:::     :::

เรือยังเป็นเรือ

วันศุกร์ที่ 02 มีนาคม 2561 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
1,480
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ชัยชนะเหนือ อาร์เซน่อล พาให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง
แม้ว่ามองจากมุมไหน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็คงไม่พลาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดไปครองก็ตาม 
สกอร์ 3-0 เหมือนกับหนังม้วนเดิมกับเกมชิงถ้วยคาราบาว คัพ เมื่อวันอาทิตย์ เพียงแต่รายละเอียดปลีกย่อยแตกต่าง ทั้งเรื่องตัวผู้เล่น แผนการเล่น การจัดวางตำแหน่ง
แน่นอนว่าทัพ "เรือใบ" อยู่ในความกดดันที่น้อยกว่า จากคะแนนที่ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไกลพอสมควร แม้ว่าเกมนี้จะเป็นการเล่นเกมเยือนก็เถอะ
เป๊ป ปรับทัพเล็กน้อยจากเกมชิงถ้วยที่เล่นระบบ 4-2-3-1 มาเป็น 4-3-3 เอแดร์ซอน กลับมาเฝ้าเสาอีกครั้งหลังให้ เคลาดิโอ บราโว ลงเล่น แนวรับยึดชุดเดิมทั้ง ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี และ ดานิโล่ แดนกลางเปลี่ยน แฟร์นานดินโญ่ ออกแล้วขยับ เควิน เดอ บรอยน์ กับ ดาบิด ซิลบา ประสานงานกับ อิลคาย กุนโดกัน ส่วนแนวรุกให้ แบร์นาโด้ ซิลวา ประสานงานกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" และ เลรอย ซาเน่
ถือว่าชุดที่ส่งลงในเกมลีก "เต็ม" มากกว่าเกมเมื่อวันอาทิตย์ซะอีก ไม่แปลกใจที่ผลการแข่งขันจะไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไร
        
                                                          จังหวะปั่นด้วยซ้ายของ แบร์นาโด้ ซิลวา
แตต้องยอมรับว่าในรายละเอียดของรูปเกมอาจจะไม่ได้ง่ายเหมือนเกมลีก คัพ เพราะสนามก็ต่างกัน โดยเฉพาะที่เกมนี้เป็นการเล่นในบ้านของ อาร์เซน่อล เจ้าถิ่นยิ่งมีแรงกระตุ้นมากกว่าเดิมหลังจากที่โดนแฟนบอลจวกยับจากผลการในเกมที่เวมบลีย์ 
นัดนี้ทัพปืนใหญ่กระเตื้องขึ้นอย่างชัดเจน การต่อบอล การเข้าทำแทบจะทำได้ดีกว่า ซิตี้ ด้วยซ้ำ เพียงแต่ปัญหาอยู่ที่จังหวะทีเด็ดทีเด็ด
ต้องยอมรับจริงๆว่าแนวรุกของ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้จัดจ้านทุกตัว ใครเผชิญหน้าต้องยอมรับว่าไม่รู้เลยว่าจะประกบตัวไหนดียามต้องตั้งรับ ที่สำคัญคือ รวดเร็ว ฉับไว และหวังผลได้ แถมยังมีแถวสองที่พร้อมทะลวงตาข่ายจากนอกกรอบอีก
จากเปิดเกมที่ อาร์เซน่อล เดินหน้าเข้าใส่ต้องยกเครดิตให้ เอแดร์ซอน มือกาวบราซิลของเรือใบที่ไม่มีหลุดตำแหน่งเลย หรือเรียกได้ว่าการยืนตำแหน่งสุดยอดมาก
และในช่วงเวลาที่พอเหมาะนาทีที่ 15 ประตูแรกของเกมก็มา เลรอย ซาเน่ คนเดียวลากบอลดึงแนวรับของปืนใหญ่ตามมาเป็นพรวนก่อนไหลให้ แบร์นาโด้ ซิลวา แต่งหนึ่งทีก่อนปั่นด้วยซ้ายบอลเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม
ประตูที่สองยิ่งตอกย้ำความยอดเยี่ยมของซิตี้จากจังหวะเข้าทำ เลรอย ซาเน่ กระชากมาทางซ้าย จ่ายหักเข้ากลาง เซร์คิโอ อเกวโร่ จับหนึ่งทีรอจังหวะก่อนไหลส้นๆให้ ดาบิด ซิลบา เกี่ยวเข้าเขตโทษด้านซ้ายก่อนยิงข้ามตัว ปีเตอร์ เช็ก เข้าไป
            
                                                           เลรอย ซาเน่ กับประตูที่สามของเกม
ทั้งสองประตูแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของการเข้าทำทั้งคู่ที่แตกต่างกัน ซิตี้ ทะลวงตาข่ายด้วยการยิงที่เด็ดขาด แต่ทาง อาร์เซน่อล ในจังหวะจบสกอร์เหมือนลุกลี้ลุกลน หรืออาจจะเน้นมากจนเกินไปจนทำให้งานของ เอแดร์ซอน ไม่ได้ยากจนเกินไป
ยิ่งเล่นยิ่งง่าย เกมรุกจังหวะสวนกลับอันตรายอยู่แล้ว และก็เอาเพิ่มจนได้ กุน พาบอลขึ้นมาก่อนไหลให้ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายตัดหลัง ชโครดาน มุสตาฟี่ เข้าเขตโทษด้านขวา ไคล์ วอล์คเกอร์ ทะลุมาตบเข้ากลาง เลรอย ซาเน่ สอดตัดหน้า เอคตอร์ เบเยริน บอลกลิ้งเข้าประตูไปง่ายๆ
ถามว่ารูปเกมของซิตี้เหนือกว่ารึเปล่า ก็ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่ เพียงแต่จังหวะต่อบอลเข้าทำฝั่งเจ้าบ้านมักจะขาดๆเกินๆตลอด แม้ว่าจะได้บุกเยอะแต่กลับทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย
สกอร์ 3-0 แทบจะปิดเกมได้เลย ถ้าเป็นแฟนบอลปืนใหญ่คงปิดไฟนอนแบบไม่ต้องคิด ส่วนแฟนเรือใบยังเริงร่า
เข้าครึ่งหลังแม้จะตามหลังเยอะ แต่ต้องยอมรับว่า อาร์เซน่อล เองไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ เปิดฉากบุกต่อและโอกาสทองก็มาถึงเมื่อทีมมาได้จุดโทษเมื่อ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ไปเตะ เฮนริค มคิทาร์ยาน ร่วงลงไป
ความหวังถูกจุดประกายขึ้นมา และก็ดับลงอย่างรวดเร็วเมื่อ ปิแอร์ เอเมอริก-โอบาเมย็อง ยิงไปติดมือ เอแดร์ซอน ชวดได้ประตูตีไข่แตกไป
                    
                                                           จังหวะเซฟจุดโทษของ เอแดร์ซอน
ภาพตัดกลับไปที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ส่ายหัวพร้อมก้มหน้าอาจจะคิดว่า "นี่มันอะไรกันวะเนี่ย"
แมนฯ ซิตี้ ทำได้ดีอย่างชัดเจน เล่นกับพื้นที่ได้ดีกว่าทั้งที่ไม่ใช้บ้านตัวเอง ส่วนเกือบทุกครั้งที่บุกของ อาร์เซน่อล แทบจะต้องจ่ายบอลคืนหลังตลอด ทำให้สุดท้ายโดนคู่แข่งไปตั้งเกมรับจนแน่น พอเข้าทำเร็วได้ก็ขาดความเด็ดขาดไป
บทสรุปชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเก็บคะแนนทิ้งห่างอันดับสองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 16 คะแนน เหลือดารแข่งขันอีก 10 นัด ต้องการชัยชนะอีก 5 นัดก็จะคว้าแชมป์ไปครอง
อย่างไรก็ตามก่อนไปถึงตอนนี้คิดถึงสเต็ปแรกกับเกมวันอาทิตย์นี้ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชลซี ที่อยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาไม่แพ้กับ อาร์เซน่อล
ส่วนเรื่องฝันเล็กๆของแฟนบอลที่จะคว้าแชมป์ในเกมที่จะเปิดบ้านรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นก็ยังเป็นไปได้อยู่ แต่ก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ต้องควบคู่กันไป
แต่คงไม่มีอะไรสะใจเท่ากับการเก็บชัยชนะพร้อมกับได้แชมป์ในเกมพบอริร่วมเมืองอีกแล้วล่ะ



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด