:::     :::

Thailand Don't Cry

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ความเกี้ยวกราดถูกเปลี่ยนเป็นตัวหนังสือ ผ่านการกระแทกแป้นพิมพ์ หลังทีมชาติไทย ทำได้เพียงไล่ตีเสมอ บังคลาเทศ 1-1

ก่อนลงสนามหลายคนเชื่อ นี่คือแมตช์ที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของทัพ “ช้างศึก” นัก ผลลัพธ์จากการโกงความตายมาในนัดแรก บวกสภาพจิตใจ ส่งให้เกมนี้น่าจะเก็บ 3 คะแนนอย่างไร้ปัญหา และก้าวขาข้างหนึ่งไปยืนรอในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แต่ทุกอย่างผิดคาดทั้งหมด

คู่ต่อสู้จากเอเชียใต้ มาเล่นเกมรับเต็มตัว คอยหาจังหวะฉาบฉวยจากข้อผิดพลาดของไทย แมตช์ที่ดูง่าย กลายเป็น บังคลาเทศ สร้างความลำบากให้ไทย มากกว่านัดพับ กาตาร์ เสียอีก และการเสียสมาธิเพียงวูบเดียวในแนวรับ ส่งให้ถูกลงโทษอย่างเจ็บปวด

“เมื่อนักล่า กลายเป็นผู้ถูกล่าก่อน” วรวุธ ไม่มีทางเลือก นอกจากเปิดหน้าแลกสุดทาง ทวงประตูคืน ในข้อกำหนดที่ “ช้างศึก” ชุดนี้พุ่งชนปัญหาอย่างหนักเรื่องการจบสกอร์ สารภาพ … หากไม่ได้นักเตะอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด ลงมาสร้างจุดเปลี่ยน ฉันไม่มั่นใจว่าเราจะมีคะแนนหรือไม่

สิ่งที่เห็นได้ชัดในเกมเสมอ บังคลาเทศ หลายคนมีความวูบวาบ สร้างความต่างได้ในบางจังหวะ ทว่าการตัดสินใจพื้นที่สุดท้าย ยังดีไม่พอที่จะได้ผลการแข่งขันตามต้องการ

คงไม่แปลกเท่าไหร่ ที่ฟีดแบกหลังเกมจะเดือดดาล ชื่อนายกสมาคมฟุตบอลฯ ประธานเทคนิค รวมถึงตัว วรวุธ ศรีมะฆะ ถูกโลกออนไลน์จับมาขึงตรึงแน่นหนาบนคีย์บอร์ด ก่อนฟาดฟันด้วยคำก่นด่า ที่อ่านแล้วชวนบั่นทอนใจ

ใช่ … เราดีไม่พอในเกมนี้ คือความจริงที่สมควรน้อมรับ

แต่เฮ้ย … ทีมชาติไทยยังไม่ “ตกรอบ” นะพวกมึงงงง (จะรีบด่ากันไปไหน ?)


อุซเบกิสถาน อาจเป็นทีมแกร่ง และก้าวเดินลูกหนังเรายังตามตูดเขา 1-2 ช่วงตัว แต่โลกฟุตบอลมีความเซอร์ไพรส์ และอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ หากสู้ด้วย 11 คนเท่ากัน

เพราะขนาดทีมที่แฟนบอลไทย “มองข้าม” อย่าง บังคลาเทศ ยังสามารถเก็บแต้มจากเราได้

ทำให้ทางเลือกของทีมชาติไทยเหลือชอยส์เดียว คือ การลงไปฟัดกับอดีตชาติโซเวียต ให้ดีที่สุดเพื่อไปต่อบนถนนลูกหนัง เอเชียนเกมส์

หากทะลึ่งทำได้ ทีมจะลิ่วเข้ารอบทันทีโดยไม่ต้องไปเบิ่งผลการแข่งขันระหว่าง กาตาร์ และ บังคลาเทศ หากเสมอ ก็ยังมีโอกาสเข้ารอบเป็นอันดับ 3 ที่ดีสุด 4 จาก 6 สายอยู่ หรืออย่างแย่สุด ผลแพ้ไม่เกิน 1-2 ประตู ก็ยังสามารถลุ้นให้เพื่อนร่วมสายจบด้วยผลเสมอ เพื่อเข้าเป็นอันดับ 2 ได้

เหล่านี้คือสิ่งที่ วรวุธ ศรีมะฆะ และเด็กทุกคนต้องใส่ไปให้หมด ในสนามกับเกมชี้ชะตา

เรื่องการวางผู้เล่นที่ผ่านมา ฉันขออนุญาตไม่ก้าวก่าย วิพากษ์วิจารณ์ เพราะนั่นคือมุมมองของคนเป็นกุนซือ อาจขัดใจบ้างบางประการ แต่ก็ต้องน้อมรับ (เฉพาะช่วงนี้)

หน้าที่โค้ชคือ การวางแบบแผนทีม

หน้าที่นักเตะคือ การลงไปสู้ตามแท็คติกที่ถูกวางไว้ให้

หน้าที่แฟนบอลคือ การเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ยืนหยัดให้กำลังใจพวกเขาจนนาทีสุดท้าย

เมื่อสายตาหลายท่านเลื่อนมาถึงบรรทัดนี้ อาจคิดว่าฉันกำลังวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ ที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่น


แต่ตราบใดที่ยังมี “แสงสุดท้าย” แง้มคอยอยู่ และโอกาสยังไม่มืดดับสนิท ก็จะขอเชียร์ และให้กำลังใจเด็กพวกนี้ จนเสียงบ้วนนกหวีดดัง หากถึงตอนนั้นผลลัพธ์ไม่เป็นดังเป้า ก็ต้องยอมรับและปล่อยให้เป็นไป

ใช้บทเรียนนัดเสมอ บังคลาเทศ เป็นครู ลืมความผิดพลาด เสียงนกกาที่ตามหลอกหลอน ทำการบ้าน มุ่งมั่น กระชากความมั่นใจในสนามกลับมาให้ได้ ระหว่างช่วงพักฟื้น 2 วันนี้

หากในโลกความจริง “นาฬิกาที่ตายแล้ว ยังบอกเวลาถูกวันละ 2 หน”

ในโลกลูกหนัง ก็ยังคงไม่มีคำว่า “สายเกินไป” ตราบใดที่บอลยังไม่เริ่มเขี่ย


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})