:::     :::

มุมมองคนลูกหนังไทยหลังถูกอุรุกวัยสอนเชิงบอล

วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
3,189
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ถือเป็นดรีมแมตช์ที่หาโอกาสไม่ได้ง่ายนักที่ทีมชาติไทย จะได้เผชิญหน้ากับยอดทีมระดับโลกอย่าง อุรุกวัย แม้ต้องปราชัยขาดลอยแบบสู้ไม่ได้ถึง 0-4 ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าแท้จริงแล้วระดับของเราห่างจากทีมอันดับ 7 ในฟีฟ่าแรงกิ้งมากเพียงใด ที่สำคัญถือเป็นกำไรชีวิตของทุกคนที่มีส่วนร่วมกับเกมนี้ ส่วนมุมมองของคนในวงการลูกหนังจะมองว่า "ช้างศึก" มีผลงานเป็นอย่างไรและได้ประโยชน์อะไรบ้างจากแมตช์นี้รวมถึงการไปร่วมศึกไชน่า คัพ 2019 ลองมาติดตามดูกัน


ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

ได้ประโยชน์มากมายเลยล่ะครับ เพราะการเจอทีมระดับโลกช่วยสอนให้เรารู้ว่าทีมระดับนี้เขาเล่นยังไง เกมรุก,เกมรับ, การเล่นเป็นกลุ่ม, การเล่นเป็นทีม หรือการเล่นด้วยความสามารถเฉพาะตัว เขาเคลื่อนที่ยังไง จ่ายบอลยังไง ซึ่งเขาเหนือกว่าเราในทุกด้าน ตัวนักเตะเองก็มีแต่กำไร มันถือเป็นโบนัสที่เราได้รับเชิญไปแข่งแล้วก็ได้เจอทีมอันดับ 7 ของโลก ซึ่งถ้าเราจ้างเขามาเตะเองก็คงต้องเสียเงินเยอะมาก และก็ไม่รู้ว่าถึงมีเงินจ้างแล้วเขาจะมาหรือเปล่า 

ตอนผมเป็นนักเตะผมเคยดวลกับ ดิเอโก้ มาราโดน่า, คาร์ล ไฮม์ รุมเมนิกเก้ มาแล้วตอนเล่นทีมดาราเอเชีย ตอนเล่นทีมชาติก็เคยเจอเดนมาร์กที่มี ไมเคิ่ล และ ไบรอัน เลาดรุ๊ป มี ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เป็นประตู เคยเจอทีมชาติระดับโลกอย่าง โรมาเนีย หรือ บัลแกเรีย การได้เจอกับทีมระดับนี้มีประโยชน์หรือไม่มันอยู่ที่แต่ละคนครับ ตัวผมเองก็นำเอาเทคนิคต่างๆ จากนักเตะที่เราได้เจอมาปรับใช้ การได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองเองถึงในสนาม ได้เตะเขา เขาได้เตะเราจริงๆ นี่แหละ คือประสบการณ์ที่สำคัญมากๆ สมัยนี้นักเตะมีช่องทางการเรียนรู้เยอะมาก ไม่ว่าจะจากการลงเล่น, จากยูทุบ หรือจากการถ่ายทอดสดทางทีวี ความเป็นมืออาชีพของผู้เล่นก็สูงขึ้น เพราะมันเป็นอาชีพแล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ทำรายได้ไม่ได้มากแบบนี้ เพราะฉะนั้นนักเตะต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอด้วยครับ

แต่ผมมองว่านักเตะชุดนี้ก็มีบางคนที่สามารถสู้กับทีมระดับนี้ได้นะ แต่อย่างว่านักเตะของอุรุกวัยเขาอยู่ในระดับสูงทุกคน เทียบตัวต่อตัวเขาห่างจากเราแน่นอน อย่าง ชนาธิป เองจริงๆ แล้วก็สู้ได้นะ แต่องค์ประกอบของทีมเราไม่ได้อำนวยให้มากนัก ในบางจังหวะที่จ่ายให้เพื่อนไม่ได้จึงต้องพยายามพาบอลไปเอง ซึ่งคนเดียวมันก็สู้คนเก่งๆ 11 คนไม่ได้หรอก นักเตะทุกคนได้เรียนรู้หมดแหละ หรือแม้แต่ โค้ชโต่ย หรือ โค้ชโชค เองก็ตาม อยู่ที่ว่าจะนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ได้หรือเปล่า 

อย่าง ชนาธิป เนี่ยผมเชื่อว่าเขาสามารถไปเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมัน ได้แล้วครับ แต่คงต้องเป็นทีมระดับกลางถึงล่าง เขาถึงจะมีโอกาสได้ลงเล่น ถ้าไปอยู่ทีมระดับท็อป การแข่งขันภายในทีมคงจะสูงเกินไป แล้วก็คงหาโอกาสลงสนามยาก นักเตะทุกคนแหละถ้าได้เล่นกับคนเก่งก็จะเก่งตาม แต่ความสามารถของตัวเองก็ต้องเก่งพอที่จะประสานงานกับคนเก่งๆ ด้วยนะ ถ้าคนไม่เก่งไปอยู่กับคนเก่งมันก็จะกลายเป็นตัวถ่วง ชนาธิปเนี่ยผมเห็นว่าความสามารถของเขาสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับทีมใหญ่ๆ ได้ ถ้ามีคนเคลื่อนที่คอยซัพพอร์ทเขาได้มากกว่านี้ 


เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

เป็นโอกาสดีมากๆ ครับที่เราได้ไปแข่งขันรายการนี้ เพราะนอกจากเราจะได้ล้างแค้นจีนแล้ว เรายังได้เจอทีมระดับสูงอย่างอุรุกวัย มันเหมือนเราได้โบนัสน่ะแหละ เรื่องผลแพ้ชนะไม่สำคัญหรอก ถามว่าเราสู้เขาได้มั้ย พี่โก้เองก็คิดว่าเราสู้ไม่ได้หรอก เพราะเขาแข็งแกร่งแล้วก็มีความช่ำชองในการเล่นฟุตบอลสูงกว่าเรามาก แต่ละคนค้าแข้งอยู่ในทีมชั้นนำของโลกทั้งนั้น หลายๆ คนก็เล่นอยู่ใน ลา ลีกา สเปน เขามีประสบการณ์เหนือกว่าเรา ได้เจอนักเตะที่แข็งแกร่งกว่าเราอยู่ทุกๆ สัปดาห์ เราโชคดีมากที่ได้เจออุรุกวัยโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเลย เป็นกำไรชีวิตของน้องๆ เลยนะที่ได้ลงเล่นในเกมแบบนี้

แต่สิ่งนึงที่พี่โก้ประทับใจก็คือพี่ได้เห็นน้องๆ ที่พี่เคยเรียกมาติดทีมชาติแต่ในตอนนั้นอาจจะยังไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไหร่เพราะเขายังไม่ได้สัมผัสเกมลีกมากนัก แต่ตอนนี้หลายๆ คนกลายเป็นตัวหลักของสโมสรไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สุพรรณ ทองสงค์ หรือ นัสตพล มาลาพันธ์ ตอนนี้เขาสามารถเป็นตัวเลือกที่ดีของทีมชาติไทยแล้ว พี่เห็นพวกเขาได้ลงเล่นก็รู้สึกภูมิใจไปกับเขาด้วย

สำหรับผลงานของทีมชาติไทยพี่คิดว่าผู้เล่นที่ไปค้าแข้งต่างแดนแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกับผู้เล่นในไทยลีกเยอะเลยทีเดียว พี่อยากเห็นน้องๆ ไปเล่นต่างประเทศกันเยอะๆ เราอย่าไปปิดกั้นโอกาสของเด็กพวกนี้ เพราะเมื่อเขากลับมารับใช้ทีมชาติไทย ไม่ใช่แค่ทีมชาติแต่วงการฟุตบอลไทยก็จะพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก ยิ่งถ้าไปกันตั้งแต่อายุน้อยๆ ยิ่งดีเลยครับ


วิทยา เลาหกุล

นักเตะของเราเป็นรองอุรุกวัยในทุกๆ ด้าน แต่การเจอทีมที่แข็งแกร่งกว่าก็มีวิธีการรับมืออยู่ หากเราจะใช้วิธีตั้งรับและรอสวนกลับ นักเตะเราก็ต้องมีความเร็วและความแข็งแกร่งที่สู้กับเขาได้ แต่นักเตะไทยนั้นความเร็วและความแข็งแกร่งสู้เขาไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นเกมสวนกลับก็ไม่มีทางไปทำอะไรเขาได้ เรื่องนี้แต่ละคนคงต้องนำกลับมาฝึกฝนตัวเอง มันฝึกกันได้ครับ ความเร็วกับความแข็งแกร่งไม่ใช่แค่เรื่องสรีระหรือสมรรถภาพทางร่างกาย แต่มันรวมถึงเหลี่ยมบอล ทิศทางการวิ่ง น้ำหนักการจ่ายบอล และอีกหลายๆ อย่าง 

เราอาจจะเห็นว่านักเตะไทยเวลาเจอทีมที่ระดับไม่ต่างกันมาก อย่างเช่นจีน หรือทีมในเอเชียด้วยกัน การต่อบอลสั้นทำได้ หรืออาจจะเลี้ยงหลบผ่านไปได้ แต่มันใช้ไม่ได้กับทีมที่เขาเจนจัดกับเกมคุณภาพสูงๆ อยู่ตลอด เพราะเขาสามารถดักได้หมด ชนาธิป เองก็ได้การบ้านกลับไปพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม มันเป็นผลดีอยู่แล้วครับ หากในอนาคตเขาได้ไปค้าแข้งในยุโรป เขาก็ต้องรู้วิธีการสู้กับนักเตะที่แข็งแกร่งแบบนี้ ในไทยหรือญี่ปุ่นเขาอาจจะแตะหลบหรือพลิกบอลได้ไม่ยาก แต่กับระดับโลกมันยากกว่านั้น เขาก็ต้องไปฝึกเรื่องความเร็วและความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีก

นัดนี้น่าจะมีแมวมองมาดูผลงานของนักเตะไทยอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะในยุโรปหรือเอเชีย ถ้าถามว่าเขาจะประเมินให้นักเตะไทย อย่างเช่น ชนาธิป ว่าผ่านหรือไม่ ผมก็ยังมองว่าน่าจะผ่านนะ เพราะเขาต้องดูองค์ประกอบในทีมด้วย ถ้าหากชนาธิปไปอยู่ฝั่งอุรุกวัย หรือทีมที่แข็งแกร่งกว่านี้ ก็คงช่วยสร้างโอกาสได้มากมาย ฟุตบอลมันไม่ได้เล่นกันคนเดียว ยิ่งระดับสูงขึ้นไป การเล่นเป็นทีมก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น 

ทีมระดับอุรุกวัยเขาต้องศึกษามาก่อนอยู่แล้วครับ ว่านักเตะของฝั่งตรงข้ามคนไหนที่เป็นคนทำเกม และเขาก็ต้องตัดออกจากเกมไม่ให้สร้างโอกาสได้ เขาไม่มีประมาทโดยเฉพาะทีมจากอเมริกาใต้ที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก สังเกตดูว่าเวลาเราจ้างทีมจากยุโรปมาเตะที่บ้านเรา เทียบกับทีมจากอเมริกาใต้หรือแอฟริกา จะมีความทุ่มเทต่างกันมากเลย 


ไพโรจน์ พ่วงจันทร์

นักเตะเราสู้เขาไม่ได้จริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นนิว หรือคนอื่นๆ เท่าที่ดูก็เสียบอลง่ายเหมือนกันหมด จังหวะจ่ายบอลสั้นๆ ที่เราเคยทำได้ อุรุกวัยเขาก็เข้ามาแย่งได้ง่ายๆ นั่นคงเพราะประสบการณ์ฟุตบอลที่ต่างกันมาก บางครั้งแค่เขาแหย่ขาดักไว้ก็แย่งบอลไปได้แล้ว ความสามารถเฉพาะตัวของเขาดีทุกคน แต่ของไทยอาจจะมีแค่บางคนที่พอสู้ไหว นักเตะที่ไปเล่นเจลีกทั้ง อุ้ม, นิว หรือ เจ ผมว่าแรกๆ ก็พอไหวนะ แต่พอนานๆ ไปก็ต้องยอมรับว่าเขาเหนือกว่าเราทุกอย่าง

จริงๆ แล้วผมว่าไทยเราก็มีการสร้างโอกาสเข้าทำสวยๆ ได้อยู่เหมือนกันนะ เจอทีมระดับนี้แล้วทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าน่าชื่นชมแล้ว ถ้าเป็นทีมในเอเชียด้วยกันเราก็น่าจะสู้ได้ดีกว่าเมื่อก่อน นักเตะทุกคนได้ประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากมายครับ อย่างกองหลังก็คงต้องพัฒนากันต่อไปในวิธีการเล่นเกมรับ นัดนี้ได้รู้ว่ากองหน้าระดับนี้เขามีไทม์มิ่งในการขึ้นโหม่งยังไง เหลี่ยมก่อนขึ้นโหม่งทำยังไง เขาทำให้ทุกอย่างมันดูง่ายไปหมดได้ จังหวะลูกเซ็ตพีซที่เรามักจะเสียประตูมันเกิดจากการประกบตัว ที่เรามักจะมองที่บอล แต่ไม่ได้มองการวิ่งของคู่แข่ง

ส่วนแดนกลางก็ได้เรียนรู้ว่าเจอกลางแข็งๆ เขาจ่ายบอลยังไง การวิ่งของผู้เล่นที่ไม่มีบอลเขาเคลื่อนที่แบบไหน การเลี้ยงบอลจากที่เคยแตะนิดเดียวแล้วไปได้ แต่กลางของทีมระดับนี้เขาไม่ปล่อยให้เลี้ยงผ่านได้ง่ายๆ หรือกองหน้าเองก็ได้เจอกองหลังที่เขาว่ากันว่าเก่งที่สุดในโลก เป็นประสบการณ์ที่ถึงมีเงินก็อาจหาซื้อไม่ได้ครับ

ผมว่าตอนนี้ทีมชาติไทยพัฒนาขึ้นเยอะ พอได้นักเตะที่คุ้นเคยกันกลับมาในทีม หรือแม้แต่ตัวสำรองก็เห็นว่าหลายๆ คนพอเริ่มปรับตัวได้ก็ทำได้ดี ซึ่งถ้าเรานำประสบการณ์ตรงนี้มาปรับใช้ได้ เวลาเจอกับทีมในเอเชียด้วยกันก็คงจะสู้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ 


สุรพงษ์ คงเทพ

สู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงครับ แต่ก็ถือว่าได้ประสบการณ์เยอะเลย ผมไม่ได้มองไปที่รายบุคคลเท่าไหร่นะ แต่มองรวมๆ ในเรื่องเกมรับเกมรุกและการสร้างสรรค์โอกาสมากกว่า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพวกที่เล่นในไทยหรือทีไปญี่ปุ่นก็ยังช่ำชองในเกมฟุตบอลน้อยกว่าอุรุกวัยอยู่มากครับ อย่าง ชนาธิป ผมยอมรับเลยนะว่าเขาเก่งมาก นัดนี้ผมไม่ได้อยากเห็นว่าเขาจะเลี้ยงผ่านอุรุกวัย 3-4 คนเหมือนอย่างที่แฟนบอลจินตนาการไว้หรอก แต่ผมอยากเห็นวิธีคิดวิธีการเล่นของ เจ ว่าเขาจะเอาตัวรอดยังไงในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งผมเห็นว่าเขาก็เป็นคนที่สร้างโอกาสให้ไทยได้มากที่สุดแล้ว แต่คนๆ เดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในเกมได้ขนาดนั้นหรอกครับ ถ้าเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งทุกคน

เราต้องหาโอกาสเจอทีมระดับสูงๆ บ่อยๆ ผมไม่ได้หมายความว่าต้องไปเจอกับทีมอย่าง อุรุกวัย นะ เอาแค่ในเอเชียด้วยกันนี่แหละครับที่เราต้องเจออยู่แล้ว อย่างเช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, กาตาร์ที่เพิ่งได้แชมป์เอเชียนคัพ หรือพวกตะวันออกกลางอย่าง อิหร่าน, ซาอุฯ อะไรพวกนี้ ถ้าเจอบ่อยๆ ความมั่นใจมันก็มีมากขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นคือได้เจอทีมเก่งๆ แล้วนำมาเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์อะไรได้บ้างทั้งโค้ชและนักเตะ ต่อให้เกมนี้เราเจอ อุรุกวัย นัดต่อไปเจอ บราซิล เจอ อาร์เจนติน่า แล้วไปเจอเยอรมันต่อเลย มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรถ้านำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้

การที่นักเตะไทยได้ไปเล่นเจลีกมันก็คงช่วยได้ส่วนหนึ่ง คนที่ไปเล่นอาจจะุคุ้นเคยจนไม่รู้สึกกลัวนักเตะญี่ปุ่น แต่อย่าลืมนะว่าทีมชาติญี่ปุ่นน่ะเขาไปอยู่ยุโรปกันแทบทั้งทีมแล้ว เวลาที่เราพัฒนาขึ้นมาทีมอื่นเขาก็พัฒนาหนีออกไปเหมือนกัน เป็นระดับเลเวลขึ้นไป อย่างน้อยๆ ตอนนี้ผมว่าไทยเราก็พัฒนาขึ้นมาอีกเลเวลนึงแล้ว แต่จะไปถึงขั้นต่อกรกับทีมใหญ่ของเอเชียได้แค่ไหนนั้น ก็อยู่ที่เราจะพัฒนาต่อไปยังไง 

จากนี้จีนเขาคงจองคิวเราไปอีกนานแหละครับ เพราะแพ้ชนะกันไม่ขาด และทางเขาคงค้างคาใจอยู่แน่ๆ ก็เป็นผลดีครับ ถ้าเขาเชิญเราไปเตะทัวร์นาเม้นต์แบบนี้บ่อยๆ เพราะนอกจากจะได้เจอทีมที่แข็งแกร่งแล้วเรายังไม่ต้องเสียค่าจ้างเชิญทีมมาเองด้วย 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด