:::     :::

เจาะสถิติหลังตลาดวาย

วันเสาร์ที่ 02 กันยายน 2560 คอลัมน์ สนามเด็กเล่น โดย เสือเตี้ย
2,689
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีก ซัมเมอร์ 2017 ใช้เงินเป็นสถิติใหม่ 1.47 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 66,150 ล้านบาท) ทำลายสถิติเดิมเกือบ 300 ล้านปอนด์

ทุ่มแหลก 

แมนฯ ซิตี้ ครองแชมป์ใช้เงินมากสุดด้วยตัวเลข 217.3 ล้านปอนด์ เน้นแข้งใหม่เป็นผู้เล่นแนวรับทั้ง ไคล์ วอล์คเกอร์ (50 ล้านปอนด์), แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ (49.2 ล้านปอนด์), ดานิโล่  (26.9 ล้านปอนด์) และนายทวาร เอแดร์ซอน (34.7 ล้านปอนด์) รวมถึงตัวรุกอย่าง แบร์นาโด้ ซิลวา (43 ล้านปอนด์) และ ดั๊กลาส ลุยซ์ (10 ล้านปอนด์)


ไคล์ วอล์คเกอร์ หนึ่งในกองหลังที่แมนฯ ซิตี้ ทุ่มซื้อร่วมทีม 

เชลซี ปาดหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นมาติดอันดับ 2 ในลิสต์เมื่อจ่ายในวันสุดท้ายของตลาดอีกก้อนโตดึง ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า (23 ล้านปอนด์) และ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ (35 ล้านปอนด์) มาเสริมทัพาขุมกำลังที่ก่อนหน้านี้ได้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (34 ล้านปอนด์), ตีเอมูเด้ บากาโยโก้ (40 ล้านปอนด์) และ อัลบาโร่ โมราต้า (70 ล้านปอนด์) รวมแล้วซัมเมอร์นี้ เชลซี ใช้งานมากถึง 202 ล้านปอนด์

ส่วนตัวเลข 169.5 ของแมนฯ ยูไนเต็ด แบ่งเป็น โรเมลู ลูกากู (90 ล้านปอนด์), เนมานย่า มาติช (40 ล้านปอนด์) และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ (34 ล้านปอนด์) นอกจากนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังเซ็นสัญญา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกจอมเก๋ากลับมาร่วมทีมอีกรอบหลังหายเจ็บเร็วกว่ากำหนด


แมนฯ ซิตี้ ครองแชมป์ใช้เงินซื้อนักเตะมากที่สุด

ทีมที่ติดโผจ่ายหนักลำดับรองลงมาคือ เอฟเวอร์ตัน (152.9 ล้านปอนด์), ลิเวอร์พูล (89.5 ล้านปอนด์) และ สเปอร์ส (61.4 ล้านปอนด์)

ในทางตรงกันข้าม ทีมที่ใช้เงินน้อยสุดคือ สโต๊ค ซิตี้ ที่เจียดเพียง 25 ล้านปอนด์ดึง เควิน วิมเมอร์ (18 ล้านปอนด์) ซื้อขาด บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ (7 ล้านปอนด์) จากปอร์โต้ 

การย้ายของ ลูกากู จากเอฟเวอร์ตันสู่แมนฯ ยูไนเต็ด คือการย้ายแพงสุดของพรีเมียร์ลีกประจำซัมเมอร์ ตามด้วย อัลบาโร่ โมราต้า, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (52.7 ล้านปอนด์), วอล์คเกอร์ และ เมนดี้

จาก 20 ทีมมีถึง 12 ทีมที่ทุบสถิติซื้อนักเตะใหม่ ประกอบด้วย อาร์เซน่อล, บอร์นมัธ, ไบรท์ตัน, เบิร์นลี่ย์, เชลซี, เอฟเวอร์ตัน, ฮัดเดอร์สฟิลด์, ลิเวอร์พูล, เซาธ์แฮมป์ตัน, สปอร์ส, วัตฟอร์ด และ เวสต์แฮม

เทกระจาดขาย 

แม้อยู่ในกลุ่มใช้จ่ายมือเติบมากที่สุดประจำซัมเมอร์ แต่ เอฟเวอร์ตัน ก็ขายถอนทุนกลับคืนมาได้ถึง 109.75 ล้านปอนด์ ดีลหลักคือปล่อย ลูกากู ไปให้แมนฯ ยูไนเต็ด 

โรนัลด์ คูมัน ยังโละ เคราร์ด เดวโลเฟว ไปให้บาร์เซโลน่า 10.5 ล้านปอนด์, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ไปวัตฟอร์ด 8 ล้านปอนด์ และ แกเร็ธ แบร์รี่ ที่ไปเวสต์บรอมวิช ค่าตัว 1 ล้านปอนด์


เอฟเวอร์ตัน ขายนักเตะได้เงินเข้าสโมสรเกิน 100 ล้านปอนด์

เชลซีเองไม่น้อยหน้า ขายนักเตะได้เงินรวม 109 ล้านปอนด์หลังปล่อย มาติช (40 ล้านปอนด์), นาธาน อาเก้ (20 ล้านปอนด์), ฮวน กวาร์ดราโด้ (17 ล้านปอนด์), อัสเมียร์ เบโกวิช (10 ล้านปอนด์), เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ (8.8 ล้านปอนด์), เนธาเนียล ชาโลบาห์ (7 ล้านปอนด์) และ คริสเตียน อัตซู (6.2 ล้านปอนด์)

ขณะที่แมนฯ ซิตี้ ก็โละ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (25 ล้านปอนด์), วิลฟรีด โบนี่ (12 ล้านปอนด์), เอนาน อูนาล (12 ล้านปอนด์), อารอน มอย (10 ล้านปอนด์), โนลีโต้ (7.9 ล้านปอนด์), เฟร์นานโด (5.64 ล้านปอนด์) และ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ (4.5 ล้านปอนด์) พร้อมเงินเข้าคลังรวม 83.24 ล้านปอนด์


อารอน มอย ส่วนเกินของแมนฯ ซิตี้ แต่เป็นของดีสำหรับฮัดเดอร์สฟิลด์

ทีมที่ยอดขายมากกว่ายอดซื้อคือ อาร์เซน่อล (70.5 ล้านปอนด์), สเปอร์ส (68 ล้านปอนด์), สวอนซี 59 ล้านปอนด์ และ เบิร์นลี่ย์ (48.5 ล้านปอนด์)

ที่น่าแปลกใจคือทีมอย่างบอร์นมัธ, ไบรท์ตัน, คริสตัล พาเลซ ไม่ได้เงินจากการขายนักเตะเลย ขณะที่เวสต์บรอมวิช หักลบแล้วบวกอยู่ 2 ล้านปอนด์ ตามด้วยฮัดเดอร์สฟิลด์ที่กำไร 5.4 ล้านปอนด์ และวัตฟอร์ด กำไร 5.8 ล้านปอนด์

หักลบสะเด็ดน้ำ 

เมื่อหักลบทุกอย่างแล้ว ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดทุนมากสุดที่ 160.5 ล้านปอนด์ เพราะขายนักเตะได้เงินเพียง 9 ล้านปอนด์

เพื่อนบ้านซิตี้ ติดลบ 134.06 ล้านปอนด์ ตามด้วย เชลซี - 93 ล้านปอนด์, วัตฟอร์ด - 51.7 ล้านปอนด์ และ เอฟเวอร์ตัน - 43.15 ล้านปอนด์


หักลบแล้ว มี 5 ทีมที่ได้กำไรในตลาดรอบนี้

ส่วนทีมที่ได้กำไรมากสุดในซัมเมอร์นี้คือ สวอนซี ที่บวกอยู่ 19.5 ล้านปอนด์ 

น่าสนใจในกลุ่ม 5 ทีมที่ขายได้เงินมากกว่าซื้อ มี 2 คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนตอนเหนืออย่างอาร์เซน่อลกับสเปอร์สด้วย

ปืนใหญ่ ปิดตลาดด้วยการมีเงินเข้าบัญชี 17.8 ล้านปอนด์ หลังเทขาย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (40 ล้านปอนด์), วอยเชียค เชสนี่ (13.5 ล้านปอนด์), กาเบรียล เปาลิสต้า (10 ล้านปอนด์) และ คีแรน กิ๊บส์ (7 ล้านปอนด์) ส่วนที่ใช้เงินซื้อมีเพียง ลากาแซตต์ (52.7 ล้านปอนด์) 


โรเมลู ลูกากู แพงสุดของพรีเมียร์ลีกในซัมเมอร์นี้ 

ทัพไก่ก็ฟันค่าตัว ไคล์ วอล์คเกอร์ ถึง 50 ล้านปอนด์ และยังขาย เควิน วิมเมอร์ ได้อีก 18 ล้านปอนด์ ซึ่งมากกว่าเงินที่ใช้ซื้อ ดาวิดซอน ซานเชซ (38.4 ล้านปอน์) และ แซร์ช โอริเย่ร์ (23 ล้านปอนด์) 

นอกจากนี้ สโต๊ค ซิตี้ กับ เบิร์นลี่ย์ ก็เป็นอีก 2 ทีมที่ได้กำไรจากตลาดครั้งนี้ที่ 11 และ 9 ล้านปอนด์ตามลำดับ

ขาเข้า

เอฟเวอร์ตัน, วัตฟอร์ด และ 2 น้องใหม่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ กับ ไบรท์ตัน เสริมทัพมากสุดเท่ากันที่ 13 คน ในจำนวนนี้ของฮัดเดอร์สฟิลด์ เป็นการยืม 3 คน



จำนวนแข้งใหม่ของแต่ละทีม 

ส่วน อาร์เซน่อล ได้ตัวใหม่น้อยสุดเพียง 2 คน คือ ลากาแซตต์ กับ เซอัด โคลาซินัค ซึ่งปิดจ๊อบตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม  ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, คริสตัล พาเลซ, บอร์นมัธ และ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้เท่ากันที่ 4 คน

ขาออก

ส่วนตัวเลขแข้งไหลออกจากทีม เชลซี ปล่อยกระจุย 43  คน โดยเป็น  29 คนที่ออกไปในสัญญายืมตัวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ 


จำนวนผู้เล่นที่ถูกปล่อยออกไปของแต่ละทีม

รองลงมาคือ แมนฯ ซิตี้ (36 คน), เอฟเวอร์ตัน (28 คน), สวอนซี (24 คน), อาร์เซน่อล (22 คน) , เบิร์นลี่ย์ กับ ลิเวอร์พูล (21 คน) และ นิวคาสเซิ่ล (21 คน) 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ปล่อยน้อยสุดเพียงทีมละ 12 คน ตามด้วยวัตฟอร์ด (13 คน), บอร์นมัธ, ไบรท์ตัน และ เลสเตอร์ (14 คน)

       (ขอบคุณข้อมูลจาก skysports


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด