:::     :::

ย้อนรอยยูงทอง 2000-01

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2564 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
918
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ย้อนกลับไปฤดูกาล 2000-01

ถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของลีดส์ ยูไนเต็ด นอกจากการจบอันดับ 4 ของศึกพรีเมียร์ลีกแล้ว เส้นทางในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พลพรรค "ยูงทอง" ยังเดินทางไปถึงรอบรองชนะเลิศ ท่ามกลางประสบการณ์น่าจดจำอย่างมากมาย 


เราลองย้อนกลับไปดูเบื้องหลังความสำเร็จของลีดส์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนั้น ไปดูกันหน่อยว่า นอกจากการมีผู้เล่นวัยสุดห้าวแล้ว ปัจจัยใดบ้างที่ ทำให้พวกเขาต่อกรกับคู่แข่งได้อย่างสนุก พร้อมกับเอาชนะทีมที่เหนือกว่าได้อย่างระทึกใจ

สตีเฟ่น แม็คเฟล หนึ่งในขุนพลลีดส์ ยูไนเต็ด ในยุคดังกล่าว ออกมากล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ลีดส์ ยูไนเต็ด งัดเอาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมออกมา นั่นคือการผสมผสานผู้เล่นเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พูดง่ายๆคือ "ยูงทอง" มีทั้งลูกสด และลูกเก๋านั่นเอง 


โดยกล่าวว่าย้อนกลับไปเวลานั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด ทำการผสมผสานกลุ่มของผู้เล่นที่หลากหลายมากๆ เริ่มตั้งแต่มาร์ค วิดูก้า กองหน้าที่ตัวใหญ่ และแข็งแกร่ง, ดาร์เรน ฮัคเคอร์บี ที่คอยวิ่งสอดจากแนวหลัง, อลัน สมิธ ที่ทำได้ทั้ง2แบบที่กล่าวมาข้างต้น


นอกจากนี้ ทีมเรายังมี แฮร์รี่ คีเวลล์ ริมเส้นที่แสนจะจี๊ดจ๊าด แถมยังไปกับบอลได้ยอดเยี่ยม และลี โบว์เยอร์ ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังงาน เรายังมีไนเจล มาร์ติน กับพอล โรบินสัน ที่เป็นผู้รักษาประตูที่สุดยอด, เอียน ฮาร์ท กับแกรี่ เคลลี่ ที่เป็นฟูลแบ็คที่ดีอย่างต่อเนื่อง และริโอ ที่มาจากดาวดวงอื่น เราถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่ง"

จุดเริ่มต้นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม 2000-01 ของลีดส์ ยูไนเต็ด ถือว่ายากลำบากพอสมควร เมื่อเปิดฉากด้วยการโดนบาร์เซโลน่า ไล่ยำไป 4-0 แต่ตัวของแม็คเฟล มองว่า นี่เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ และอยากพิสูจน์ตัวเอง 


โดยหลังจากนั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์ ด้วยการเก็บชัยชนะ 2 และเสมอ 3 ผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม H หนึ่งในนั้นคือการเอาชนะยักษ์ใหญ่อย่างเอซี มิลาน ที่สนามเอลแลนด์ โร้ด จนพวกเขาตะลุยเข้าไปสัมผัสรอบแบ่งกลุ่ม รอบสอง


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม รอบสอง ลีดส์ ยูไนเต็ด ถูกจับมาอยู่ร่วมสายกับบรรดาทีมสุดแข็งแกร่งอย่างเรอัล มาดริด กับลาซิโอ และอีกทีมคืออันเดอร์เลชท์ ก่อนสามารถพลิกเข้ารอบได้สำเร็จ โดยหนึ่งในนั้น คือการบุกไปเอาชนะทีมแกร่งอย่าง "อินทรีฟ้า-ขาว" ถึงกรุงโรม 


หลังจากนั้น พวกเขาไล่คว่ำเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย น่าเสียดายที่ต้องยุติเส้นทางฝันในรอบรองชนะเลิศ ด้วยการพ่ายแพ้ต่อบาเลนเซีย ซึ่งแม็คเฟล บอกว่า ผลงานที่ยอดเยี่ยมนั้น ส่วนหนึ่งมาจากหัวจิตหัวใจที่ห้าวหาญของ "ยูงทอง" ชุดนั้น แม้จะเป็นทีมพลังหนุ่ม แต่มีนักเตะรุ่นใหญ่คอยเป็นแม่ทัพ 


หนึ่งในไฮไลท์สำคัญในรอบรองชนะเลิศ นัดสอง จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานที่ถูกเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเป็นเหตุการณ์ที่แฟนบอล ลีดส์ ยูไนเต็ด ไม่มีวันลืมเลือน คือการที่นักเตะของพวกเขาตัดสินใจตัดผมทรงสกิน เฮดกันยกทีม 

แม็คเฟล บอกว่า การตัดผมทรงสกินเฮดของนักเตะทั้งทีม ถือเป็นการรวมพลัง และเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกต่อคนภายนอกว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด มีความรัก และความสามัคคีภายในทีมมากแค่ไหน และนั่นเป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาด้วยผลงานในสนามแข่งขัน 


โดยกล่าวว่า  "ก่อนเกมที่เราจะบุกไปเยือนบาเลนเซีย เราทั้งหมดตัดสินใจตัดผมทรงสกินเฮด ซึ่งหากสังเกต เราจะยกเว้นเพียงเอียน ฮาร์ท ที่ตัดผมเกรียนไม่ได้ เพราะเขามีความจำเป็นต้องเข้าพิธีแต่งงานในช่วงซัมเมอร์ดังกล่าวนั่นเอง 


"สิ่งเล็กๆน้อยๆอย่างการตัดผมทรงสกินเฮด ทำให้เรารู้สึกใจเย็นลง ทำให้เราสนิทสนมกันเป็นอย่างดี และไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งคิดอะไรมาก ลีดส์ ยูไนเต็ด ในยุคนั้น เราต่างผลักดันกันและกันให้ก้าวสู่ขีดจำกัดของตัวเอง


เราต่างใช้ชีวิตร่วมกันที่สนามซ้อม รวมถึงการรับประทานอาหารค่ำ และการเข้าโรงยิม เพื่อยกน้ำหนักแข่งกันว่า ใครเป็นคนแช็งแกร่งที่สุด เรามีการทดสอบกันเสมอ เพราะเราอยากทำให้มันดีขึ้น ในฐานะของความเป็นทีม"


ทีมไม่มีนักเตะนิสัยไม่ดีในห้องแต่งตัว ทีมยังคงยอดเยี่ยมเสมอ แม้จะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตาม ทีมมีนักเตะอย่างเคลลี่ รวมถึงแบ็ตตี้ นักเตะที่คอยกระตุ้นน้องๆด้วยคำพูดแบบเดิมเสมอว่า ไม่สำคัญว่าทีมจะเล่นที่ไหน ต่อให้มันเป็นที่สนามที่ยากมากอย่าง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นักเตะรุ่นเก๋าเหล่านี้ ช่วยสร้างความเชื่อให้กับทีมเสมอ" 

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด