:::     :::

คุ้มค่าหรือขาดทุน

วันอังคารที่ 26 กันยายน 2560 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
13,634
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
จากที่เคยเข้ามาทุ่มทุนสร้างอาณาจักรจนส่งผลให้ เชลซี ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังของอังกฤษ แต่มาวันนี้ โรมัน อบราโมวิช ได้เปลี่ยนแนวความคิดตรงนั้น



ไม่ใช่ว่าไม่ทุ่มหรือไม่คว้าดาวดัง แต่หลายปีหลังมานี้เขาเน้นทำธุรกิจที่คุ้มค่า คือหากจะซื้อเข้ามาต้องดูว่าคุ้มหรือไม่ และต้องมีการผ่องถ่ายนักออกไปเพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบไม่ใช่จ่ายอย่างเดียวแต่ไม่มีรายรับ

ถือเป็นการทำธุรกิจที่ฉลาดขึ้น และเน้นมากขึ้นเพราะมีบ่อยครั้งที่ 'เสี่ยหมี' ล้มเหลวจากการดึงนักเตะที่ตนเองชอบ (เป็นการส่วนตัว) เข้ามาแล้วผลงานแย่ ทำให้ดูเหมือนเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

นั่นคือเรื่องของวัฏจักรในความเป็นไป เมื่อซื้อมาก็ต้องขายไปเป็นธรรมดา ยิ่งในช่วงที่ตลาดกำลังโกลาหลจากปรากฏการณ์ 'เนย์มาร์' ทำให้ค่าตัวนักเตะดูจะแพงโอเวอร์ไปอย่างมาก

เหมือนกับข่าวที่ระบุว่า ประธานเจนัวตั้งค่าหัวไอ้หนู ปีเอโตร เปลเลกรี ไว้ที่ 40 ล้านปอนด์ ทั้งที่เพิ่งจะอายุ 16 ปี ทำให้หลายคนอุทานว่า 'บ้าหรือเปล่า?' เพราะแค่ 16 ปีค่าตัวขนาดนั้นแล้วบรรดาแข้งที่พิสูจน์ฝีเท้าได้แล้วล่ะจะมีค่าพุ่งสูงไปแค่ไหน

อย่างที่บอกนั่นแหละนักเตะคนเดียวสามารถป่วนเพดานค่าตัวได้มากมาย ไม่อยากจะคิดถึงซัมเมอร์ถัดไป (หรือเอาใกล้ๆแค่ช่วงเดือนมกราคมนี้) ว่าจะเป็นอย่างไร

เอาล่ะ ว่ากันเสียยืดยาวมาเข้าเรื่องวันนี้ดีกว่า พอดีหลือบไปเห็นเรื่องราวของทีมสิงโตน้ำเงินครามตัวนี้เลยอยากนำมาเสมอและให้แฟนบอลได้วิเคราะห์ตามกันด้วย

ประเด็นตอนนี้ว่ากันถึงนักเตะที่เชลซีปล่อยออกไปในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่ากว่า 500 ล้านปอนด์ !!! เลยทีเดียว

ส่วนจะมีใครกันบ้าง ราคาเท่าไหร่ ปล่อยไปแล้วคุ้มมั้ย แล้วตอนนี้กำลังทำอะไร ติดตามกันได้เลย








ออสการ์ - 60 ล้านปอนด์ ไป เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี


ไม่มีใครสงสัยเรื่องพรสวรรค์ของนักเตะแซมบ้ารายนี้อย่างแน่นอน แต่เขากลับไม่เคยแสดงมันออกมาเลยในเกมใหญ่สำคัญๆ - เชลซี จัดการฟันกำไรไป 35 ล้านปอนด์ ตอนที่ปล่อยให้ทีมดังจากจีนไปใช้งาน ซึ่งในความเป็นจริงนักเตะโดนต่อว่าพอสมควรถึงแรงมุ่งมั่นบวกกับแรงจูงใจที่ยอมทิ้งโอกาสการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอยู่กับลีกที่ด้อยคุณภาพอย่างจีน


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 9/10



ดีเอโก้ คอสต้า - 57 ล้านปอนด์ ไป แอตเลติโก มาดริด


กองหน้าชาวบราซิล (แต่เล่นให้ทีมชาติสเปน) ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สองสมัย ทั้งภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ และ อันโตนิโอ คอนเต้

แต่การใช้ชีวิตนอกสนามรวมไปถึงพฤติกรรมในสนามทำให้คอนเต้รู้สึกว่าต้องโล๊ะนักเตะรายนี้ออกไป ซึ่งมหากาพย์การย้ายทีมดำเนินมาตลอดช่วงซัมเมอร์ ก่อนจะมาสิ้นสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้

ค่าตัวของเขาบวกกับความสำเร็จที่ได้มา มันช่างคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าอะไร และนั่นทำให้คนลืมจำนวนเงินที่จ่ายไปให้กับ อัลบาโร่ โมราต้า เสียสนิท


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 8/10



ดาวิด ลุยซ์ - 50 ล้านปอนด์ ไป เปแอสเช


ไม่มีใครเชื่อกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ยอมจ่าย 50 ล้านปอนด์ แลกกับกองหลังแซมบ้ารายนี้ไปใช้งาน นอกจากนั้นพวกเขายิ่งต้องงงกันไปใหญ่เมื่อเชลซีซื้อลุยซ์กลับมาในราคา 18 ล้านปอนด์ เท่านั้น แถมตอนที่


ซื้อมาจาก เบนฟิก้า ก็จ่ายไปแค่ 21 ล้านปอนด์ บอกได้คำเดียวว่าคุ้ม


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 9/10








เนมานย่า มาติช - 40 ล้านปอนด์ ไป แมนฯ ยูไนเต็ด


เป็นอีกคนที่เป็นฟันเฟืองพาทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2014/15 โดยตอนนั้นเขากลับมาจาก เบนฟิก้า ด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ แม้ว่าการปล่อยให้ยูไนเต็ดจะได้กำไรเยอะพอสมควร แต่มันเป็นเรื่องที่ยังต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าโรมัน 


อบราโมวิช คิดถูกหรือเปล่าที่ปล่อยให้คู่แข่งแย่งแชมป์เอาตัวไปใช้งาน เพราะตอนนี้นักเตะกำลังไปได้สวยในสีเสื้อสีแดงของยูไนเต็ด


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 4/10



ฆวน มาต้า - 37.1 ล้านปอนด์ ไป แมนฯ ยูไนเต็ด


มาต้าถือเป็นขวัญใจแฟนบอลเชลซีพร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรรวมไปถึงแอสซิสต์เยอะที่สุดในฤดูกาล 2012/13 แต่หลังจากที่ มูรินโญ่ รีเทิร์นเขาถูกส่งต่อไปให้ยูไนเต็ดใช้งาน ตอนนั้นมีคำถามว่าเป็นเพราะการเล่น


เกมรับที่ไม่ดีทำให้มาต้าต้องอัปเปหิออกไปใช่หรือไม่ แต่มันก็ไม่ชัดเจนเพราะทั้งสองร่วมงานกันอีกครั้งที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และนักเตะก็เป็นตัวเลือกแรกเสมอ


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 6/10



โรเมลู ลูกากู - 28 ล้านปอนด์ ไป เอฟเวอร์ตัน


ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ตอนนั้นที่ปล่อยลูกากูออกไปเชลซีดูจะได้กำไรมหาศาลจากเด็กคนหนึ่งที่ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นทีมชุดใหญ่ แต่หลังจากนั้นสิงห์บลูส์กลับต้องไปแย่งตัวคืนมาจากทอฟฟี่สีน้ำเงิน ทว่าดันมาแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยอมจ่ายมากกว่าถึง 75 ล้านปอนด์ และโบนัสอีก 15 ล้านปอนด์ 


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 2/10







รามีเรส - 25 ล้านปอนด์ ไป เจียงซู ซูหนิง


อีกหนึ่งนักเตะแซมบ้าที่หนีไปโกยเงินหยวนซึ่งเชลซีสามารถทำกำไร 6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับระยะเวลาที่รับใช้สโมสรและจำนวนอายุที่ตอนนั้นเกือบจะสามสิบแล้ว


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 8/10



อันเดร เชือร์เล่ - 23 ล้านปอนด์ ไป โวล์ฟสบวร์ก


หลังจากคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 กับเยอรมัน เชือร์เล่ ย้ายจากเลเวอร์คูเซ่น มาร่วมทีมสิงโตน้ำเงินครามด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ เขาอาจจะมีความเร็วแต่มูรินโญ่กลับไม่มั่นใจว่านักเตะจะดีพอเลยจัดการปล่อยให้ โวล์ฟสบวร์ก ไปในที่สุด


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 8/10



นาธาน อาเค่ - 20 ล้านปอนด์ ไป บอร์นมัธ


แนวรับชาวฮอลแลนด์รายนี้มาอยู่กับทีมเยาวชนเชลซีตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่ดูเหมือนว่าเคมีของนักเตะและสโมสรจะไม่ตรงกัน เขาไม่สามารถก้าวมาเป็นกำลังหลักในทีมชุดใหญ่ได้สักที เลยทำให้ทีมต้องปล่อยตัวไปให้ บอร์นมัธ และมันเป็นการลงทุนที่ดีและคุ้มค่าพอสมควร


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 7/10



เควิน เดอ บรอยน์ - 18 ล้านปอนด์ ไป โวล์ฟสบวร์ก


ย้ายมาจาก เกงค์ ทีมในเบลเยียม ด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านปอนด์ ทว่าต้องมาแบกรับความคาดหวังมหาศาล แต่เขากลับไม่ลงล็อกกับเชลซีและต้องการย้ายทีมไปหาตำแหน่งที่เหมาะสม จากโวล์ฟสบวร์กเขาย้ายไปแมนฯ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 54 ล้านปอนด์ และที่นั่นเขากลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 2/10







ฮวน กวาดราโด้ - 17.3 ล้านปอนด์ ไป ยูเวนตุส


หลังย้ายมาจาก ฟิออเรนติน่า ด้วยค่าตัวกว่า 23.3 ล้านปอนด์ นักเตะกลับไม่มีโอกาสในทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เท่าที่ควร แต่การเล่นให้กับทีมชาติรวมไปถึง ยูเวนตุส กลับทำให้เขาดูดุดันและอันตรายเป็นอย่างมาก สิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นที่


เชลซี และท้ายที่สุดกวาดราโด้ต้องจากไปอยู่กับม้าลายในตูริน


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 3/10



โมฮาเหม็ด ซาลาห์ - 14.5 ล้านปอนด์ ไป โรม่า


คล้ายๆกับกวาดราโด้ ที่เจอประสบการณ์อันขมขื่นในสีเสื้อน้ำเงินของเชลซี ก่อนจะย้ายไปเล่นในอิตาลีกับฟิออเรนติน่า และโรม่า ซึ่งทีมขายให้หมาป่ากรุงโรมพร้อมฟันกำไร 3.5 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตามดาวเตะชาวอียิปต์เหมือนเกิดใหม่ เขาโชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมก่อนจะย้ายกลับพรีเมียร์ลีกโดยคราวนี้เลือกไปอยู่กับหงส์แดง - และตอนนี้ดูสิ่งที่เขาทำให้กับลิเวอร์พูลสิ


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 2/10



ฟิลิเป้ ลุยส์ - 11 ล้านปอนด์ ไป แอต.มาดริด


ย้ายมาร่วททีมในช่วงสั้นๆ 1 ฤดูกาล และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง แต่หลังจากนั้นอดคิดถึงหมีไม่ไหวเลยต้องขอย้ายกลับสเปนไปด้วยค่าตัวเพียง 6 ล้านปอนด์ เท่านั้น


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 2/10







ปีเตอร์ เช็ก - 10 ล้านปอนด์ ไป อาร์เซน่อล


ในยามที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก้าวขึ้นมาพิสูจน์ตนเองได้แล้วว่าสามารถเป็นมือ 1 ของทีมในระยะยาวได้ นั่นหมายถึงเวลาที่ ปีเตอร์ เช็ก ต้องไป แต่มันเร็วไปหรือเปล่าที่เช็กต้องอำลาสแตมฟร์ด บริดจ์ แถมจุดหมายปลายทางยังเป็นทีมอริร่วมลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล 


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 4/10



ไรอัน เบอร์ทรานด์ - 10 ล้านปอนด์ ไป เซาธ์แฮมป์ตัน


เชลซี คิดอยู่นานสองนานว่าจะขายเบอร์ทรานด์ออกไปดีหรือเปล่า หลังจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ แต่นักเตะอยากไป เซาธ์ฯก็อยากได้ ทำให้ทั้งสองบรรจบกัน แต่ลองคิดดูหากตอนนี้เบอร์ทรานด์ยังอยู่ คอนเต้คงพออก


พอใจที่มีวิงแบ็กซ้ายสองคนที่เติมเกมรุกสุดมันในทีม


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 2/10



อัสเมียร์ เบโกวิช - 10 ล้านปอนด์ ไป บอร์นมัธ


สร้างผลงานได้ดีในตอนที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ หายไปจากอาการบาดเจ็บ พร้อมลงเฝ้าเสาไปถึง 25 เกมในฤดูกาล 2015/16 แต่ในยามที่จอมหนึบจากเบลเยียมกลับมา เบโกวิชก็เป็นเพียงพระรองที่ไปนั่งคุยกับเพื่อนที่ม้านั่งสำรอง และการขายทอดออกไปพร้อมกำไร 2 ล้านปอนด์ ถือว่าคุ้มค่ามาก


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 8/10



จอห์น โอบิ มิเกล - 9 ล้านปอนด์ ไป เทียนจิน 


อยู่กับทีมมา 10 ปีคว้าแชมป์ลีก 2 ครั้งกับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 หน แต่หลังจากทีมมีการเปลี่ยนแปลงในแดนกลาง มิเกล ต้องจำใจลดบทบาท ก่อนจะย้ายไปเล่นในลีกจีน ซึ่งสิงห์บลูส์ก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 8/10



แบร์ทร็องด์ ตราโอเร่ - 8.8 ล้านปอนด์ ไป ลียง


ได้รับคำชมจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ว่ามีทักษาะอันยอดเยี่ยม ทว่า มุมมองนี้ต่างจาก อันโตนิโอ คอนเต้ สิ้นเชิง แม้จะสามารถพิสูจน์กับ อาแจ็กซ์ ได้เป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็ต้องย้ายตัวเองไปหากินในฝรั่งเศส


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 5/10





เดมบา บา - 8 ล้านปอนด์ ไป เบซิคตัส 


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 7/10



ปีปี ชีโลโบชี่ - 8 ล้านปอนด์ ไป ซันเดอร์แลนด์


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 9/10



คริสเตียน อัตซู - 6.2 ล้านปอนด์ ไป นิวคาสเซิ่ล


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 6/10



แพทริค แบมฟอร์ด - 6 ล้านปอนด์ (อาจจะเพิ่มไปเป็น 10) ไป มิดเดิ้ลสโบรช์


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 8/10



เนธาเนี่ยล ชาโลบาห์ - 5 ล้านปอนด์ ไปวัตฟอร์ด


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 2/10



โอริโอล โรเมว - 5 ล้านปอนด์ ไป เซาธ์แฮมป์ตัน


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 3/10



สติเป้ เปริก้า - 3.4 ล้านปอนด์ ไป อูดิเนเซ่


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 7/10



มาร์โค มาริน - 3 ล้านปอนด์ ไป โอลิมเปียกอส


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 3/10



โดมินิค โซลันกี้ - 3 ล้านปอนด์ ไป ลิเวอร์พูล


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 1/10



กาแอล กากูต้า - 2.5 ล้านปอนด์ ไปเซบีย่า


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 7/10



พาทริค ฟาน อานโฮลท์ - 1.5 ล้านปอนด์ ไป ซันเดอร์แลนด์


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 3/10



จอร์จ เซวิลล์ - 1 ล้านปอนด์ ไป วูล์ฟแฮมป์ตัน


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 7/10



จอช แม็คเอคราน -750,000 ปอนด์ ไป เบรนท์ฟอร์ด


ความคุ้มค่าในการลงทุน - 5/10










ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด