:::     :::

3 แต้มต่อลมหายใจ

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564 คอลัมน์ ฉันดูบอลที่ร้านเหล้า โดย ดากานดา
811
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
วรวุธ ศรีมะฆะ ไม่ต้องถูกโค้ชคีย์บอร์ดรัวตัวหนังสือถามหา มาดามแป้ง ได้ฉีกยิ้มบนใบหน้า นอนหลับเต็มตื่น

ชัยชนะ เหนือ สปป.ลาว 3-0 “ปลดล็อก” ความกดดันที่แบกไว้บนบ่านักเตะ และทีมสตาฟฟ์โค้ช

การพลาดท่าเสมอ มองโกเลีย ในนัดแรก ส่งให้ช้างศึก U23 ไม่มีชอยส์อื่นใด นอกจากบุกพังประตูเพื่อนบ้านในเกมนี้ให้ได้

“โค้ชโย่ง” ยังยึดคงไลน์อัพหลัก ปรับ 11 ตัวจริงเพียง 2 ตำแหน่ง ตะวัน โคตรสุโพธิ์ กับ อันโตนิโอ แสนใจรักษ์ สตาร์ทตัวจริงแทนที่ เบน เดวิส และ วันชาติ ชูสงค์ ที่บาดเจ็บ

เริ่มเกมช่วงแรก สิ่งที่เปลี่ยนไปจากนัดแรก ไทย พยายาม เซ็ตบอลเท้าสู่เท้ามากขึ้น ผู้เล่นพยายามขยับหาพื้นที่ ไม่โยนสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนเก่า

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีปัญหาให้เห็น การกะจังหวะบอลจากพิ้นสนามหญ้าเทียม หลายครั้งผิดพลาดขาด-เกินไปหมด โดยเฉพาะการเข้าพื้นที่สุดท้าย


เมื่อไม่สามารถกดดัน สปป.ลาว ได้เท่าที่ควร คู่แข่งจึงสามารถเซ็ตเกมเล่นตามแท็คติกตอบโต้ทีมไทยได้เช่นกัน สิ่งหนึ่งที่พอ “ชื้นใจ” โจนาธาน เข็มดี และ อันโตนิโอ แสนใจรักษ์ เก็บกินหมดจด ลดความเสียวเกมบุกลาวไปได้พอประมาณ

ทำให้ปัญหาเดียวของไทยในครึ่งชั่วโมงแรกคือ ยังไม่สามารถเจาะประตูได้ แม้จะมีโอกาส 2-3 หนก่อนหน้า ทว่าแนวรับ สปป.ลาว ยังช่วยกันปัดกวาดไว้ได้

เหมือน “โค้ชโย่ง” มองเห็นปัญหาในเกมรุก หากซื้อใจแนวรุกยื้อต่อไป ในเกมที่ต้องการประตู ดูจะส่งผลเสีย และเพิ่มความกดดัน

ม้านั่งสำรองทำงาน อิรฟาน ดอเลาะ กับ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ถูกส่งลงมาแทนที่ พงศ์รวิช จันทวงษ์ และ ตะวัน โคตรสุโพธิ์

รูปแบบการเล่นไม่เปลี่ยน แค่สลับให้ กรวิชญ์ ทะสา ลงมาเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ หลังยืนสูงแล้วแทบไม่มีโอกาสได้เล่นกับบอล โดยให้ ธีรศักดิ์ ไปยืนค้ำแทน

แดนกลางส่ง อิรฟาน มาเพิ่มมิติการออกบอล แบ่งเบาภาระ ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร ที่รับเหมาเป็นทั้งตัวสร้างสรรค์เกม และโฮลด์บอลคุมจังหวะกลางสนาม

การเซ็ตบอลทำได้ดีขึ้น ก่อนหมดครึ่งแรก 10 นาทีเศษ มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ กรวิชญ์ ลงต่ำมารับบอล ก่อนถูกเตะคว่ำในกรอบเขตโทษ เสียงนกหวัดดังทันที

“เจ้ากัน” ซัดเข้าไปแบบเฉียบ ๆ พาทีมขึ้นนำ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เกมครึ่งหลัง สปป.ลาว พยายามไล่เพรสซิ่ง แต่ไทยก็แกะได้เกือบหมด “บทเรียน” จากนัดก่อนที่นำแล้วประมาท หลายคนจำใส่ใจ จังหวะไหนไม่ชัวร์ขาดได้คือขาด ไม่เสียง่าย ๆ มีสมาธิกับเกม เน้นครองบอล ค่อย ๆ เซ็ตเกมหาช่องจากคู่แข่ง

นาฬิกาเดินเกือบครบชั่วโมง หลังหาพื้นที่เข้าทำ จักรกริช พาละพล จงอางน้อยจากถิ่นอีสาน แสดงความเลือดเย็นบวกประตูเพิ่มให้ไทยหนีเป็น 2-0


จากนั้นเกมของ สปป.ลาว ช็อตลงทันตาเห็น

ด้วยจังหวะการต่อเกมคู่แข่งที่ไม่แน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งสกอร์ตามหลัง 2 เมล็ด ทำให้ความผิดพลาดมีมากขึ้น และไทยก็ดักเก็บกินนิ่ม ๆ

ลูกทีม “โค้ชโย่ง” ไม่ตะบี้ตะบันบุกเข้าใส่ แต่ก็ไม่ได้ลงไปตั้งโซนรับอุดประตูจ๋า กองหน้ายังช่วยกันเพรสซิ่งตามจังหวะเกม แดนกลางคอยเกาะแกะสร้างความรำคาญให้เกมรุกลาวเล่นลำบาก เมื่อมีโอกาสค่อยหาจังหวะเข้าทำ

ไม่แปลกที่ ธนวัฒน์ จะกลายเป็นพระเอกในวันนี้ การคุมเกมตรงกลางทำได้อย่างหมดจด จังหวะออกบอลให้เพื่อนเล่นง่าย ทำให้ ลาวได้ แต่วิ่งไปวิ่งมา

ก่อนที่ไทยจะมา “ตอกฝาโลง” ประตูที่ 3 จากความสามารถของ “เจ้าซัน” ใช้ความแกร่งยื้อก่อนพลิกหลบ 2 ไปอัดแสกหน้านายด่าน สปป.ลาว พร้อมตอกหน้า “โค้ชคีย์บอร์ด” ที่รุมก่นด่า

จบเกม ไทยมีเพิ่ม 4 คะแนนจาก 2 เกม

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ “เป้าหมาย” 3 คะแนนในเกมนี้เพียงแค่ “ต่อลมหายใจ” ช้างศึก U23 เท่านั้น เมื่อหมุดหมายแท้จริงคือนัดชี้ชะตากับ มาเลเซีย ในเกมสุดท้ายที่เก็บมา 6 แต้มเต็ม

ชอยส์วันข้างหน้าเหมือนวันนี้ คือต้อง 3 คะแนนสถานเดียวหากต้องการเข้ารอบ

ทำการบ้านให้ละเอียด ลบความผิดพลาดให้ได้มากที่สุด

3 ประตูที่ถลุงใส่ สปป.ลาว จะไม่มีค่าใด ๆ หากเกมต่อไปไม่ได้เดินออกจากสนามในฐานะ “ผู้ชนะ”


คำค้นหา : ทีมชาติไทย
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด