:::     :::

คนเล็กหัวใจโต

วันเสาร์ที่ 08 มกราคม 2565 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
706
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจาก "อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน หันพวงมาลัยเลี้ยวกลับมาค้าแข้งในไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกครั้งในรอบกว่า 6 ปีครึ่ง แฟนบอลคงคิดว่าจะหาคนก้าวไปสร้างตำนานคว้าแชมป์เจลีก แบบ "โก๋อุ้ม ณ สายฟ้า" คงเป็นเรื่องยาก

เนื่องจาก “อุ้ม” คือนักเตะระดับแนวหน้าของลูกหนังไทยและแดนซามูไรในปัจจุบัน แถมเล่นอยู่กับทีมที่ได้ลุ้นแชมป์ทุกปีอย่าง โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส  

ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ล้วนเล่นอยู่กับทีมระดับกลางตารางทั้ง “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ หรือ “ย้า” สิทธิโชค ภาโส ที่ถูก เอฟซี ริวกิว ยืมตัวไปเล่นในลีกรองอย่างเจทู 

ส่วนนักเตะไทย ที่พอมีแววสร้างรอยเท้าของตัวเองในต่างแดนดันถูกต้นสังกัดดึงค่าตัวสูงอีก จนทีมเหล่านั้นไม่กล้าส่งขนมจีบ


จนกระทั่งสื่อดังของญี่ปุ่นตีข่าวดังไปทั่วแดนปลาดิบว่า คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ยอดทีมแห่งเจลีก เจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดแดนปลาดิบ 4 ครั้ง ในรอบ 5 ปีหลังสุด บรรลุข้อตกลงคว้าตัว “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางกัปตันทีมชาติไทย ดีกรีแข้งยอดเยี่ยมประจำศึกเอเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ไปร่วมทีม 

ข่าวนี้ถูกตีแผ่ผ่านสื่อดังของแดนปลาดิบ และที่สำคัญบอร์ดบริหารของทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ อย่าง โยชิโนซู โนโมมูระ ประธานสโมสร และฮิโรคัตสึ มิคามิ ผู้จัดการทั่วไป ได้ยืนยันว่าคือข่าวจริง 

พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างใกล้จะจบแล้วครับนาย สนนราคาโอนย้ายครั้งนี้ตีเป็นค่าเงินบาท อยู่ที่ 130,000,000 บาท เหลือเพียงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อไป


ทำให้ “เจ” ถูกจารึกว่าเป็นนักเตะไทยที่มีค่าตัวแพงที่สุด และกลายเป็นแข้งอาเซียนที่มูลค่ามากที่สุดอีกด้วย 

ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะนี่คือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของอาเซียน และอยู่ในช่วงพีกในชีวิตการค้าแข้ง

ขณะที่ “เจ” เองยอมรับว่ารู้สึกเซอร์ไพรส์ไม่น้อย ไม่คิดว่ายอดทีมเบอร์ 1 ของแผ่นดินซามูไรจะให้ความสนใจ และกล้าทุ่มเงินซื้อตัวเขาไปร่วมทีม

เป้าหมายต่อไปของ “เจ” ไม่มีอะไรมาก นอกจากพา “ฟรอนตาเล่” คว้าแชมป์เจลีก 3 สมัยติดต่อกันให้ได้ 

ซึ่งนั่นจะทำให้เขาจารึกประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เจลีก ต่อจาก “อุ้ม” 

ที่สำคัญ “เจ” จะได้กลับไปโลดแล่นในศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2022 หลังเคยเล่นในรายการนี้ล่าสุดสมัยค้าแข้งกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ในปี 2017

จากนี้ “เจ” คงได้พิสูจน์ฝีเท้าของตัวเอง ส่วนแฟนบอลคงจะได้เห็นการแอสซิสต์สวยๆ และการยิงประตูมากขึ้น เพราะองค์ประกอบของ “ฟรอนตาเล่” ดีกว่า “คอนซะ” มาก 


แถมมีตัวจบสกอร์ระดับท็อปคลาสอย่าง เลอันโดร ดามิเยา อดีตดาวยิงทีมชาติบราซิลเป็นคีย์แมนในแนวรุกด้วย

แถมกุนซืออย่าง โทรุ โอนิกิ ก็ชื่นชอบในการเล่นเกมรุก น่าจะทำให้ “เจ” ประตัวเข้ากับทีมใหม่ได้ไม่ยาก 

เพราะนอกจากประสบการณ์อันเหลือเฟือแล้ว “เจ” ยังเป็นนักเตะที่มีความเข้าใจแท็คติคสูง 


สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง รวมถึงมีเร็ว ความคล่องตัว สามารถเล่นได้ 2 เท้ายากต่อการจับทางของคู่ต่อสู้ 

เมื่อมองย้อนกลับไปต้องบอกว่าเข็มไมล์ลูกหนังของ “เจ” มาไกลมากๆ เพราะกว่าจะก้าวมาถึงตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

ด้วยรูปร่างที่เล็ก ทำให้ถูกดูแคลนจากเพื่อนและโค้ชบางคนว่าไม่เหมาะสมกับการเป็น “นักฟุตบอล” 

แถมถูกมองข้ามจากหลายทีมมานับไม่ถ้วน แต่ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ทำให้เขาก้าวข้ามอุปสรรคทุกอย่างมายืนตระหง่านแบบสง่างามบนลีกที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในเอเชียสำเร็จ

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะความขยัน อดทน พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และรางวัลที่เขาได้รับช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน 


จากนี้คงไม่มีอะไรมาหยุด “เจ” ได้ เพราะปรัชญาลูกหนังของเขาไม่มีทางลัด มีแต่ทางลุยเท่านั้น

นี่แหละคนตัวเล็กหัวใจโตตัวจริง จงเดินหน้าคว้าแชมป์เจลีกตามฝันให้ได้ครับ แฟนบอลไทยให้กำลังใจอยู่


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด