:::     :::

คิง ออฟ ลอนดอน

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
694
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
สามประตูในครึ่งหลังส่งให้ เชลซี บุกเอาชนะ สเปอร์ส ในเกมลอนดอน ดาร์บี้ พร้อมก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงด้วยประตูได้-เสียที่ดีกว่าใคร

แถมคลีนชีตในเกมนี้ยังทำให้ทีมไม่เสียประตูถึง 15 จาก 24 เกมภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ในเกมนี้ถือว่ามีจุดดีในแง่ของการแก้เกมในครึ่งของนายใหญ่ชาวเยอรมันหลังจากที่เกมครึ่งแรกดูจะติดๆขัดๆไปซะหมด

สามคะแนนในเกมดาร์บี้ที่ยากแบบนี้ยิ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้กับทีมในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในซีซั่นนี้

รำลึกถึง กรีฟซี่


ก่อนเริ่มเกมมีการรำลึกถึง จิมมี่ กรีฟส์ อดีตกองหน้าของสโมสรและยังเป็นอดีตแข้งของ สเปอร์ส ที่เพิ่งเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกมการแข่งขันที่บ้านพักในวัย 81 ปี โดยแฟนบอลทั้งสนามปรบมือกึกก้อง

กรีฟส์ ค้าแข้งกับ "สิงห์บลูส์" 4 ปีช่วงปี 1957-61 ลงเล่นไปรวม 169 เกมทำประตูไปถึง 132 ลูก ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 7 ของดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสรด้วย

การจัดทีม


11 คนแรกในทีมนี้มีจุดที่น่าเซอร์ไพรส์คือตำแหน่งผู้รักษาประตูเกมนี้ทาง โธมัส ทูเคิ่ล เลือกใช้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสา ส่วนตำแหน่งอื่น ติอาโก้ ซิลวา ยืนเซนเตอร์แล้วขยับ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไปยืนวิง-แบ็กขวาเนื่องจาก รีซ เจมส์ ติดโทษแบน ส่วนแนวรุก ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นแทน ฮาคิม ซิเย็ค

ตำแหน่งอื่นไม่เปลี่ยนแปลงมี อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, มาร์กอส อลอนโซ่, มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาท์ และ โรเมลู ลูกากู 

ทาง ทูเคิ่ล อธิบายการใช้ เกปา ยืนด่านสุดท้ายเกมนี้ว่า "มันเป็นเหตุการจากนาทีสุดท้ายของเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกที่ เอดู (เมนดี้) โดนอัดเข้าไป เราพยายามอย่างเต็มที่ในวันสุดท้ายแต่เขาไม่ฟิตเต็มที่"

"ดังนั้นในการฝึกซ้อมเราตัดสินใจว่าถ้าไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน เราก็จะให้ เกปา ได้เล่น"

ช่วงแรกที่สูสี


ทั้งสองทีมออกสตาร์ทด้วยการเล่นกันแบบระมัดระวังตัวกันมากกว่าทำให้โอกาสในการบุกลุ้นทำประตูนั้นจะมาจากการเล่นเกมโต้กลับ

ในภาพรวมทาง สเปอร์ส ถือว่าบุกได้วูบวาบทีเดียวแต่จังหวะเข้าทำก็ไม่ได้มีอะไร และในนาทีที่ 15 ของเกมจังหวะสวนของ เชลซี ได้ลุ้นเลย เมสัน เมาท์ กระชากบอลจากกลางสนามมาถึงหน้าเขตโทษก่อนรอจังหวะให้ โรเมลู ลูกากู ที่เติมขึ้นมาทางขวาจ่ายคืนให้ เมาท์ ยิงแต่บอลโดนไม่ดีเหมือนไม่คิดว่าจะได้บอลคืนแถม เอแมร์ซอน โรยาล ก็มาบล็อคไว้ด้วย

จากจังหวะนี้ทาง โธมัส ทูเคิ่ลออกอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดที่ทีมไม่สามารถคว้าประโยชน์จากการรุกได้ ซึ่งตลอดทั้งครึ่งแรกต้องบอกว่าเกมเต็มไปด้วยความอึดอัดซะมากกว่า

เกมรับอันยอดเยี่ยม


เกมรุกของ สเปอร์ส ดูไหลลื่นมากกว่าในการเข้าทำขาดแค่เพียงประตูเท่านั้น แต่ก็ต้องชมเกมรับของ เชลซี ที่ปักหลักกันได้อย่างดีเยี่ยมทั้งในจังหวะโอเพ่น เพลย์และลูกตั้งเตะ

โดยเฉพาะในจังหวะที่ ซน ฮึง-มิน ตวัดบอลให้ เซร์คิโอ เรกีลอน ได้ทะลุเข้าเขตโทษด้านซ้ายอย่างน่ากลัวแต่จังหวะสุดท้ายตัดสินใจเปิดและ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ก็ตามลงมาสกัดเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

และอีกครั้งจังหวะที่ โจวานนี่ โลเซลโซ่ จ่ายบอลให้ ซน ฮึง-มิน แตะเข้าเขตโทษแต่ เกปา เอาชีวิตเข้าแลกมารับบอลพร้อมกับโดนอัดเข้าไปจนต้องปฐมพยาบาลกันเลย

เปลี่ยนทีมและความสำเร็จจากลูกตั้งเตะ


ในช่วงพักครึ่งทาง โธมัส ทูเคิ่ล ตัดสินใจแก้เกมทันทีด้วยการส่ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ลงมาเล่นแทน เมสัน เมาท์ พร้อมกับขยับให้ มาเตโอ โควาซิช ขึ้นไปเล่นเกมรุกมากขึ้น 

และไม่ถึง 5 นาทีของครึ่งแรกทีมก็มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมทางซ้ายที่ มาร์กอส อลอนโซ่ เปิดเข้ากลาง ติอาโก้ ซิลวา เบียดขึ้นโหม่งบอลเสียบเสาเข้าไปให้ทีมออกนำ 1-0

หลังจากนั้นสกอร์เกือบขยับเพิ่มที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลจากทางขวา มาร์กอส อลอนโซ่ โฉบมาแปด้วยซ้าย อูโก้ โยริส หมดสิทธิ์ไปแล้วแต่ เอริก ดายเออร์ ที่ถอยมาช่วยสกัดเอาไว้ได้หวุดหวิด

เวลานี้แฟนบอลสีน้ำเงินร้างเพลงสนั่น "แชมป์ยุโรป เรารู้ว่าเราเป็นอะไร"

ประตูที่สองปิดเกม-ตอกย้ำชัยชนะ


8 นาทีหลังจากได้ประตูแรกสกอร์ขยับหนีเป็น 2-0 จังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช ไหลบอลเข้ากลางให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ สับไกนอกกรอบบอลพุ่งไปโดน เอริก ดายเออร์ เปลี่ยนทาง อูโก้ โยริส ได้แต่ยืนมองบอลกลิ้งชนเสาเข้าประตูไป

กลายเป็นว่า สเปอร์ส เล่นแบบถอดใจไปเลย งานหนักไปตกอยู่กับ อูโก้ โยริส ที่ต้องออกแรงเซฟทั้งลูกโหม่งของ โรเมลู ลูกากู และลูกยิงของ มาเตโอ โควาซิช แต่สุดท้ายก็มาโดนทีเด็ดของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ในช่วงทดเจ็บปิดท้ายให้ทีมคว้าชัย 3-0

ชัยชนะเหนือ สเปอร์ส ในเกมนี้ถือเป็นสกอร์เหนือคู่แข่งที่ดีที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษในการมาเยือนในเกมพรีเมียร์ลีกหลังเคยบุกชนะด้วยสกอร์เดียวกันเมื่อปี 2001


นอกจากนี้ชัยชนะเกมนี้ถือเป็นการชนะเกมเยือนใน "ลอนดอน ดาร์บี้" 6 เกมติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย

เกมถัดไป

ในวันพุธจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่นในฟุตบอลคาราบาว คัพโดยจะเปิดบ้านพบกับ แอสตัน วิลล่า เชื่อว่าจะมีการปรับทัพพักตัวหลักแล้วให้ตัวสำรองได้ลงเล่นกันบ้าง


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด