:::     :::

กำตั๋วให้แน่น อีกแค่180นาที

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
572
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ไม่เคยหลุดจาก 4 อันดับแรก นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลเป็นต้นมา คุณคิดว่าคือทีมใด?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้? เริ่มต้นไม่ดี เคยหล่นไปอยู่ถึงอันดับ 14 มาแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด? นี่หนักกว่า แพ้ถึง 3 จาก 6 เกมแรก
ลิเวอร์พูล? ปัจจุบันอยู่อันดับ 6
เชลซี? แฟร้งค์ แลมพาร์ด โดนไล่ออกตอนทีมหล่นไปอันดับ 9
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ อาร์เซน่อล? คงไม่ต้องพูดถึง
คำตอบคือ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นม้ามืดแย่งตั๋ว แชมเปี้ยนส์ลีก อีกฤดูกาล
ชัยชนะในแมตช์ที่ 36 เหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถูกพูดถึงประเด็นที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จัดชุดสองลงสนามเพราะมีเกมกับ ลิเวอร์พูล รออยู่ในอีกสองวันถัดมา จนใครๆ ลืมให้เครดิตทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส
จริงอยู่ เหตุผลเรื่องการจัดทัพก็มีส่วนไม่น้อย แต่ต้องไม่ลืมว่าในฤดูกาลนี้ เลสเตอร์ บุกชนะที่บ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแล้ว บุกชนะที่บ้าน อาร์เซน่อล มาแล้ว บุกชนะที่บ้าน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาแล้ว
แล้วทำไมจะบุกชนะที่บ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้?
เลสเตอร์ ยังเป็นทีมเดียวในฤดูกาลนี้ที่สามารถเอาชนะทีมในกลุ่ม 'บิ๊กซิกซ์' มาได้ทั้งหมด เพราะเปิดบ้านชนะ เชลซี กับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว
จะว่าไปแล้ว ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่มีความแตกต่างของ เลสเตอร์ เพราะในช่วงครึ่งซีซั่นแรก ร็อดเจอร์ส สร้างสรรค์เกมรุกจากความเร็วและความสวยงามของ เจมี่ วาร์ดี้, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์
แต่พอเสีย แมดดิสัน กับ บาร์นส์ ที่บาดเจ็บในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ก็มาได้อาวุธหนักในการทำประตูจาก เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ ที่ ร็อดเจอร์ส ต้องปรับเปลี่ยนแท็กติกไปจากเดิมด้วย
อีเฮียนาโช่ ไม่ได้มีบทบาทกับเกมรุกของ ร็อดเจอร์ส เลยตั้งแต่เปิดซีซั่นมาจนถึงเดือนมกราคม และกว่าประตูแรกในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้จะได้มา ต้องรอถึงเดือนกุมภาพันธ์
แต่พอปลดล็อกได้แล้ว ก็ไหลเป็นน้ำ ยิงไปถึง 10 ประตูจาก 10 เกมหลังสุดของทีม จนถึงตอนนี้ศูนย์หน้าไนจีเรียแซงหน้า วาร์ดี้ ขึ้นไปเป็นดาวซัลโวของทีมแล้วด้วยจำนวน 18 ประตู แบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 11, เอฟเอคัพ 4, ยูโรปาลีก 3
ขณะที่ วาร์ดี้ มีเพียงประตูเดียวจาก 12 เกมหลังสุดของทีมในพรีเมียร์ลีก แมดดิสัน ก็ยังไม่กลับสู่ฟอร์มเก่งนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา บาร์นส์ บาดเจ็บพักยาวมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และจะพลาดเป็นตัวเลือกลุยยูโร 2020 ด้วย
จึงถือเป็นโชคดีของ ร็อดเจอร์ส ที่ซีซั่นนี้บรรดาตัวรุกสลับกันแบกความหวังในการทำประตูของทีมในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน จนทำให้ เลสเตอร์ ไม่เคยหลุดออกจาก 4 อันดับแรกเลย (นับตอนจบแมตช์เดย์)
ฤดูกาลที่แล้ว เลสเตอร์ และ ร็อดเจอร์ส ต้องผ่านความผิดหวังอย่างรุนแรงมาแล้ว เมื่อถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เร่งเครื่องแซงในช่วงโค้งสุดท้าย จนเสียตั๋ว แชมเปี้ยนส์ลีก หลุดมือไป
ปีนี้ ร็อดเจอร์ส และลูกทีมหลายคน จึงมีบทเรียนราคาแพงอยู่ในความทรงจำ แต่ก็ใช่ว่า เหตุการณ์เลวร้ายแบบเดิมจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก
สถานการณ์ปัจจุบัน เลสเตอร์ เตะเกมที่ 36 ไปแล้ว มี 66 คะแนน ขณะที่เหลือ 2 เกมสุดท้าย บุก เชลซี และเปิดบ้านรับมือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเป็นสองเกมที่โคตรหนัก
คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด ยังไงก็ต้องเป็น ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งเตะ 34 เกม มี 57 คะแนน (ก่อนเกมเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
เมื่อดูจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่เหลืออยู่ของ หงส์แดง คาดการณ์ว่าทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเก็บ 9 คะแนนเต็มจาก 3 เกมสุดท้ายที่เยือน เวสต์บรอมวิช, เยือน เบิร์นลี่ย์ และเหย้า คริสตัล พาเลซ
ดังนั้นผลการแข่งขันที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จะทำให้มองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น กับการตัดสินโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่าง เลสเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล
แต่หาก เลสเตอร์ ไม่ต้องการมองเงื่อนไขอื่นๆ พวกเขาก็ต้องเก็บอีก 4 คะแนนจาก 2 เกมสุดท้ายให้ได้ ทีนี้ต่อให้ ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะรวดทั้ง 4 เกมที่เหลือ ก็ไม่มีโอกาสไล่แซงได้ทัน
เหลืออีกแค่ 180 นาทีสุดท้าย เลสเตอร์ จะกำตั๋ว แชมเปี้ยนส์ลีก ไม่ให้หลุดมือ หรือจะปล่อยให้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาต้องพังทะลายลงไปหมด อีก 11 วันรู้เรื่อง
แต่ก่อนจะถึง 2 เกมสุดท้าย เลสเตอร์ ต้องสร้างกำลังใจจากนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ เสียก่อน

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})