:::     :::

แกรี่ เคฮิลล์ มีวันนี้เพราะความมุ่งมั่น

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2561 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
778
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากให้คิดถึงบรรดาเซนเตอร์ทีมชาติอังกฤษฝีเท้าเยี่ยม คนที่เข้ามาให้หัวเป็นลำดับแรกๆของแฟนบอลคงไม่ใช่ชื่อของ แกรี่ เคฮิลล์ แน่นอน
บ๊อบบี้ มัวร์, เทอร์รี่ บุทเชอร์, โซล แคมป์เบลล์, โทนี่ อดัมส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอห์น เทอร์รี่, แกเร็ธ เซาธ์เกต หรือในปัจจุบันกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ หรือแม้กระทั่ง จอห์น สโตนส์
คงไม่มีกี่คนที่จะคิดถึง เคฮิลล์ ซึ่งปัจจุบันแทนจะกลายเป็นกองหลังที่ถูกลือแห่งรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ไปแล้ว
แฟนบอลคงจะเห็นหน้าของปราการหลังวัย 32 ปีในยามที่ทีมลงเล่นในฟุตบอลถ้วยเท่านั้นไปแล้ว
เส้นทางอาชีพของกองหลังทีมชาติอังกฤษรายนี้ เรียกได้ว่าอยู่นอกสายตาอยู่เสมอนับตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพกับ แอสตัน วิลล่า ซึ่งก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมเรียกได้ว่าจนถึงอายุ 23 ปี เจ้าตัวยังไม่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอด้ยซ้ำ จะมีก็แค่ช่วยทีมถูกปล่อยให้ทีมในแชมเปี้ยนชิพอย่าง เบิร์นลี่ย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวใช้งานเท่านั้น
                
จนกระทั่งได้มาลืมตาอ้าปากจากการย้ายมาอยู่กับ โบลตัน และพัฒนาจนก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษ และได้ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ในปี 2011
ซึ่งในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์นี่คือคือจุดสูงสุดในเส้นทางอาชีพที่เจ้าตัวกวาดแชมป์มาครบทุกรายการเลยทั้ง พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ รวมถึงในเวทียุโรปที่ได้มาทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก
วันนี้เราจะไปรู้จักกับเขาให้มากขึ้นถึงเส้นทางที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของวงการลูกหนังเมืองผู้ดี
วันเริ่มต้น...
                
ผมสนุกกับการเล่นฟุตบอลในโรงเรียกกับทีมที่เรียกว่า เอเอฟซี ดรอนฟิลด์, ผมได้เล่นกับคนที่มีอายุมากกว่าผม, ผมเล่นอยู่หลายปีเหมือนกัน มันเป็นอะไรที่สนุกมาก
ตอนผมอายุประมาณ 13 ปี มีแมวมองจากบางทีมและผมได้รับเลือกให้ไปทดสอบฝีเท้า ผมอยู่ใกล้กับเชฟฟิลด์ และ เชฟฟิดล์ เว้นส์เดย์ ยื่นข้อเสอนสัญญาใหม้ผม, จากนั้นก็มี ดาร์บี้ แต่ท้ายที่สุดผมไปอยู่กับ แอสตัน วิลล่า
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกที่นี่ แต่เหมือนกับว่ามันเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ดีมากๆกับที่นี่, สิ่งอำนวยความสะดวกและโค้ชก็สุดยอดมาก พ่อกับแม่ของผมก็รู้สึกแบบเดียวกัน ดังนั้นผมจึงตัดสินใจมาอยู่ที่นี่
มีโค้ชหลายคนที่ช่วยผม แต่ตอนที่ผมมาอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ก็คือ กอร์กอน โคแวนส์ ซึ่งคนคงจำได้ดี, โทนี่ แม็คแอนดรูว์ และ เควิน แม็คโดนัลด์ ทั้งสามคนดูและผมตั้งแต่อายุ 16 จนกระทั่งขึ้นสู่ทีมสำรองของสโมสรและมีอิทธิพลกับฟุตบอลของผมอย่างมาก
มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกนะ พวกเขาเคร่งครัดและเข้มงวดกันพวกเราเป็นอย่างมาก แต่นั่นเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะมันทำให้คุณดูโตมากกว่าอายุจริงๆ
พวกเขาคาดหวังทุกอย่างจากการซ้อม พวกเขาต้องการให้เราลงเล่นด้วยวิธีการที่ถูกต้อง, จังหวะที่เร็วขึ้น และเราทำได้ดี ในช่วง 3-4 ปีมีนักเตะมากมายที่เติบโตอย่าง ปีเตอร์ วิตติ้งแฮม, เจมี่ วอร์ด, เลียม ริดจ์เวลล์, สตีเว่น เดวิส, แก๊บบี้ อั๊กบอนลาฮอร์, เคร็ก การ์ดเนอร์ ล้นผ่านแคมป์นี้มาทั้งสิ้น
นั่นคือการสรรหาและฝึกซ้อมอย่างหนักจนเกิดประกาการณ์เช่นนี้ขึ้น
เบิร์นลี่ย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
                
ผมได้โอกาสลงเล่นในทีมสำรองบ่อยครั้ง และได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดี จากนั้น เบิร์นลี่ย์ ก็ติดต่อเข้ามา
ผมพูดกับ สตีฟ ค็อตเตอริลล์ ผู้จัดทีมของพวกเขาในตอนนี้ เขาคือหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลกะบเส้นทางอาชีพของผมอย่างมากเพราะเขาดึงดาวรุ่งจากทีมสำรอง คนที่ไม่เคยเล่นทีมชุดใหญ่มาก่อน และให้โอกาสผมอยู่ในทีม ซึ่งผมได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 6 เดือน
มันช่วยให้ผมมีประสบการณ์จริงกับเกม จากนั้นผมก็ไปอยู่กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของ ไบรอัน ร็อบสัน และ ไบรอัน คิดด์ ที่นี่คือโรงเรียนลูกหนังชั้นยอดจากการเรียนรู้จากสองยอดโค้ชและเป็นประสบการณ์ที่มีความสำคัญอย่างมาก
ก้าวสำคัญกับ โบลตัน สู่เวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
                
ผมมีช่วงเวลาสี่ปีที่สุดแสนมหัศจรรย์ที่นั้น ผมรักมานมากๆ ผมรักแฟนบอลและทุกคนที่สโมสรแห่งนี้ มันสุดยอดจริง
เราเป็นทีมที่ดี ก่อนที่ผมจะย้ายมาร่วมทีมพวกเขาเคยเข้าไปเล่นในเวทียุโรปและปีแรกของผมที่นี่เราได้ลงเล่นในยูโรปา ลีกด้วย
ที่นั่นมีนักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่าง เควิน เดวีส และ เควิน โนแลน มีผู้คนที่ยอดเยี่ยมมากมาย และเป็นช่วงเวลาที่สุดยอดที่สุดเลย
วางเป้าหมายและไปให้ถึง
                
สิ่งแรกเลยคุณต้องลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกซะก่อน แล้วหลังจากนั้นคุณก็หวังที่จะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันจะนำคุณสู่เป้าหมายต่อไป
สำหรับผมก็คือการย้ายไปสู่สโมสรที่ใหญ่ขึ้นและก้าวไปคว้าโทรฟี่ มันเกิดขึ้นเร็วมากที่ เชลซี
ในปีแรกผมได้แชมป์เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, มันเป็นความรู้สึกที่แปลกเหมือนกัน ผมต้องอดทนเหมือนกับสิ่งที่คุณต้องทำยามย้ายสู่สโมสรใหญ่ 
                
เมื่อมองย้อนกลับไปตอนที่ผมเซ็นสัญญากับ โบลตัน พวกเขาไม่แน่ใจว่าผมดีพอจะเล่นในการแข่งในระดับนี้ หรือลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก, เพราะผมไม่เคยมีประสบการณ์เลย ดังนั้นต้องมีคนที่เชื่อใจคุณและพร้อมอดทนกับคุณ หลังจากที่รอโอกาสอยู่เป็นเดือนผมก็ได้โอกาสและหลังจากนั้นมันก็เป็นประวัติศาสตร์ไปเลย
มันบ้ามากๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างเร็สมากและจากนั้นก็สานต่อทุกอย่างให้เป็นจริงขึ้นมา
ความภูมิใจกับการรับใช้ยอดทีมของโลก
                
ที่สโมสรแห่งนี้, มันไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น, ผมเห็นนักเตะหลายคนย้ายมาอยู่กับทีม 1-2 ปีแล้วก็ไป ซึ่งมันมีอะไรมากกว่านั้นอีก
คุณต้องมีศักยภาพในการเล่นบอล ตั้งแต่แนวหลัง คุณต้องพลิกแพลงในทุกอย่างหรือไม่ก็เดินจากไป นั่นคือเรื่องจริง และจากนั้นสิ่งสำคัญคือคุณต้องรับมือให้ได้กับทุกอย่างเลยทั้งความกดดันที่ถาโถมกับการคว้าโทรฟี่มาครอง เล่นฟุตบอลระดับสูง มันไม่มีวันจบสิ้น 
นั่นคือสิ่งที่ผมภูมิใจ กะบการอยู่ที่นี่มาอย่างยาวนาน และคว้าแชมป์มากมาย เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ มันมีความหมายอย่างมากเลย
หน้าที่อันทรงเกียรติในฐานะกัปตันทีม
                
การได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นอะไรที่พิเศษจริงๆ ผมรับหน้าที่นี้บ่อยครั้งตลอดปี 2016/17 ที่เราได้แชมป์ ซึ่ง เจที (จอห์น เทอร์รี่) ก็ให้ผมได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกพร้อมสวมปลอกกัปตันด้วย
เราทุกคนรู้ดีว่าเขาคือกัปตันทีมเราและนั่นคือสิ่งที่ผมภูมิใจมากที่เคยได้ลงเล่นรวมกับนักเตะอย่าง จอห์น, แลมพ์ส (แฟร้งค์ แลมพาร์ด) ดิดิเยร์ (ดร็อบา) ที่เพิ่งแขวนสตั๊ดไป, ปีเตอร์ เช็ก, แอชลี่ย์ โคล, (บรานิสลาฟ) อีวาโนวิช ทุกคนคือสุดยอดนักเตะ
การได้รวมประสบการณ์กับนักเตะเหล่านี้ถือเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ผมรักมันมากจริงๆ มันน่ามหัศจรรย์มาก
ติดทีมชาติอังกฤษ
                
การได้เล่นให้กับอังกฤษเหมือนกับฝันที่เป็นจริง ซึ่งก็คือหนึ่งในเป้าหมายที่ผมต้องการบรรลุด้วยการรับใช้ชาติ
ผมจำได้เลยในเกมแรกที่ลงเล่น ไม่มีใครมาพรากมันจากผมไปได้แน่นอน มันคือเกมกับ บัลแกเรีย ที่เวมบลีย์ ผมได้ลงสนามแทน ไมเคิ่ล ดอว์สัน
ไม่น่าเชื่อว่าผมได้โอกาสลงเล่นให้กับ อังกฤษ ถึง 61 เกม และเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมอีกด้วย, มันมหัศจรรย์มาก, ผมได้เล่นในฟุตบอลโลกสองครั้งและฟุตบอลยูโรอีกหนึ่งครั้ง แม้ว่าผมควรจะได้เล่นในยูโรสองครั้งแต่ผมกรามหักจนชวดไปเล่นในยูโร 2012 
มันเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่น่าหงุดหงิดเพราะด้วยประสบการณ์ของผมเราน่าจะผ่านเข้ารอบลึกมากกว่านี้
ความรู้สึกในฐานะกัปตันสิงโตคำราม
                
การสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษเป็นความรู้สึกที่สุดยอดที่สุดในชีวิต ผมภูมิใจเป็นอย่างมากตอนที่สวมมันเข้าที่แขน
ในหัวของผมคิดว่าผมต้องการที่จะติดทีมชาติให้ถึงหลัก 50 เกม และเมื่อคุณได้เป็นตัวแทนของชาติ เห็นธงโบกสะบัด มันคือความยิ่งใหญ่ แต่ผมมีโอกาสได้ลงเล่นถึง 61 เกมด้วยกัน
ผมอยู่ในทีม, ได้ลงสนามต่อเนื่อง และมันเป็นอะไรที่สุดยอดมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ถึงแม้ว่าในตอนนี้เส้นทางของผมกับทีมชาติจะจบลงแล้วก็ตาม


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด