:::     :::

แสงสว่างปลายอุโมงค์ (ที่ค่อยๆชัดขึ้น)

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2561 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
4,223
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ทำให้แฟนๆลุ้นจนใจหายใจคว่ำเหมือนกันสำหรับ เชลซี หลังต้องออกแรงจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษถึงจะขย้ำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ร่วงตกรอบได้สำเร็จ
เข้าใจได้เพราะนี่ไม่ใช่เกมที่ง่ายแถมยังต้องออกมาเยือนเลยทำให้รูปเกมอาจจะออกมาไม่ได้ดีอะไรมากนัก แต่ก็ยังคงความเป็น "เชลซี" เอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
รองแชมป์เก่ายังรักษาโอกาสกับถ้วยใบเดียวที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ไว้ได้ แม้จะยังเหลืออีกสองเกมที่ต้องฟาดฟันก็ตาม
อันโตนิโอ คอนเต้ ไม่มีทางเลือกอีกต่อไปในการจัดทีมกับเกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ ทุกนัดเป็นเหมือนเกมชิงชนะเลิศ นัดนี้ปรับทัพจากเกมพ่าย บาร์เซโลน่า สามตำแหน่งเริ่มจากผู้รักษาประตูที่ปรับมาใช้ วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงสนามเหมือนที่ผ่านมา เพียงแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเมื่อถึงรอบนี้เขาเลือกใช้ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสา แต่เกมนี้เชื่อมั่นใจมือกาวอาร์เจนติน่า
แดนกลาง ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ที่แฟนเชลซีชังหนักหนากลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังหายจากอาการบาดเจ็บและลงเป็นสำรองในเกมกับ คริสตัล พาเลซ มาแล้ว สุดท้ายกับกองหน้าที่เกมนี้ อัลบาโร่ โมราต้า ที่โดนเคี่ยวเข็ญอย่างหนักจากผู้เป็นกุนซือให้เค้นฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้หลังหลุดโผทีมชาติสเปนชุดอุ่นเครื่องไป ทำให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หลุดไปเป็นสำรอง
                        
                                          เอแด็น อาซาร์ กับ ริยาด มาห์เรซ สู้กันสนุกตลอดทั้งเกม
เกมเปิดฉากขึ้นมาด้วยการต่อสู้กันอย่างหนักตรงกลางสนามและริมเส้น เชลซี ที่เน้นขึ้นเกมรุกทางฝั่งซ้าย ขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ก็เน้นรุกทางฝั่งขวา ทำให้ด้านนี้กลายเป็นสงครามขนาดย่อมส่วนอีกฝั่งบอลแทบไปไม่ถึงกันเลย
ถือเป็นความสนุกอีกอย่างของแฟนบอลที่ได้เห็นการต่อสู้ระหว่าง เอแด็น อาซาร์ และ ริยาด มาห์เรซ ที่ต้องเจอกันเต็มๆ แต่ทางฝั่ง "จิ้งจอก" มี แดนนี่ ซิมป์สัน ที่มีความเร็วค่อยช่วย ส่วนฟาก "สิงห์บลูส์"เป็น มาร์กอส อลอนโซ่ ที่ไม่ได้มีความเร็วอะไรมากนัก ทำให้ต้องฝากภาระไว้ที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อีกครั้ง
นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยนเลือกใช้ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ที่เป็นนักเตะสไตล์รับธรรมชาติ น่าจะมาช่วยแบ่งเบาภาระตรงหน้าเขตโทษในยามที่ ก็องเต้ ต้องฉีกไปคอยปกป้องทางริมเส้น
แต่ก็อีกนั่นแหละ การจ่ายบอลอันมั่วซั่วและการตัดเกมที่ไม่ได้มีทีเด็ดอะไรมากมายของ บากาโยโก้ บ่อยครั้งกลายเป็นเพิ่มภาระให้เพื่อนมากกว่าการแบ่งเบา
                       
                                อัลบาโร่ โมราต้า นอกจากยิงประตูได้ยังแสดงออกถึงความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม
โอกาสจะแจ้งที่แทบไม่มีกันมากเท่าไรแต่เป็นฝั่งน้ำเงิน (เข้ม) ของผู้มาเยือนได้ประตูออกนำ ริยาด มาห์เรซ พยายามพาบอลแหวกผู้เล่นทีมเยือนเข้าเขตโทษ แม้จะผ่าน อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ไปได้แต่ยังมี มาร์กอส อลอนโซ่ ที่มาล้วงบอลไปจากเท้ามาเข้าทาง รือดิเกอร์ ไหลให้ วิลเลี่ยน กระชากมาถึงกลางสนามก่อนเปิดทะลุช่องให้ อัลบาโร่ โมราต้า ใช้ลูกเก่งที่ไม่ได้เห็นกันมานานแตะเข้าเขตโทษด้านซ้ายก่อนเอี้ยวตัวแปด้วยขวาเสียบเสาไกลเป็น 1-0 ในช่วงท้ายครึ่งแรก หยุดสถิติเลวร้ายยิงประตูไม่ได้ไว้ที่ 13 เกม
ถือเป็นการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดที่ดีเยี่ยม วิลเลี่ยน จ่ายบอลได้สวย โมราต้า ฉีกตัวประกบอย่าง แดนนี่ ซิมป์สัน ที่มีความเร็วได้ดีจริงๆ
แต่เมื่อเปิดครึ่งหลังมาไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์เมื่อทาง คอนเต้ เลือกที่จะถอด บากาโยโก้ ออกแล้วให้ เชส ฟาบรกาส ลงมาเล่นแทน เพราะความผิดพลาดแต่ละดอกมันชัดเจนเหลือเกิน
                       
                                           เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยังเป็นคนสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้เช่นเคย
และก็อีกเช่นตามเคย เชลซี ถอยลงไปเล่นเกมรับกันเกือบทั้งทีม ปล่อยไว้เพียง อัลบาโร่ โมราต้า ที่ยืนเด่นเป็นสง่าในแดนหน้าชนิดที่ไม่ต้องร้องขอบอล แม้กระทั่ง วิลเลี่ยน และ อาซาร์ ยังต้องถอยไปช่วยตั้งรับ ปล่อยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าบุกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ
เกมริมเส้นของผู้มาเยือนนัดนี้แทบไม่มีพิษสงอะไร ตัด อลอนโซ่ ที่น้อยมากที่จะเติมเกมรุกขึ้นไป วิคเตอร์ โมเสส ที่อยู่อีกฟากหลายครั้งได้บอลในเกมรุกแต่กลับใช้โอกาสเปลืองไปหมด ไม่จับบอลเสียก็เลี้ยงไม่ผ่านหรือไม่ก็เปิดบอลไปไหนก็ไม่รู้ แถมบางจังหวะมีหลุดในเกมรับเหมือนกัน สามารถบอกได้ว่านี้เป็นอีกวันที่ไม่ดีนักของสตาร์ชาวไนจีเรีย
ในที่สุดผลจากการตั้งรับมากเกินไปนำมาซึ่งการเสียประตู ริยาด มาห์เรซ ที่ป่วนทางซ้ายของ เชลซี มาตลอดเกมประสบผลสำเร็จจนได้และด้วยความที่ทีเด็ดอยู่ที่เท้าซ้ายทำให้ทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ รวมถึง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ห่วงแต่ระวังเท้าซ้ายมากเกินไปจนเปิดโอกาสให้ "เท้าขวา" ข้างไม่ถนัดเปิดบอลเข้ากลาง เจมี่ วาร์ดี้ ซัดจังหวะแรกติดบล็อค บีเซนเต้ อีบอร์ร่า ซ้ำสองหนติดบล็อคกับติดเซฟ วิลลี่ กาบาเยโร่ แต่โชคเหมือนจะไม่เข้าข้างจังหวะเซฟบอลมาโดนตัวเองไหลไปเข้าทางปืน วาร์ดี้ ยิงจ่อๆ แม้มือกาวสิงห์บลูส์ยังอุตส่าห์จะตามไปปัดได้แต่ด้วยความแรงและความใกล้ทำให้บอลปลิ้นเข้าประตูไป
                       
                                                          เจมี่ วาร์ดี้ เกือบทำให้แฟนสิงห์บลูส์น้ำตาตก
มาถึงตอนนี้แอบคิดติดใจ เชส ฟาเบรกาส อาจจะครองบอลเหนียวและมีลูกจ่ายทีเด็ดทีขาด แต่ว่าบางครั้งเล่นยากเกินไปจนเสียโอกาส แถมเกมรับก็ไม่ได้ดีอะไรมากมายนัก
ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มไปเข้าทางฝั่ง เลสเตอร์ หมดไม่ว่าจะเป็นรูปเกมหรือโอกาสจนเริ่มแอบหวั่นใจว่า เชลซี อาจจะตกรอบนี้ สุดท้ายยังขืนจนจบ 90 นาทีสุดต้องสู้กันในช่วงต่อเวลาพิเศษ
คอนเต้ เลือกที่จะถอดเอา วิลเลี่ยน ออกแล้วอาศัยความสดและความเร็วของ เปโดร โรดริเกซ ลงมาอัดกับเจ้าถิ่นที่กำลังอ่อนล้า
และนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกฟ้าก็เป็นใจให้ฝั่งผู้มาเยือนบ้าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พาบอลมาทางซ้ายมีตัวเลือกอย่าง มาร์กอส อลอนโซ่ รออยู่แต่เจ้าตัวเลือกที่จะเปิดบอลเข้าเขตโทษ เปโดร โรดริเกซ โฉบไปโหม่งตัดหน้า แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าประตูไปให้ทีมขึ้นนำอีกครั้ง 2-1
ลูกนี้อาจจะต้องชี้นิ้วจิ้มไปที่ความผิดพลาดของ ชไมเคิ่ล เลย เพราะจังหวะนี้ออกมาตัดบอลพลาดแบบไม่น่าเชื่อ แต่เอาเถอะ พักหลัง เชลซี ก็เจอลูกแบบโชคร้ายหลายต่อหลายครั้ง ให้คู่แข่งพลาดให้บ้างจะเป็นไรไปเล่า
ครึ่งหลังทีมกลับไปเล่นอีหรอบเดิมคือเน้นตั้งรับ แต่เวลาเพียงน้อยนิดทำให้ เลสเตอร์ ไม่อาจจะทวงประตูคืนได้ จบเกม เชลซี เอาชนะไปได้ 2-1 รักษาเส้นทางลุ้นแชมป์เอาไว้ได้แบบใจหายใจคว่ำเหมือนกัน
                   
                                เปโดร โรดริเกซ ต่อลมหายใจให้ทีมลุ้นแชมป์ถ้วยสุดท้ายที่ยังเหลือ
รายการที่เป็นเหมือนแสงสว่างสุดท้ายที่ปลายอุโมงค์เริ่มที่ไฟจะสว่างมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อผลการจับสลากนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส ที่ถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์รายการนี้ดันไปจ๊ะเอ๋เจอกันเอง ปล่อยให้ เชลซี ไปสู้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ชนิดที่คู่แข่งทั้งสองทีมอิจฉาตาร้อน
ดูเหมือนว่าอะไรจะเริ่มมาเข้าทางบ้าง การต้องเหนื่อยถึง 120 นาทีไม่มีผลเพราะสัปดาห์หน้าเป็นเกมทีมชาติ หลายคนคงจะได้พักบ้าง ก่อนจะทำศึกกับ สเปอร์ส ในการแย่งชิงพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์
อย่างที่บอกว่าฟ้าเป็นใจเมื่อไก่เดือยทองคงจะไม่มี แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวเก่งที่บาดเจ็บข้อเท้า เกมรุกคงลดประสิทธิภาพไปพอสมควร
เข้ารอบตัดเชือกเอฟเอ คัพ จับเจอกับคู่แข่งที่ไม่แข็ง มีเกมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกที่คู่ต่อสู้ขาดอาวุธหนักสำคัญ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่แฟนเชลซีได้ยิ้มออกกันบ้างหลังเพิ่งตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมา
หากขบวนผ้าป่าไม่คว่ำซะก่อน เกมชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพที่เวมบลีย์ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ เชลซี แน่นอน



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด