหมดเช่นนี้แน่นอน

ใครกล้าเสี่ยงก็เปิดมา

-ศาลาผี-

Reference

https://www.skysports.com/football/news/11095/12178938/gary-neville-podcast-manchester-united-match-winners-have-inspired-clubs-rise-up-the-table

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด